บทที่ 13 สงสัย
มารีอาค่อย ๆ หันหลังกลับช้า ๆ ก่อนรีบโค้งศีรษะก้มหน้าลงทันที เห็นแค่ปลายรองเท้าหนังสีดำมันเงาวับของคนตรงหน้าก็รู้แล้วว่า
น่าจะเป็นประธานขี้เก๊กนั่น !! ที่เธอเพิ่งนินทาเขาอยู่แหมบ ๆ
“ที่ผมให้เลิกประชุมไว เพราะดูว่าพวกคุณคงจะเครียดและก็เหนื่อย ไม่ใช่เพราะไม่ได้ฟังคุณพูด เพราะฉะนั้นเลิกเอาความคิดไร้สาระของคุณไปพูดแบบไม่คิดแบบนี้อีก”
เสียงเรียบเชิงตำหนิหยุดพูดตรงหน้ามารีอาเพียงครู่ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้มารีอาแทบจะเข่าทรุด
“เมื่อกี้ฉันเรียกชื่อแกตั้งหลายครั้ง” แอนนี่ตบบ่าเพื่อนเบา ๆ
“แกอะ ทำไมไม่เรียกฉันให้เร็วกว่านี้ แง... ฉันจะโดนหักเงินเดือนไหมเนี่ยแก นินทาประธานบริษัทระยะเผาขน” มารีอาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“คงไม่มั้ง”
“งื้อ ทำไมช่วงนี้ฉันมีแต่เรื่องซวย ๆ เนี่ย” มารีอาหันไปกอดขอกำลังใจจากแอนนี่ ที่ได้แต่กอดตอบพลางตบหลังเบา ๆ เพื่อปลอบใจ
....
ลี่คุนเดินสีหน้าเคร่งขรึมลงจากลิฟต์มายังลานจอดของผู้บริหาร เขาขึ้นมานั่งในรถที่มีคนขับรถเปิดประตูรอรับไว้เตรียมพร้อม ก่อนจะนึกฮึดฮัดโมโหอยู่ในใจ
ฮึ่ม !! ประธานขี้เก๊กงั้นหรอ !! ผู้หญิงคนนั้นช่างกล้าบังอาจมานินทาเขาแบบนี้ !!
ไม่ทันที่ความสบอารมณ์จากที่โดนพนักงานกล่าวถึงในทางไม่ดีจะหายไป เสียงโทรศัพท์จาก วศิน เพื่อนรักโทร.เข้ามา ทำให้ลี่คุนกดรับสายอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก
“มีอะไร !”
เสียงเคร่งขรึมจากปลายสาย ทำให้วศินชะงักไปชั่วครู่ด้วยความแปลกใจ
“เป็นไงอารมณ์ไม่ดีเหรอไอเคน เสียงเข้มใส่กูเชียว”
“เคนไหนของมึง กู ชื่อ คุน”
“เออ ๆ กูรู้ แต่กูเรียกมึงว่าเคนมาจะห้าหกปีแล้วไม่ชินไงวะ”
“เออ ไม่ชิน ไม่ใช่ชื่อที่พ่อแม่กูตั้งให้ ยังไงกูก็ไม่ชิน”
“เรื่องมากฉิบ เฮ้อ เออช่างมัน เข้าเรื่องดีกว่า” เสียงวศินอารมณ์ดีขึ้นอย่างคนอยากรู้อยากเห็น “เออนี่ ไอเคน ไหนเล่าสิ เมื่อคืนมันเป็นไงมาไงวะ เห็นว่าคนของกูที่เอาเสื้อผ้าไปให้มึงกับผู้หญิงคนนั้น บอกกูว่าไปยืนรอมึงตั้งแต่ตีสามกว่ายันเช้า กว่ามึงจะเห็นข้อความจากไลน์กูแล้วเปิดประตูออกไปเอาชุด”
ลี่คุนพอเจอคำถามตรง ๆ แบบนี้จากวศิน ทำให้เขาคลี่ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แห่งความสุขเมื่อคืน จนแทบจะลืมเรื่องที่อารมณ์เสียก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้น
“เออ ก็แบบนั้นแหละ” ลี่คุนทำเสียงอ้อมแอ้มตอบ
“แบบนั้นแบบไหน อย่าบอกนะว่า… มึง !!” วศินตาโตไม่เชื่อหูตัวเอง ที่สำคัญไม่เชื่อว่าคนอย่างลี่คุน จะยอมมี One night stand กับผู้หญิงแปลกหน้า แต่จะว่าไป ผู้หญิงคนนั้นก็สวยมากจริง ๆ แหละ ไม่แปลกที่คนอย่างลี่คุนจะหลงเสน่ห์
“เออ… ถามมาก ก็ตามที่มึงคิดนั่นแหละ” ลี่คุนตอบเลี่ยง ๆ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุข
“สุดยอด มึงแน่มาก เออ… แล้วเธอเป็นใครวะ ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน ลูกเต้าเหล่าใคร” วศินยังไม่เลิกซักไซ้
“ไม่รู้”
“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”
“ไม่รู้ ไม่รู้โว้ย กูตื่นมาเข้าไปอาบน้ำ พอออกมาเธอก็หายไปไหนไม่รู้แล้ว เธอชื่ออะไร เป็นใคร ยังไง กูก็ไม่รู้” ลี่คุนถอนหายใจ
“อ้าวววว ยังไงของมึงเนี่ย”
“มึงไม่ต้องอ้าว เดี๋ยวกูก็ต้องได้เจอเธออีก เพราะเมื่อคืนเธอถอดแหวนวางลืมไว้บนที่นอน กูดูแล้วน่าจะเป็นแหวนเพชรซะด้วย ราคาดูแล้วค่อนข้างสูง กูว่ายังไงเธอก็คงต้องตามหามัน”
“มึงแน่ใจ”
“แน่ใจ เดี๋ยวกูจะลองไปที่ผับนั่นอีก เผื่อจะเจอเธออีกครั้งแล้วเอาแหวนไปคืนเธอ”
“แล้วมึงแน่ใจเหรอว่าจะเจอเธอที่นั่น”
“ไม่รู้ว่ะ แต่คิดว่าเธอคงต้องมาถามหาแหวนวงนี้กับคนที่นั่นแหละ”
“แล้วมึงไม่ถามเพื่อนของผู้หญิงคนนั้น คนที่ใส่ชุดแดง ๆ ที่มากับเธอล่ะ เห็นมึงบอกเป็นพนักงานในบริษัทมึงไม่ใช่เหรอ”
“ก็ว่าจะถาม แต่… ดันไปเจอพนักงานกำลังพูดถึงกูในทางไม่ค่อยดีอยู่ เลยหมดอารมณ์ที่จะถาม”
“หึ หึ หึ มึงโดนพนักงานนินทา” วศินอดไม่ได้ที่จะขำเล็ก ๆ
“เออ มีการพูดถึงกู ว่ากูทั้งเรื่องมาก ทั้งขี้เก๊ก”
ลี่คุนอารมณ์เสียอีกรอบเมื่อนึกถึงตอนโดนนินทาระยะเผาขน แทบอยากจะตวาดกลับ ยิ่งนึกที่เธอบอกว่าเขาเอาแต่เหม่อไม่ฟังเธอรายงาน เพราะมันทำให้เขาเสียหน้ามาก เพราะเขาดันเป็นอย่างนั้น อย่างที่เธอพูดจริง ๆ
“ก็จริง พนักงานของมึงรู้จริง เพราะมึงเรื่องมากจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“พอเลยหยุดหัวเราะ เลิกพูดเสียอารมณ์ ง่วงด้วยจะรีบไปนอน”
“เชี่ยยย ประธานลี่คุนบอกว่าง่วง ปกติมึงอึดจะตายไม่ใช่เหรอ ขนาดสอบอ่านหนังสือทั้งคืนมึงอยู่ได้ยันเช้า ดูท่าว่าเมื่อคืนมึงคงใช่พลังงานไปเยอะจริง ๆ”
“พูดมากน่า”
“งั้นพรุ่งนี้มึงก็เรียกพนักงานคนสวยของมึงมาถาม ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร”
