บทที่ 10 ชายแปลกหน้า
ลี่คุนเดินอมยิ้ม คิดถึงความสุขที่ได้ตักตวงจากหญิงสาวเมื่อคืน ก่อนเดินออกมาถึงที่นอนที่มีแต่ความว่างเปล่า…
ไม่เห็นหญิงสาวคนนั้น เธอหายไปไหนเสียแล้ว เขาก้มลงหยิบถุงเสื้อผ้าอีกถุงขึ้นมาดูที่วางตกอยู่ที่พื้น ก่อนมองไปรอบ ๆ พอจะเดาได้ว่าเธอคงรีบแต่งตัวและรีบออกไปในทันที เขายังไม่ทันรู้เลย… ว่าเธอชื่ออะไร เธอก็หายไปเสียแล้ว
ลี่คุนมองนาฬิกาพบว่าสายมากโข เขาผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าตรงต่อเวลาเป๊ะมากกับทุกเรื่อง ถึงกับต้องยกหูไปแจ้งเลขานุการ ให้เลื่อนการประชุมเป็นบ่ายโมงเพราะว่าติดธุระด่วน
นี่เรียกได้ว่าครั้งแรกของการทำงานที่เมืองไทยเลยก็ว่าได้ ที่เขาไม่รักษาเวลา จนลี่คุนต้องรีบแต่งตัวโดยทันที มัวแต่โอ้เอ้เพราะคิดถึงเธอคนนั้น เขาได้แต่ถอนหายใจ ที่เผลอให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นก่อนเรื่องงาน
ก่อนออกไปจากห้อง ลี่คุนเหลือบไปเห็นแหวนเพชรวงเล็กที่หล่นอยู่บนหัวนอน
คง… เป็นของเธอคนนั้นสินะ
เขายกยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับหยิบมันขึ้นมาดู นิ้วมือเรียวยาวของชายหนุ่มหมุนแหวนวงเล็กไปมา
เชื่อว่าเขาต้องได้พบเธออีกเป็นแน่
...
ที่บริษัท
ห้องผู้จัดการฝ่ายบัญชีบริหาร
“ขอโทษค่ะผู้จัดการ คือเมื่อเช้ามาร์ไม่ค่อยสบายเลยตื่นสาย” มารีอาหน้าแหย รีบโค้งคำนับขอโทษผู้จัดการ เพราะสายขนาดนี้ ยังไงแล้ว วันนี้เธอคงไม่ทันได้เข้าประชุมกับผู้จัดการด้วยแน่ ๆ
แต่… ตอนนี้ มันสิบโมงกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ
“อา… ทำไมผู้จัดการยังอยู่ตรงนี้คะ ไม่เข้าประชุมหรือคะ”
มารีอาเงยหน้า ทำสีหน้าประหลาดใจพร้อมตั้งคำถามในสิ่งที่เธอสงสัย
“โชคดีของเธอมารีอา ท่านประธานติดธุระ ขอเลื่อนเป็นบ่ายโมง” ผู้จัดการเอ่ยเสียงเรียบ แม้ตอนเช้าจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อยเพราะเธอโทร.ติดต่อมารีอาก็ไม่ได้ โทรศัพท์ของเธอถูกปิดเครื่องเอาไว้
อีกอย่างงานนี้ เธอตั้งใจจะมอบหมายให้มารีอาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพรีเซนต์งาน เพราะมารีอาเป็นคนเก่งและทำงานละเอียด ยิ่งถ้าการประชุมระดับนี้ กับท่านประธานคนนี้ ตัวเลขจะผิดพลาดไม่ได้เลยแม้แต่ 0%
“ไปเถอะรีบไปเตรียมพร้อม อย่าให้ผิดพลาดได้เลยแม้แต่นิดเดียว”
“ค่ะ ค่ะ ค่ะ รับทราบค่ะ มาร์เตรียมสรุปงานไว้ทั้งหมดเรียบร้อยค่ะ เหลือตรวจความพร้อมอีกรอบก็โอเคแล้วค่ะ” มารีอาขยับแว่นหนาพลางยิ้มกว้าง
“แล้วนี่มันหนาวมากหรือไง ใส่เสื้อปิดกระดุมมายันคอ หายใจออกหรือไงกัน” ผู้จัดการอดติงในความเชยของมารีอาไม่ได้
“อ้อ แฮะ แฮะ” มารีอาได้แต่ยิ้มแห้ง เธอชินแล้วกับการโดนกระแนะกระแหนเรื่องที่เธอเฉิ่มเชย เธอได้แต่หัวเราะแห้งแทนคำตอบ
ก็เธอมาทำงานไม่ได้มาเดินแฟชั่นนี่นา มารีอาคิด
ที่สำคัญที่วันนี้ ที่เธอต้องใส่เสื้อที่ปิดกระดุมสูงถึงคอมาแบบนี้น่ะเหรอ ก็เพราะอีตาคนเมื่อคืนสิ ไม่รู้อดอยากมาจากไหน ดูดเสียคอเธอเป็นจ้ำไปหมด แถมไม่ใช่แค่คอตรงอื่น ๆ ก็ด้วย ตอนอาบน้ำเธอเพิ่งสังเกตเห็น เรียกว่าทั้งเนินอกจ้ำแดงไปทั่ว ขนาดต้นขาด้านในยังไม่เว้น ไม่รู้ว่า... มันทำอะไรกับเธอบ้าง จำได้แค่ราง ๆ ถึงเรือนร่างที่ดูแข็งแกร่งกำยำกับซิกซ์แพคนั่นที่คร่อมร่างเธออยู่… ที่สำคัญบางความรู้สึกลึก ๆ …ทำไมถึงได้… รู้สึกดี
“มาร์ ! มาร์ ! มารีอา !!”
เสียงผู้จัดการดังขึ้น เรียกสติของมารีอาที่กำลังเหม่อลอยคิดถึงเรื่องเมื่อคืน
“อ๋า… ขา... อ้อ ค่ะ ค่ะ ค่ะ มาร์ออกไปทำงานก่อนนะคะ” มารีอาสะดุ้ง ก่อนยิ้มเจื่อนให้ผู้จัดการ รีบขอตัวออกไปทำงานในทันที
เธอรีบเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงาน ก่อนยกมือขึ้นมาหาวด้วยความง่วง อีกทั้งยังรู้สึกอ่อนเพลีย ๆ จากเหตุการณ์เมื่อคืนไม่หาย
ไม่ทันไร แอนนี่เพื่อนรักที่อยู่ฝ่ายการตลาดก็เดินมาที่โต๊ะของมารีอา พร้อมเอากระเป๋าและโทรศัพท์ที่เธอลืมไว้เมื่อคืนมาให้
“หนีกลับบ้านได้ไงยัย มาร์ อะนี่ของแก ดีนะกลับออกไปแบบนั้น โดยทิ้งของกองไว้ที่โต๊ะแล้วไม่หาย”
แอนนี่บ่น พร้อมวางมือสองข้างเท้าไว้ที่โต๊ะของมารีอา
“เอ่อ... คือ คือว่า” มารีอาอึกอัก จะให้บอกได้ไงว่าเมา… เมามาก เมาจนเผลอไป one night stand กับชายแปลกหน้า
“ช่างมันเถอะยัยมาร์ แกมาทำงานไหวก็ดีแล้ว ว่าแต่ทำไมแกไม่แต่งตัวแบบที่ฉันสอนเมื่อคืนล่ะ ดูดิแต่งตัวเป็นคุณป้าอีกแล้วแกเนี่ย แล้วดูซิ ใครเขาติดกระดุมกันสูงขนาดนี้ มา ฉันแกะให้” แอนนี่บ่นพลางยื่นมือจะปลดกระดุมให้
“ไม่ ไม่ ไม่ต้อง ไม่ต้อง แฮะ แฮะ ขอบคุณ ฉันชอบแบบนี้” มารีอายิ้มแหย รีบยกมือห้าม ส่วนมืออีกข้างรีบยกมาปิดที่คอของตัวเอง ก็ถ้าเพื่อนเธอแกะกระดุมออกตอนนี้ก็เห็นหมดอะดิ หลักฐานรอยจ้ำแดงเต็มคอขนาดนี้
“มันเชยอะแก วันนี้นาน ๆ ทีแกจะได้เข้าไปประชุมใหญ่กับผู้จัดการแกไม่ใช่เหรอ แต่งตัวสวย ๆ หน่อยสิ เฮ้อ… งั้นเอานี่ ผ้าพันคอของฉัน”
