บทที่ 2 ความบังเอิญ

ตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัท พี.เอ็น.ที. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ติดอันดับหนึ่งในสามเสือสยาม ที่ใคร ๆ อยากก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในองค์กร ขนาดเพียงห้อยบัตรพนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ไปเดินห้าง เท่เสียยิ่งกว่าสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังเสียอีก

พนักงานใหม่เพิ่งมาทำงานวันแรกพร้อมกันหลายคน หลายตำแหน่งเข้ามานั่งฝึกอบรมปฐมนิเทศ เพื่อทราบถึงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ รวมไปถึงผังโครงสร้างบริษัท

“ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาด หือ....” ตาหรี่เพ่งมองขึ้นไปบนจอโพรเจคเตอร์ ถึงคนที่ตัวเองต้องไปทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

หญิงสาวในชุดสูทสีขาว หน้าตาสะสวย แต่ดูจริงจัง ถูกวางรูปแปะเอาไว้ตรงตำแหน่งผังของประธานกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร ควบกับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แถมนามสกุลยาวเป็นวานั่น ยังเหมือนกับนามสกุลของท่านประธานบริษัทอีกด้วย

“หือธุรกิจครอบครัวของแท้ ผัวเป็นประธาน เมียดูการตลาด เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน”

“นี่ นายตำแหน่งเลขาฯ ผอ.ฝ่ายการตลาดเหรอ” หนึ่งในพนักงานสาวสวย ห้อยป้ายแผนกบัญชีเอ่ยทักทาย ขณะทุกคนอยู่ในช่วงพักเบรกตอนบ่าย บริษัทใหญ่มีชา กาแฟ ขนมของว่าง ให้พนักงานน้องใหม่กินกันอย่างจุใจ

“อือ” เวธัสยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“เห็นมีคนบอกว่าตำแหน่งนี้สมัครยากมาก แถมยังรับแต่คนเก่ง ๆ ประสบการณ์สูง”

“ใช่ ๆ เห็นบอกว่า ผอ. คนนี้ดุมากด้วยนะ” พนักงานใหม่อีกคนยื่นหน้าเข้ามาบอก

“คนเก่า ๆ ที่อยู่ไม่ได้ถึงลาออกบ่อยไง เห็นบอกว่าเปลี่ยนเลขาทุกสามเดือน” พนักงานป้ายห้อยคอสีเขียว อันเป็นสัญลักษณ์เลเวล ‘พนักงานใหม่ ยังไม่ผ่านทดลองงาน’ ทำท่าทางกระซิบกระซาบ

“อ๋อเหรอ” เวธัสเหลือกตามองสาว ๆ ด้วยความรู้สึกทึ่งจัด ทั้งที่เพิ่งมานั่งปฐมนิเทศด้วยกัน แต่ทำไมทุกคนดูรู้ดีไปหมดทุกอย่าง

นอกจากเวธัสคนเดียวที่นั่งอ้าปากหวอ หันคอมองคนนั้นคนนี้คุยทับกันว่าเคยผ่านงานที่นั่นที่นี่มา ได้ไปสัมมนา มีใบเซอร์การันตีผ่านหลักสูตรมืออาชีพ ส่วนตัวเองไม่มีอะไรเลยสักอย่างนอกจากบัตรสะสมกินชานมไข่มุกฟรีหน้าหอ คนไม่มีประสบการณ์จึงลุกเลี่ยงเดินออกมาเข้าห้องน้ำ เพื่อเตรียมตัวเข้าไปฟังการบรรยายในช่วงบ่ายต่อไป

“เอ้า คุณมาทำอะไรตรงนี้...หรือว่ามาทำงาน”

เวธัสจำคนสวยขา ‘นาตยา ดูดส้วม’ ได้ในทันที ส่วนหนึ่งเพราะความสวย ส่วนอีกหนึ่งคือความซวย เพราะผู้หญิงคนนี้เองที่ทำให้เขาอดกินลูกชิ้นปิ้ง

“นาย...คนที่เก็บโทรศัพท์ให้ฉัน” ปัณณรินทร์ใช้เวลานึกหน้าพ่อหนุ่มหน้ามนคนนี้อยู่นานหลายวินาที กระทั่งจำรอยยิ้มสดใสนั้นได้ สายตามองไปยังสายสีเขียวบอกสถานะพนักงานใหม่ หากแต่ป้ายพลาสติกแข็งดันถูกเจ้าของยัดใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เธอจึงไม่รู้ว่าพ่อหนุ่มพลเมืองดีนี้มาสมัครงานตำแหน่งใดแน่

“นายทำงานที่นี่เหรอ”

“ใช่ บังเอิญจัง ตกลงว่าโทรศัพท์คุณพังหรือเปล่า เอาไปซ่อมหรือยัง แล้ววันนั้นไปทันนัดไหม”

“ทันพอดี ยังไงก็ขอบคุณมากนะ จริงสิไม่เห็นนายโทรมา ฉันยังคิดอยู่ว่าจะหาทางตอบแทนบุญคุณนายยังไง”

“อ๋อ เรื่องนั้นสบายใจได้ ช่างมันเถอะ ส้วมที่บ้านยังไม่เต็ม เอ้อ ผมไปก่อนนะเดี๋ยวเข้าไปฟังเขาปฐมนิเทศไม่ทัน”

พนักงานใหม่จบหลักสูตรการปฐมนิเทศเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม โดยในวันถัดมา แต่ละคนจะถูกส่งไปยังฝ่ายที่ตัวเองสังกัด เพื่อไปเรียนรู้เกี่ยวกับจ๊อบสคริปชั่น ขั้นตอนการทำงานของแผนกตัวเองก่อนการเริ่มงานจริง ความใส่ใจให้ความสำคัญอย่างนี้เวธัสไม่รู้ว่าเป็นเหมือนกันทุกบริษัทหรือเปล่า แต่สำหรับเขาขอยกนิ้วให้ที่นี่ เพราะมันทำให้ทุกคนเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเข้าไปเผชิญหน้ากับเหล่าบรรดาผู้จัดการ หัวหน้าแผนก และพนักงานรุ่นพี่แบบพกความมั่นใจไปมากขึ้น

เวธัสถูกส่งตัวมายังฝ่ายบริหาร เนื่องจากตำแหน่งเลขานุการของตัวเองนั้น เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง จำเป็นต้องเรียนรู้และท่องจำลำดับขั้นตำแหน่งของผู้จัดการแต่ละฝ่าย ความเกี่ยวโยงของแต่ละแผนก รวมไปถึงการตรวจสอบเอกสารให้รอบคอบ ก่อนส่งเข้าไปยังห้องเจ้านาย

“เอกสารทุกฉบับ ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยทุกอย่าง ดูว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเซ็นชื่อกำกับครบแล้วหรือยัง ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปจะต้องตีเอกสารกลับทันที” ปลายนิ้วเรียวของ นภาลัย หัวหน้าฝ่ายเลขานุการวัยสี่สิบ จิ้มลงไปยังรอยปากกาสีแดงตรงมุมกระดาษ ให้เห็นตัวอย่างการลงลายมือชื่อกำกับว่าเอกสารชุดนี้ผ่านการตรวจสอบจากเลขาฯ หน้าห้องเรียบร้อยแล้ว

“ต่อไปการเรียงลำดับเอกสารความสำคัญก่อนหลัง เวลาเอาไปวางบนโต๊ะของคุณเอิงเอย ต้องเรียงลำดับตามนี้เท่านั้นนะคะ ห้ามสลับแฟ้มเด็ดขาด ยกเว้นกรณีเอกสารแฟ้มแดงซึ่งเป็นเอกสารสำคัญเร่งด่วนจะถูกวางไว้ด้านหน้าเสมอ”

“แฟ้มแดง แล้วมันคืออะไรครับ”

“ส่วนมากจะเป็นเรื่องอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกรณีฉุกเฉิน หรือเอกสารที่ท่านประธานมอบอำนาจให้คุณเอิงเอยเซ็นแทนช่วงที่ท่านไม่อยู่”

“อ๋อ ครับ” เลขาฯ คนใหม่ จดทุกอย่างใส่ไว้ในสมุดบันทึกอย่างละเอียด นักศึกษาปริญญาโทเพิ่งจบ สมองยังไว จึงสามารถเรียนรู้งานทุกขั้นตอนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

“แล้วเมื่อไหร่ผมถึงจะได้เจอคุณเอิงเอยสักทีครับ” เพราะมาฝึกงานอยู่ในฝ่ายบริหารนานสามวันแล้ว แต่ยังไร้วี่แววเงาของเจ้านายที่ตัวเองต้องเป็นเลขาฯ ให้

“ใจเย็น ๆ ได้เจอแน่ แต่ตอนนี้นายต้องฝึกทุกอย่างให้คล่องเสียก่อน เพราะถ้าเวลาเจอคุณเอิงเอยจริง ๆ นายจะมางง ทำหน้าสับสนไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้หรอกนะ ถามขึ้นมาก็ดีแล้ว อย่างที่เห็น คุณเอิงเอยต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย ดังนั้นบางครั้งอาจจำเป็นต้องให้นายตามไปด้วย ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือเปล่า ส่วนเรื่องค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเดินทาง ที่พัก สวัสดิการอื่น ๆ ทางบริษัทมีงบให้ไม่ต้องกังวล”

“อ๋อ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ” นึกดีใจว่าไม่ต้องนั่งทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ เลขาฯ หนุ่มยิ่งรู้สึกว่านี่คืองานที่ตัวเองชื่นชอบ

เลขาน้องใหม่ดีดนิ้วเสียงดังเป๊าะ ให้กับเอกสารมากมายบนโต๊ะเจ้านาย ซึ่งตนเองฝึกตรวจสอบความถูกต้องจนมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด จากนั้นเดินไปเรียกให้หัวหน้าฝ่ายเข้ามาตรวจทานอีกครั้ง

“โอเค เก่งมาก เสร็จแล้วเวย์กลับบ้านเลยก็ได้นะ เกือบทุ่มหนึ่งแล้ว”

“แล้วพวกพี่ไม่กลับบ้านกันเหรอครับ” ถามพร้อมหันหลังไปมองพนักงานหลายคนที่ยังไม่ยอมลุกจากโต๊ะทำงาน เวธัสยังได้ยินเสียงเคาะแป้นพิมพ์ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ สลับกับเสียงเครื่องปรินต์เตอร์ฟีดเอกสารออกมาเป็นระยะ ๆ ทั้งที่เลยเวลามาเป็นชั่วโมงแล้ว

“ยัง เดี๋ยวพี่ขอเคลียร์งานต่ออีกหน่อย”

“พี่นภา ปกติเลิกงานกันค่ำแบบนี้บ่อย ๆ เหรอครับ” เพราะเรียนรู้งานจากนภาลัยมานานหลายวัน จึงถือว่าเวลานี้นภาลัยคือพนักงานที่เวธัสสนิทสนมมากที่สุด จึงกล้าถามคำถามนี้ออกไป

“ไม่บ่อยหรอก แล้วแต่ว่าใครสามารถบริหารจัดการงานของตัวเองได้เรียบร้อยแค่ไหน เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้ ถ้าไม่เสร็จจะมาทำพรุ่งนี้ก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่ส่วนมากที่นั่ง ๆ กันอยู่นี่ก็เพราะไม่อยากให้งานมันค้างบนโต๊ะมากกว่า”

“ว้าว ขยันจัง...สุดยอด!” นิ้วหัวแม่มือยกขึ้นมาอย่างชื่นชม

“เอาล่ะ กลับบ้านได้แล้ว” หัวหน้าฝ่ายยกมือโบกไล่พนักงานหนุ่มอายุน้อยที่สุดในชั้น

เวธัสเดินฮัมเพลงเบา ๆ ไปเข้าห้องน้ำ เพราะกลัวว่าหากออกไปแล้วรถติดจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องปวดฉี่กลางทาง แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าความบังเอิญเหวี่ยงให้เขามาเจอกับสาวสวยทำธุรกิจรับดูดส้วมอีกครั้ง

“เอ้าพี่นาตยา มาดูดส้วมเหรอครับ” เสียงทักทายอย่างเป็นกันเอง หากทว่าขานชื่อไม่คุ้นหู ทำเอาปัณณรินทร์ถึงกันยืนงง

“นายเรียกฉันว่าอะไรนะ”

“นาตยาไง แล้ววันนี้ทำไมมาซะค่ำเลย ทุ่มกว่าแล้วยังไม่เลิกงานอีกเหรอครับ”

“ฉันเพิ่งมาถึง” ปัณณรินทร์ตอบพร้อมกับมองป้ายห้อยคอสายสีเขียวเข้ม เห็นรูปติดบัตรพนักงานชัดเจนพร้อมเขียนชื่อจริง ชื่อเล่น และแผนก...

“นายเป็นเลขาฯ เหรอ”

“ครับ ผมเป็นเลขาผอ. ฝ่ายพัฒนาการตลาด”

“หือ เลขาฯ ผอ.”

“ครับ จริงสิผมไม่กวนเวลาทำงานพี่ดีกว่า ผมกลับบ้านก่อนนะ แต่แปลกจังบริษัทก็ใหญ่ทำไมส้วมตันบ่อยจังเลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป