บทที่ 2 ผู้ชายคนนี้ ติดลบค่ะ

หญิงสาวได้แต่มองตามแผ่นหลังและแอบคว่ำปากให้กับความหยิ่งและเย็นชาของท่านประธานคนใหม่ ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเนี๊ยบและเย็นชาสุด ๆ

เขาคือ ‘ลี่คุน’ เป็นลูกครึ่งไทย-จีน อายุยี่สิบเจ็ดปี เป็นบุตรคนรองของตระกูลลี่ พ่อของเขาชื่อ ลี่เฉิน เป็นนักธุรกิจชื่อดังจากเมืองจีน และมีภรรยาเป็นคนไทยชื่อ มิลิน

เดิมทีบริษัทนี้เป็นของคุณตา ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านแก่ชรามากแล้ว ท่านจึงวางมือและอยากให้ลูกหลานมาบริหารเพื่อสืบทอดธุรกิจต่อ พ่อของเขาจึงได้ส่งให้ลูกชายคนรองเดินทางจากเมืองจีนเพื่อมาบริหารธุรกิจงานแทน

ลี่คุน เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มากด้วยความสามารถ พูดได้หลายภาษา โดยเฉพาะภาษาจีนและภาษาไทย นอกจากด้านความสามารถในการทำงาน เรื่องหน้าตาและความหล่อเหลาแทบไม่ได้ต่างจากดาราดังในซีรีส์จีนทั่วไป

ด้าน มารีอา อนันตะพิรัชต์ สาวบัญชีวัย 24 ปี ส่วนสูง 165เซนติเมตร ใบหน้าหวานวงรีรูปไข่ ปากกระจับเล็กรับกับจมูกทรงหยดน้ำ  แต่เธอมักจะสวมแว่นตาหนาเตอะ ไม่ชอบแต่งตัว ติดจะออกเชย ๆ เหมือนคุณป้า วัน ๆ นั่งทำงานอยู่แต่กับตัวเลขและหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ชอบพบปะผู้คน และโลกส่วนตัวสูง

มารีอามักจะปล่อยตัวธรรมดา ทรงผมมัดรวบตึงเรียบง่าย สวมเสื้อผ้าตัวโคร่ง ปิดบังรูปร่างและผิวพรรณรวมถึงใบหน้าอันงดงามของเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ

แม้เธอจะมีคู่หมั้นอยู่แล้ว คือ อนิรุต แต่เขาเองก็ใช่ว่าจะรักในตัวมารีอาอะไรมากมาย หากแต่ที่เขาทนคบในความจืดชืดของเธอได้เป็นเพราะว่าพ่อแม่ของทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน ทำให้ทั้งมารีอาและอนิรุตได้รู้จักกันตั้งแต่เด็ก แต่หลังจากที่พ่อแม่ของมารีอาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน และทิ้งสมบัติเก่ามหาศาลไว้ให้ลูกสาวคนเดียวอย่างมารีอา

ครอบครัวของอนิรุตเลยรีบทำการจัดแจงหมั้นหมายมารีอาเอาไว้ ส่วนเหตุผลที่มากกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนที่บังหน้า ก็คือเพราะพวกเขาหวังจะได้ครอบครองสมบัติของบ้านมารีอาก็เท่านั้น

ยิ่งกับด้วยมารีอาเป็นคนง่าย ๆ อะไรก็ได้ ดูคล้ายเป็นคนหัวอ่อน และหลอกง่าย เหมือนจะควบคุมได้ไม่ยาก ทำให้อนิรุตยินยอมที่จะทำตามแผนการของผู้ใหญ่ในทันที

เพราะถึงมารีอาจะดูเฉิ่มเชย แต่ข้อดีของการคบผู้หญิงหัวอ่อนแบบนี้ มันก็ยังดีกว่าการที่เขาต้องไปคบกับผู้หญิงฉลาด ๆ ที่คอยรู้ทันไปเสียหมด

...

หลังจากลี่คุนเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง มารีอาได้แต่แอบเบะปากตามหลัง แม้ลึก ๆ เธอจะยอมรับในฝีมือที่เขาสามารถพลิกฟื้นธุรกิจของคุณตาที่โดนพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนเกือบไม่รอดให้สามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้แบบเดิมในเวลาแค่ครึ่งปี

แต่… ถึงแบบนั้น ในสายตาของมารีอา ลี่คุนก็ยังคงเป็นผู้ชายที่ยังมีข้อติ ผิดกับรูปร่างหน้าตาที่สุดแสนเพอร์เฟกต์ของเขา นั่นก็คือ นิสัยที่สุดแสนจะเย็นชา เคร่งขรึมและเอาจริงเอาจังกับงานจนเกินไป

มารีอาหันหลังกลับ เพื่อเดินออกจากสำนักงานของเธอเพื่อออกไปที่ลิฟต์ แต่ก็ยังไม่วายเหลียวหันกลับไปมองที่ห้องทำงานของประธานคนใหม่

ผู้ชายคนนี้เหรอ...เฮอะ ติดลบค่ะ

ลี่คุนเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ เขาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ เพื่อจัดการงานที่อยู่ตรงหน้าต่อ

ก่อนหน้าเขาเพิ่งรู้สึกหงุดหงิดจากการรับโทรศัพท์จากลี่เหม่ยหลินลูกสาวคนเล็กของอาเขาที่ชื่อลี่หลาน เธอโทรศัพท์มาบอกเขาว่าจะบินมาเที่ยวเมืองไทยเพื่อมาหาเขาในเดือนหน้า

และเรื่องน่าเบื่อสำหรับเขาก็บังเกิด

 ลี่คุนรู้ดีว่าเหม่ยหลินคิดอะไรกับเขา หากแต่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อยนอกจากการที่เห็นว่าเธอเป็นน้องสาว และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ลี่คุนขออาสามาทำงานที่เมืองไทยแทนพี่ชาย

นี่ว่าขนาดหนีมาแล้ว เธอก็ยังจะตามมาหาเขาอีก ครั้นจะบอกปัดตรง ๆ ว่ารำคาญก็ติดเกรงใจคุณอา ลี่คุนจึงทำได้แค่ไม่กล้าปฏิเสธไปตรง ๆ

พอวางสายจากเธอ เขาจึงเดินไปนอกห้องเพื่อจะชงกาแฟกินเอง กะจะนั่งทำงานต่ออีกยาว ๆ กาแฟก็ดันหมดอีก ลี่คุนเลยเผลอหงุดหงิดใส่อารมณ์ใส่พนักงานที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่เดินมาพอดี แล้วตอนนี้เขาก็รู้สึกผิดอยู่ในใจไม่น้อยที่เผลอแสดงกิริยาไม่ค่อยดีใส่พนักงาน

ตืดดดดด

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ลี่คุนทำสีหน้าเซ็งหนักเพราะคิดว่าเหม่ยหลินจะโทร.มาหาวอแวเขาอีก แต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จึงพบว่าเป็นวศิน เพื่อนสนิทของเขาเป็นคนไทยและเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยบอสตันด้วยกัน

“Hi ว่าไงวะ เคน ทำไรอยู่”

“เคนไหนของมึง กูชื่อ คุน ! ลี่ - คุน ! เรียกกูเคนอยู่ได้” ลี่คุนบ่นอุบ เพราะหมอนี่ชอบแกล้งเรียกชื่อเขาผิดเป็นประจำ

“เออ กูรู้ มึงชื่อลี่คุน แต่กูเรียก คุน คุน มันเหมือนกู เรียก คุณ คุณ อะไรเงี้ย ฟังดูแปลก ๆ กูเรียกมึงเคนแหละ สะดวกปากกูดี” วศินพูดพลางหัวเราะ

“เฮ้อ แล้วแต่มึงเลยงั้น อยากเรียกอะไรเรียกไป ว่าแต่โทร.มามีไร จะสี่ทุ่มแล้ว”

“กินเหล้ากัน”

“โทร.มาแค่เนี้ย”

“เออ แค่นี้เลย เจอกันที่ผับเดิม มาเร็ว ๆ ด้วย มาช้าเดี๋ยวกูเมาก่อน”

ตืดดดดดด

วศินตัดสายฉับ ปล่อยลี่คุนส่ายหน้ากับความมึนของเพื่อนที่ชอบทำอะไรปุปปับ คิดจะโทร.ก็โทร. คิดจะวางก็วาง

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยอมปิด Notebook เพื่อเตรียมตัวออกไปพบเพื่อนตามนัดหมายอยู่ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป