บทที่ 12 บ้าอำนาจ
ผู้จัดการอ้าปากค้างก่อนหันไปมองมารีอา ที่ยิ้มแหยอยู่ด้านหลัง
~เกลียดจริง ๆ คนบ้าอำนาจแบบนี้~ มารีอาคิด แต่ภายในใจของเธอเดือดปุด นึกแอบโมโหในความเรื่องมากของเขา ทั้ง ๆ ที่เธอก็เตรียมงานมาค่อนข้างดี ผู้จัดการของเธอก็ตอบได้ค่อนข้างดี แต่อีประธานบ้านี่ก็ถามโน่น-ถามนี่ ถามมากอยู่ได้
มารีอายิ้มกัดฟันโชว์ฟันขาว แม้ภายในใจจะลุกเป็นไฟแต่ก็ทำได้แค่ส่งรอยยิ้ม
“ว่าไงที่ผมถาม คุณ… คนนั้นน่ะ ชื่ออะไรนะ”
“มา มารีอาค่ะ” มารีอาตอบเสียงเบาไม่กล้าเงยหน้า แต่ลี่คุนถึงกับสะดุดกึก ที่เสียงของผู้หญิงคนนี้ทำไมช่างคล้ายหญิงสาวคนเมื่อคืน หรือว่า…!!
“คุณ !”
มารีอาเงยหน้าขึ้น ก่อนยกมือกระชับแว่น
“คะ ??”
~คล้ายแต่ไม่ใช่~ ลี่คุนคิด
ยิ่งมารีอาในสภาพเชยสุดขั้วแว่นหนาเตอะแบบนี้ ใครจะดูออกว่าเป็นผู้หญิงสวย Sexy คนเมื่อคืน
เป็นไปไม่ได้ !
เขามองมารีอาเพียงแวบเดียว ก่อนก้มหน้ามองไปที่เอกสาร แม้ภายในใจจะยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้มีส่วนคล้ายก็จริง แต่ไม่กล้าสนใจมากเพราะรู้ว่าทุกสายตามองมาที่เขาอยู่
~คล้ายเหรอ ? ไม่สิ ! จะคล้ายได้ยังไง ผู้หญิงคนนี้ดูหน้าจืด ๆ ใส่แว่นก็หนาเตอะ แถมยังสวมเสื้อผ้าตัวโคร่ง การแต่งตัวก็เรียกได้ว่า… เฮ้อ… อดคิดถึงสาวน้อยนกหงส์หยกที่ร้อนแรงเมื่อคืนไม่ได้เลย~
“งั้นดิฉันจะอธิบายถึงที่มาของตัวเลขฝ่ายบริหารเกี่ยวกับงบประมาณบริษัทในส่วนที่เราประเมินแล้วพบว่าตัวเลขปี 2564 กับปี 2565 มีงบที่ควรเพิ่มขึ้นดังนี้ค่ะ…”
มารีอาร่ายยาวอย่างฉะฉาน นานเกือบสิบนาที
ผิดกับลี่คุนที่นั่งนิ่ง เพราะตอนนี้ใจเขามัวแต่ลอยไปไกล… คิดถึงเธอคนนั้น
ในขณะที่มารีอาอธิบายจบไปแล้ว ลี่คุนยังเอาแต่มองเอกสารตรงหน้า เธอได้แต่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นเขาไม่ถามอะไรเธอเพิ่ม
“ท่านคะ ท่านมีความเห็นอย่างไรคะ”
“…”
“ท่านคะ ไม่ทราบว่าท่าน”
“…”
เสียงเริ่มอื้ออึง เพราะทุกคนคิดไปเองว่าลี่คุนไม่พอใจแน่ ๆ ถึงได้เงียบไปแบบนี้ แต่เปล่าเลย ที่เขานิ่งอยู่ในตอนนี้ เพราะเขาแทบไม่ได้ฟังที่มารีอาพูดเลยสักนิด
ความเงียบในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด หลายคนพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำสีหน้ากันไม่ถูก เพราะถ้าขืนลี่คุนยังไม่พอใจรายงานอยู่แบบนี้ แล้วการประชุมจะได้เสร็จสิ้นกันกี่โมง
ลี่คุนนิ่งไปพักใหญ่ จนรู้สึกตัวได้ว่ามีสายตาทุกคู่จับจ้องมองมาที่เขา
“ฮะแฮ่ม” เขารู้สึกเก้อแต่ก็วางฟอร์ม
“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ฝ่ายที่เหลือที่ยังไม่ได้พรีเซนต์มาประชุมกันต่อ อ้อ แล้วทุกฝ่ายควรเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้กันด้วยนะ อย่าเอาตัวเลขมามั่ว ๆ ใส่ตัวเลขอะไรกันมาส่ง ๆ อะไรที่คิดว่าอธิบายที่ไปที่มาไม่ชัดเจนมารายงานผมใหม่” เขาลุกขึ้นยืนก่อนเอามือล้วงกระเป๋าเดินออกไป มีเลขานุการที่คอยเก็บ Notebook และเอกสารของท่านเดินตาม
“ไม่ได้ฟังเลยต่างหาก จะมาว่าฝ่ายเราเอาตัวเลขมามั่ว ๆ ได้ยังไง” มารีอาบ่นพึมพำเบา ๆ ได้แต่มองตามลี่คุนที่เดินออกไปอย่างโมโห เขาเป็นคนให้เธอพูดอธิบายเองแท้ ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจะฟังที่เธอพูดเลย
เมื่อเสร็จสิ้นประชุมแบบงง ๆ ทุกคนพากันถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เสร็จสิ้นไปอีกวัน ก่อนที่แผนกที่ยังเหลือจะทำหน้าเครียดกันต่อ ที่ต้องมารายงานในที่ประชุมพรุ่งนี้อีกรอบ
“เฮ้อโล่ง” ผู้จัดการเดินเหนื่อยนำหน้ามารีอาออกไป “ขอบใจนะยัยมาร์ ทีหลังจดมาให้ละเอียดกว่านี้หน่อย ฉันจะได้ไม่หน้าแตกแบบวันนี้ เข้าใจไหม”
“หา… อ้อ ค่ะ ค่ะ” มารีอาตอบแบบงง ๆ เธอทำมาละเอียดดีแล้วนะ แต่ไม่คิดว่าประธานบ้าอำนาจนั่นจะถามละเอียดมากกว่าที่เธอทำไว้
ตอนเลิกงาน มารีอาถึงกับเดินไปบ่นโอดโอยกับแอนนี่เพื่อนรัก ระหว่างที่รอกลับบ้านพร้อมเพื่อน
“ประชุมเสร็จไวจังวันนี้ เป็นไงบ้างแก ตื่นเต้นดีไหมแก” แอนนี่ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงพร้อมเก็บข้าวของเพื่อเตรียมกลับบ้าน
“โอ๊ยยย… เสร็จกับผีน่ะสิ พรุ่งนี้มีประชุมต่ออีกจ้า หูยยย… วันนี้นะแก น่าอึดอัดมากกกก คนอะไรไม่รู้ นั่นไม่ดี นี่ไม่ได้ ความคิดของตัวเองต้องถูกต้องเป็นที่หนึ่ง ขนาดฉันเตรียมมาเป๊ะ ๆ เตรียมตรงนี้ ถามตรงนั้น เตรียมตรงนั้น ถามตรงนี้ โอ๊ยยย… อยากจะกรี๊ด แล้วมีอีกนะแก เห็นฉันกระซิบบอกคำตอบผู้จัดการ มีเรียกฉันไปพูดแทนด้วยจ้า แล้วเป็นไงรู้เปล่า พอฉันลุกขึ้นพูด ไม่ฟัง ! มันน่าโมโหไหม… มีอีกนะ…”
“ยัยมาร์”
“อย่าเพิ่งขัด ฉันยังพูดไม่จบ” มารีอารีบยกมือขึ้นมาห้าม
“ยัยมาร์”
“แกฟังฉันก่อน นี่มีอีกนะ นายประธานขี้เก๊กนั่น พอรู้ตัวว่าเหม่อไม่ได้ฟังที่ฉันพูด รีบจบการประชุมแก้เขินเลยวุ้ย”
“ยัยมาร์ หยุดพูดก่อน ข้างหลังแก” แอนนี่กัดฟันพูดเสียงเบาพลางขยิบตาให้มารีอาหันไปข้างหลัง
มารีอาหยุดชะงักอ้าปากค้าง
เพราะมัวแต่ระบายความอัดอั้นพูดร่ายยาว ไม่ทันเอะใจว่าแอนนี่เพื่อนรัก พยายามเรียกชื่อเธอทำไมนักหนาสองสามรอบ
แต่… ตอนนี้เพิ่งเข้าใจสีหน้าเพื่อนที่ทำหน้าเจื่อนมองหน้าเธออยู่ในตอนนี้
ข้ – า – ง – ห – ลั - ง ของเธอคง…
