บทที่ 3 ผู้อำนวยการปัณณรินทร์
“เอ้าเวย์ เพิ่งกลับเหมือนกันเหรอ”
นก รัชนก สาวสวยแผนกบัญชีเข้าทำงานพร้อมกัน เดินเข้ามาทักทายระหว่างเวธัสกำลังเดินออกจากอาคารสำนักงานเพื่อไปนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน นั่นเอง จึงทำให้รู้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานฝ่ายบริหารที่ทำงานกันอย่างจริงจัง แต่แผนกอื่น ๆ ก็ยังนั่งทำงานกันอยู่จนมืดค่ำ หน้าแหงนเงยกลับมองไปยังไฟส่องสว่างซึ่งส่องผ่านบานกระจกสำนักงานใหญ่ เห็นไฟเกือบครึ่งตึกยังไม่ถูกปิด
“อ้อ ใช่”
“เวย์กำลังไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินใช่ไหม เราเดินไปด้วยได้หรือเปล่า”
“อื้อ ไปดิ”
พนักงานหนุ่มหล่อยืนคู่พนักงานสาวสวยบนขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินในช่วงเวลาค่ำ ซึ่งขนผู้โดยสารมาจนเต็มโบกี้
“นกมายืนตรงนี้ดีกว่า” อุปนิสัยสุภาพบุรุษ พยักหน้าเรียกให้เพื่อนร่วมบริษัทมายืนด้านหน้า ส่วนตัวเองไปยืนขวางผู้ชายแปลกหน้าไม่ให้ขยับเข้ามาเบียด
“ขอบใจนะ” แก้มยกอมยิ้ม ชำเลืองชื่นชมเจ้าของใบหน้าหล่อคมคายอย่างเงียบ ๆ
“แล้วนกลงสถานีไหน”
“อีกสองสถานี แล้วเวย์ล่ะ”
“เราลงสุดทางเลย แล้วนกน่ะทางกลับบ้านไม่เปลี่ยวใช่ไหม ให้เวย์เดินไปส่งไหม” เพราะเป็นห่วงเพื่อนร่วมงานสาวสวยกระโปรงสั้น จึงถามอย่างนั้นออกไป หากแต่ความห่วงใยนี้ กลับฉีดสีชมพูเข้าไปยังพวงแก้มขาวของสาวบัญชี
“อื้อ กลับได้ไม่เป็นไร ขอบใจนะ”
“โอเค กลับดี ๆ ล่ะ”
ตาคมมองตามจนเพื่อนร่วมงานเดินลงจากขบวนรถไฟ เวธัสจึงพยักหน้าให้ เมื่อเห็นว่าผู้ชายหน้าตาหื่น ๆ เดินตามไป นั่นแหละพ่อสุภาพบุรุษตัวจริงกระทิงแดง ถึงกับกระโดดแผล็วออกจากโบกี้ก่อนที่ประตูจะปิด แล้ววิ่งไปหยุดยืนข้างเพื่อนบริษัทเดียวกัน
“หือ เวย์ลงมาทำไม”
“เดี๋ยวเวย์เดินไปส่ง” หน้าพยักพร้อมกับชี้นิ้วไปยังทางเดินด้านหน้า ตาเหล่มองไปยังผู้ชายท่าทางไม่น่าไว้ใจ
กระทั่งเวธัสเดินมาส่งเพื่อนร่วมงานจนถึงคอนโดมิเนียมที่พัก และมั่นใจว่าเพื่อนสาวคงปลอดภัยแล้วจึงโบกมือลากลับไปซื้อตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อกลับบ้านตัวเอง
ติ๊ง
ข้อความจากไลน์ส่วนตัวดีดเด้งขึ้นมาพร้อมคำถามห่วงใยว่าถึงบ้านปลอดภัยดีหรือเปล่า ส่งมาจากรายชื่อพนักงาน ซึ่งเวธัสบันทึกกำกับตำแหน่งหน้าที่ต่อท้ายเอาไว้เพื่อช่วยให้จดจำง่ายขึ้น
รัชนก ฝ่ายบัญชี : เวย์ถึงบ้านหรือยัง
เวย์ : ถึงแล้ว // ตอบกลับแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งลงไปบนเตียง จากนั้นเดินไปกดสวิตช์ปิดไฟ เปิดทีวีเพื่อดูซีรีส์หนังฝรั่งบู๊แอคชั่นเกี่ยวกับฮีโร่เรื่องโปรด
รัชนก ฝ่ายบัญชี : วันนี้ขอบใจมากนะที่เดินมาส่ง แล้วเวย์ทำอะไรอยู่ // อีกฝ่ายยังไม่จบบทสนทนา
เวย์ : ดูหนัง // มือควานหยิบโทรศัพท์มาตอบแล้วโยนมันทิ้งไปอีกรอบ
รัชนก ฝ่ายบัญชี : ดูเรื่องอะไรเหรอ
เวย์ : ฮีโร่ // ตอบไปสั้น ๆ เพราะต้องการมีสมาธิในการดู
รัชนก ฝ่ายบัญชี : สนุกเหรอสงสัยนกคงต้องไปลองดูบ้างแล้ว
เวย์ : สนุก
รัชนก ฝ่ายบัญชี : แล้วนกไลน์มารบกวนหรือเปล่า
เวย์ : กวน // ตอบไปตรง ๆ เพราะปกติไม่ชินและไม่ชอบกับการถูกเซ้าซี้ เจ้ากี้เจ้าการ ยิ่งซีรีส์กำลังถึงฉากสำคัญเขาไม่อยากพลาดช็อตเด็ด
รัชนก ฝ่ายบัญชี : อย่างนั้นนกไม่กวนดีกว่า หลับฝันดีนะ
เวย์ : โอเคครับ // โทรศัพท์ถูกโยนกลับไปวางไว้ที่เก่า จากนั้นเขาไม่ได้สนใจมันอีกเลย
ดูเหมือนวันนี้สำนักงานจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะพนักงานบนชั้นบริหาร แทบไม่มีใครนั่งติดเก้าอี้ คนนั้นลุก คนนี้เดิน คนโน้นคุยโทรศัพท์เสียงโขมงโฉงเฉงไปหมด
“พี่นภา ทำไมวันนี้ทุกคนดูยุ่งจังเลย มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“คุณเอิงเอยเรียกประชุมด่วนน่ะสิ เออ วันนี้เก้าโมงเวย์เข้าประชุมด้วยนะ เดี๋ยวพี่จะเอาเครื่องบันทึกเข้าไป แล้วช่วยจดบันทึกให้รอบแรก แต่หลังจากนี้เวย์ต้องทำเองนะ”
“ครับพี่” ตอบรับพร้อมกับชะเง้อคอมองผ่านเข้าไปภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาด แต่ยังไม่เห็นไฟเปิด จึงเดาว่าคุณเอิงเอยน่าจะยังมาไม่ถึงออฟฟิศ
จากนั้นเดินตามหัวหน้าฝ่าย กดลิฟต์ลงไปยังชั้นต่ำกว่าห้าชั้น ซึ่งเป็นศูนย์รวมห้องประชุม ทั้งห้องเล็ก ห้องใหญ่ ห้องกลาง ห้องลับแบบเก็บเสียงได้ เก็บเสียงไม่ได้ ตั้งใจฟังคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนเตรียมการประชุมว่าเลขาฯ ต้องเตรียมอะไร อย่างไรบ้าง
“อ้อ คุณเอิงเอยมาแล้ว” นภาลัยสะกิดพนักงานหนุ่มรุ่นน้อง จากนั้นเดินลิ่วออกไปรับเจ้านายจนถึงประตูทางเข้า
ปัณณรินทร์แตะนิ้วหัวแม่มือลงไปยังเครื่องสแกนเพื่อเปิดประตู เดินเข้ามาค้อมศีรษะรับการทักทายจากทุกคน
“เอ๋...คุณนาตยา”
“นาตยาไหนกันเวย์” นภาลัยกับพนักงานสองสามคนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ หันมามองด้วยความสงสัย
“ก็นาตยา ดูด...”
“นี่คุณปัณณรินทร์ คุณเอิงเอย”
“ห๊ะ!”
“เอาละ พี่นภาตามเอิงเข้าไปในห้องค่ะ แล้วก็นาย...ชื่อเวย์ใช่ไหม” ปัณณรินทร์หันมาเอียงมองเลขาฯ คนใหม่ แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ
นี่ถ้าหากไม่ใช่เพราะครั้งนั้นเธอได้รับความช่วยเหลือจากเขา จนสามารถได้โทรศัพท์คืนมา และไปทันการประชุมสัมมนาครั้งสำคัญได้ เธอคงสั่งไล่พนักงานตาถั่วนี่ออกไปแล้ว มีอย่างที่ไหนมาหาว่าเธอเป็นพนักงานดูดส้วม
ความมั่นใจในตัวเองที่เวธัสพกมาจากบ้าน เหมือนเวลานี้มันระเหยไปจนเกือบหมด เมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองตบบ่าทักว่ามารับจ้างดูดส้วมนั้นคือเจ้านายตัวเอง
“แหะ แหะ” ยิ้มแห้งเจื่อนจนจางขยับยิ้มอย่างลำบากเมื่อเวธัสเดินตามหลังนภาลัยเข้ามาในห้อง
ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเอกสารที่ตัวเองจัดการนำมาวางเรียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนกลับบ้าน ถูกเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว และถูกขนเอาไปวางกองไว้ยังโต๊ะด้านข้าง รอให้เลขาฯ ส่งมันคืนกลับไปยังฝ่ายต่าง ๆ ที่ส่งมันมาในตอนต้น
“หรือว่าเมื่อคืนไม่ได้มาดูดส้วม แต่มาเซ็นเอกสาร”
ความคิด ความจำ จิตใต้สำนึกยังไม่ยอมแกะเอาความทรงจำแรกออกไปจากหัวได้
“การประชุมช่วงเช้าเตรียมเรียบร้อยหรือยังคะ” เจ้านายสาวสวยยืดตัวตรงนั่งอย่างสง่าผ่าเผยสมกับตำแหน่งผู้อำนวยการ
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณเอิงเอย”
“เอาละนายเวย์ธัส ฉันจะถือว่าอะไรที่นายพูดมาก่อนหน้านั้น เป็นเพราะเราสองคนยังไม่ได้เจอกันอย่างเป็นทางการ ดังนั้นนับจากนี้ไปช่วยเรียกชื่อของฉันให้ถูกด้วย”
ราวกับปัณณรินทร์ขว้างค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ออกมาจากปากทุบเข้ากลางหน้าผากเลขาฯ หนุ่ม ที่ยืนยิ้มแห้งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
“ครับคุณเอิงเอย ขอบคุณครับ” สองมือยกขึ้นมาทำท่าพนมไหว้ก่อนจะประสานจับมันกุมไว้ด้านหน้าเป็นท่าทางซึ่งเวธัสไปค้นหาข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ตว่า คือท่าทางอันเหมาะสมในการยืนอยู่ต่อหน้าเจ้านาย
“เท่าที่ฉันรู้ข้อมูลมาจากฝ่ายบุคคล นายไม่มีประสบการณ์การเป็นเลขานุการมาก่อน แต่ฉันอยากให้โอกาสกับนายสักครั้ง ดังนั้นฉันหวังว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นายคงเรียนรู้งานทุกอย่างจากหัวหน้านภาลัยได้มากพอสมควร จนสามารถที่จะทำงานกับฉันได้”
“ครับ ผมเรียนรู้งานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ตัวเองจากพี่นภาลัยหมดแล้ว ส่วนของภาคทฤษฎี ต่อไปนี้ก็คงเป็นส่วนการทำงานกับคุณ...เอิงเอยจริง ๆ” เว้นจังหวะการเรียกชื่อเพราะกลัวสมองเบลอเผลอไปเรียกนาตยาอีกล่ะก็แย่แน่
“มั่นใจหรือเปล่าว่าพร้อมสำหรับการเริ่มงานวันนี้”
“มั่นใจครับ” เสียงดังฟังฉะฉานปราศจากแววตาล้อเล่น
“ดี เพราะฉันไม่ชอบพวกประเภทเก่งแต่ปาก พูดมากจนน่ารำคาญ พวกเช้าชามเย็นชาม หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ถึงแม้ทำงานกับฉัน นายไม่จำเป็นต้องไปแบกอิฐ แบกปูน แต่นายคงเห็นแล้วว่างานในฝ่ายบริหารเป็นยังไง”
“ผมเข้าใจครับ” เวธัสตอบพร้อมกับชำเลืองมองไปยังเอกสารกองใหญ่ ประกอบกับสิ่งที่นภาลัยสอนงานให้ และคุณสมบัติมากมาย ตอนเขามาเขียนใบสมัครนั้น ก็พออนุมานได้แล้วว่างานนี้ไม่หมูเลย
แต่ใช่ว่าเวธัสจะคาดหวังงานสบายเสียเมื่อไหร่ แน่นอนว่าการที่เขาเลือกบริษัทนี้ย่อมเตรียมใจมาแล้ว ดังนั้นคำขู่ของปัณณรินทร์นะหรือจะทำให้เขาใจฝ่อได้ ไม่มีทางเสียหรอก
“เอาละ อีกสิบห้านาทีจะถึงเวลาเข้าประชุม นายเตรียมตัวให้พร้อม เรามาเริ่มงานแรกของเรากัน”
