บทที่ 10 ปกป้องดูแล
“เอาละครับคุณเอิงเอย นั่งรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมกลับไปดูให้ว่าไอ้ตุ๊กแกตัวนั้นมันอยู่ตรงไหน แล้วมันหนีไปหรือยัง” เวธัสใช้เวลาในการปลอบขวัญเจ้านายอยู่นานหลายนาทีกว่าปัณณรินทร์จะยอมสงบลงได้
“เวย์ นายจะทิ้งฉันไว้ในห้องนี้คนเดียวเหรอ”
“ไม่ต้องกลัวครับ ห้องนี้ปลอดภัย ผมสำรวจแล้วไม่มีตัวอะไรแปลกปลอมแน่นอน”
“แต่ว่า...”
“ผมไปแป๊บเดียวครับ คุณเอิงเอยนั่งอยู่ตรงนี้นะ”
เวธัสเดินกลับเข้ามาภายในห้องพักเจ้านายสาว มองสำรวจทุกอย่างด้วยความละเอียดรอบคอบ จากนั้นจึงเดินเข้าไปยังห้องน้ำจุดเกิดเหตุ พบว่าตุ๊กแกเจ้ากรรมมันเกาะติดอยู่บนเพดาน โผล่ครึ่งตัวออกมาจากช่องว่างระหว่างช่องลมติดฝ้าเพดานด้านบน
“แกนี่เองไอ้ตัววุ่นวาย ออกไปเลย”
เวธัสพยายามไล่ แต่กลับถูกมันแยกเขี้ยวขู่ จึงกลัวว่ามันจะกระโดดใส่ แถมไอ้ตุ๊กแกหน้ามึน ยังไม่ยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนตีนตุ๊กแกไปไหน จนเวธัสอ่อนอกอ่อนใจ เป็นฝ่ายถอยทัพออกมาเอง
“เป็นยังไงบ้าง” คนกลัวสัตว์เลื้อยคลานน่าเกลียดทำหน้าหวาดระแวง สายตามองไปยังมืออันว่างเปล่าของเลขาฯ เหมือนกลัวว่าเวธัสจะจับไอ้ตัวนั้นถือกลับมาห้องด้วยย่างนั้นแหละ
“มันไม่ยอมไปครับ”
“หื้อ...” หน้าเบ้ ทำท่าขนลุกขนพองจนเวธัสถึงกับแอบเอ็นดูเจ้านาย
“เอาอย่างนี้ครับ คืนนี้คุณเอิงเอยนอนห้องผมไปก่อน”
“ถ้าฉันนอนนี่ แล้วนายล่ะ”
“ผมจะกลับไปนอนห้องคุณเอิงเอยไง”
“อื้อ...เวย์ นายอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้หรือเปล่า ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” สายตาหวาดระแวงยังคงมองไปรอบห้องโดยเฉพาะเพดานด้านบน
“ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้นคุณเอิงเอยรออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเก็บของที่ห้องโน้น” เพราะเห็นว่าเจ้านายยังอยู่ในอาการหวาดผวาและขวัญเสีย เวธัสจึงอยากอยู่เพื่อปกป้องดูแล
กระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมของใช้ส่วนตัวของปัณณรินทร์ถูกย้ายมารวมกันไว้ในห้องเดียว คนที่ยังอาบน้ำไม่เสร็จ เดินเข้าไปอาบน้ำภายในห้อง โดยมีเลขาฯ หนุ่มให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีตุ๊กแกตัวไหน โผล่ออกมาจากฝ้าเพดานได้อย่างแน่นอน
เนื่องจากที่พักแห่งนี้เป็นรีสอร์ทขนาดกลางขนาด อยู่ไกลจากตัวเมืองมาก ห้องพักแบบสแตนดาร์ตไม่ได้มีโซฟา ชุดรับแขกเหมือนอย่างในเมืองใหญ่ เวธัสเดินกลับไปยังห้องเจ้านายตลบลากเอาผ้าห่มนวมจากห้องว่างมาปูทำเป็นฟูกรองพื้นแข็ง ก่อนจะโยนหมอนลงไปชี้ให้ปัณณรินทร์ดูว่าที่นอนของเขาถูกเตรียมเรียบร้อยแล้ว
“คุณเอิงเอยนอนบนเตียงนะครับ เดี๋ยวผมจะนอนข้างล่างเอง”
“ฉันทำให้นายลำบากหรือเปล่า” ปัณณรินทร์มองที่นอนอันน่าอดสูนั้น แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงน่ารำคาญยังไงชอบกล
“ไม่เลยครับ ผมเข้าใจคุณเอิงเอยทุกอย่าง ไม่ต้องคิดมาก เอาเป็นว่าตอนประเมิน คุณเอิงเอยช่วยให้คะแนนผมสูงหน่อย ก็จะเป็นการขอบคุณมากครับ” เวธัสแสร้งพูดทีเล่นทีจริง เพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลายขึ้น
“ขอบใจนะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่มารบกวน ฉันไม่ชอบเจ้าตัวลายนั่นจริง ๆ”
“ผมเข้าใจครับ ผมเองก็ไม่ชอบมันเหมือนกัน เอาละครับคุณเอิงเอย ขอให้คุณเอิงเอยสบายใจได้ว่า คืนนี้ผมจะนอนอยู่ตรงนี้ ไม่ให้มีตัวอะไรมาทำให้คุณเอิงเอยตกใจได้อีก” ท่อนแขนสองข้างม้วนเข้ามาหากันในท่ากอดอก
“อือ ขอบใจนะ”
หลังจากเวธัสเดินไปปิดไฟในห้องขณะกำลังล้มตัวลงนอนนั้นเอง แสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาทำให้ห้องพักขนาดไม่กี่ตารางเมตรนี้มีแสงเรือง ๆ จนเขาต้องรีบหันไปมองเจ้านายสาว แต่เห็นว่าปัณณรินทร์นอนตะแคงหันหน้าไปอีกด้าน
รัชนก ฝ่ายบัญชี : เป็นยังไงบ้าง เวย์เงียบหายไปเลย นกส่งข้อความไปหาตั้งหลายครั้ง แต่ไม่เห็นเวย์ตอบกลับมาเลย ยุ่งมากเลยเหรอ
เวธัส : ครับ // ตอบกลับไปสั้น ๆ แล้วเลื่อนนิ้วปัดขึ้นไปดูข้อความเก่าที่ถูกส่งเข้ามาเกือบตลอดทั้งวัน ดูเหมือนเพื่อนพนักงานใหม่จะใส่ใจ ห่วงใย ถามไถ่เขามากกว่านภาลัยหัวหน้าฝ่ายเสียอีก ที่ตลอดทั้งวันส่งข้อความมาแค่บอกว่า อย่าลืมเก็บบิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กลับไปทำเรื่องเบิกเงินด้วย
รัชนก ฝ่ายบัญชี : วันนี้เป็นยังไงบ้างเหนื่อยหรือเปล่า ถึงที่พักหรือยัง
เวธัส : ถึงที่พักแล้วครับ กำลังจะนอน // ตอบข้อความออกไปให้สั้นที่สุด เพื่อต้องการตัดจบบทสนทนา เพราะหวังว่าเมื่ออีกฝ่ายเห็นคำว่า ‘กำลังจะนอน’ จะได้รู้ว่าเขาต้องการเวลาพักผ่อน หากแต่เวธัสกลับคิดผิดถนัด เพราะยังคงมีข้อความตอบกลับมาอีกหลายข้อความ
รัชนก ฝ่ายบัญชี : จะนอนแล้วเหรอ คงจะเพลียมากแน่ ๆ อย่างนั้นนกไม่กวนดีกว่า อ้อ จริงสิพรุ่งนี้เวย์จะกลับมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณกี่โมง แล้วจะแวะเข้ามาที่ออฟฟิศไหม หรือว่าจะกลับไปที่พักเลย // คนที่บอกว่าไม่อยากกวนใจ ส่งคำถามมาให้อีกล็อตใหญ่
เวธัส : ราตรีสวัสดิ์
เวธัสเลือกส่งข้อความเป็นสติ๊กเกอร์บอกราตรีสวัสดิ์อีกฝ่ายไป จากนั้นเลือกหมวดโทรศัพท์ให้กลับไปเป็นห้ามรบกวนตามเดิม ชะเง้อคอมองเจ้านาย ด้วยเพราะมั่นใจว่าปัณณรินทร์น่าจะยังไม่หลับ แต่อาจจะแค่ไม่อยากชวนเขาพูดคุยอะไร เพราะรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างเพลียจากการเดินทาง
“อุ้ย!” ร่างบางเป็นเงาตะคุม ผุดลุกขึ้นมานั่งอยู่กลางเตียง จากนั้นเวธัสเห็นเจ้านายสาวกระโดดแผล่ว วิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยท่าทางร้อนรน
“เป็นไรวะ ปวดฉี่เหรอ” คนที่นอนอยู่บนพื้นข้างเตียงลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ เฝ้ารอการกลับมาของเจ้านาย หากแต่ปัณณรินทร์หายเข้าไปในห้องน้ำพักใหญ่ จนเวธัสอดรนทนไม่ไหวต้องไปเคาะประตูเรียก
“คุณเอิงเอยเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“คือ...คือว่า...” สาวสวยวัยสามสิบเปิดประตูออกมายืนยิ้มเจื่อน เมื่อรอบเดือนเจ้ากรรมดันมาก่อนกำหนด และเป็นจังหวะนรกที่เธอดันมาต่างจังหวัดกับเลขาฯ ผู้ชายเพียงสองต่อสอง ที่สำคัญปัณณรินทร์ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันมาเสียด้วย เพราะหากนับตามรอบแล้วยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงกำหนด
“คุณเอิงเอยเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ถามซ้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังยืนอ้ำอึ้ง
“ตอนนี้กี่ทุ่มแล้ว” แทนที่จะตอบแต่คนมีพิรุธกลับเลือกถามเขากลับ
“ตีสองกว่าครับ”
“แย่แล้ว”
“แย่อะไรครับ”
“คือว่า...ฉัน ฉัน ฉันอยากออกไปร้านสะดวกซื้อหน่อย”
“ไปร้านสะดวกซื้อ ตอนนี้เนี่ยนะครับ” เวธัสคว้าโทรศัพท์กดเปิดหน้าจอเพื่อดูเวลาซ้ำอีกที
“อือ นายช่วยพาฉันไปหน่อยได้หรือเปล่า” เสียงแผ่วตอบกลับมา ใบหน้าก้มลงมองพื้นด้วยความเก้อกระดาก รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก จะไม่ให้เธออายได้อย่างไร ขนาดพี่ชายฝาแฝดแท้ ๆ ปัณณรินทร์ยังไม่เคยต้องมาอยู่ร่วมสถานการณ์ลำบากใจอย่างนี้มาก่อนเลย
“คุณเอิงเอยอยากได้อะไรครับ บอกผมมาเดี๋ยวผมจะไปซื้อให้” เข้าใจว่าคงเป็นของสำคัญมากแน่ ไม่อย่างนั้นปัณณรินทร์คงไม่อยากได้มันในช่วงเวลาแบบนี้
“ไม่ได้หรอก ฉันต้องไปซื้อเอง เอาอย่างนี้นายเอากุญแจรถมาก็ได้ เดี๋ยวฉันขับไปเอง”
“ไม่มีทาง ดึกขนาดนี้ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเอิงเอยขับรถออกไปคนเดียวหรอก ตกลงว่าคุณเอิงเอยอยากได้อะไรครับ ผมจะไปซื้อให้”
“ฉัน...เอ่อ...คือ....”
ท่าทีอ้ำอึ้งผิดจากอุปนิสัยท่าที่มั่นอกมั่นใจที่เขาเคยเห็น คนช่างสังเกตละเอียดรอบคอบ คิดหาเหตุผลอย่างอื่นไม่ออกเลย นอกเสียจากเรื่องจำเป็นสำหรับผู้หญิง
“อ๋อ... ผมคิดว่าพอจะรู้แล้ว”
“นายรู้อะไร ?”
“คุณเอิงเอยประจำเดือนมาเหรอครับ”
“นายรู้ได้ไง”
“ผมเดาเอาน่ะ แสดงว่าจริงใช่ไหมครับ”
“อือ” พยักหน้าอย่างเอียงอาย ใจจริงอยากวิ่งหนีกลับเข้าไปหมกตัวอยู่ในห้องน้ำเสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“เอาอย่างนี้ครับ คุณเอิงเอยรอผมบนห้องนี่แหละ เดี๋ยวผมไปหาซื้อมาให้เอง”
“นายนะเหรอจะออกไปซื้อให้ฉัน” ตาเหลือกมองเลขาฯ หนุ่มอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง ในเมื่อขนาดพี่ชาย พ่อ แม่ น้อง เพื่อนสนิทแท้ ๆ แม้แต่เลขาฯ คนก่อน ๆ ยังไม่เคยมีใครได้มีโอกาสทำหน้าที่นี้ต่อเธอเลยสักคน
“แค่ซื้อผ้าอนามัย มันจะไปยากอะไรล่ะครับ”
เลขาฯ ลุกขึ้นคว้ากุญแจกับกระเป๋าเงิน เปิดประตูห้องออกไปโดยไม่รอช้าขับรถออกจากโรงแรม ตรงไปหาร้านสะดวกซื้อสาขาใหญ่ที่สุด จากนั้นเลือกซื้อผ้าอนามัย แบบที่คิดว่าเหมาะกับเจ้านายตัวเอง โดยอาศัยความช่วยเหลือจากพนักงานขาย
“ถ้าเป็นกลางคืนใช้แบบนี้นะคะ จะเหมาะกว่าเพราะว่าด้านหลังยาว ส่วนถ้าเป็นกลางวันให้ใช้แบบนี้ค่ะ เวลาทำกิจกรรม ลุก เดิน ทำงานจะคล่องตัวกว่า”
“ขอบคุณมากครับ”
“น่ารักจังเลยนะคะ หายากมาก ๆ ที่ผู้ชายจะออกมาซื้อผ้าอนามัยให้แฟนแบบนี้”
“เอ่อ...คือว่า...”
