บทที่ 4 เลี้ยงต้อนรับเจ้านายคนใหม่
ภายในห้องประชุมใหญ่ ผู้จัดการจากแผนกต่าง ๆ นั่งประจำที่ครบทุกฝ่าย สังเกตได้จากไม่มีเก้าอี้ตัวใดถูกเว้นว่างอยู่เลย การประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในอาชีพเลขานุการ เวธัสถูกนภาลัยให้นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหลัง ในฐานะผู้สังเกตการณ์ เฝ้าจับทุกกริยาอาการและหน้าที่ของทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยเฉพาะปัณณรินทร์ผู้เป็นเจ้านาย
แม้ก่อนหน้านั้นเขาเคยพบเธอมาก่อนหลายครั้ง แต่ก็เป็นการพบกันโดยบังเอิญ อีกทั้งเขาจดจำเธอในฐานะผู้หญิงซุ่มซ่ามคนหนึ่ง ที่ทำโทรศัพท์ตกลงไปในท่อ แถมยังรีบร้อนสะเพร่าส่งนามบัตรผิดมาให้จนเขาเข้าใจผิดไปไกลว่าเจ้านายสาวสวยคนนี้เป็นพนักงานดูดส้วม ความจ๊ะเบ๊อะจ๊ะบ๊ะซุ่มซ่ามของปัณณรินทร์ยังขี้ลืม วางถุงลูกชิ้นปิ้งของเขาไว้บนหลังคารถ ทำมันตกจนเขาอดกินของอร่อย
แต่ดูนั่นสิ บนเก้าอี้ประธานในที่ประชุมวันนี้ ปัณณรินทร์อยู่ในมาดของ Walking Woman สาวสวยที่ทั้งเก่งทั้งฉลาด มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ สมกับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาด ทำเอาเวธัสหลงลืมภาพลักษณ์สาวซุ่มซ่ามไปเลย
“เอาล่ะ ก่อนที่เราจะปิดประชุมกันวันนี้ ไม่ทราบว่าใครมีอะไรสงสัย หรือต้องการแจ้งอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ” นภาลัย เลขาฯ ในที่ประชุมลุกขึ้นยืน ทั่วทั้งห้องประชุมหันมาสบตากัน ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ปิดการประชุมเท่านี้นะคะ พบกันใหม่การประชุมครั้งหน้า”
เลขานุการใหม่เตรียมขยับก้นลุกจากเก้าอี้ หากแต่หางตาเหลือบไปเห็นว่ายังไม่มีใครลุกยืน แม้นภาลัยจะเอ่ยปากบอกปิดการประชุมไปแล้ว นักศึกษาจบใหม่หันไปชำเลืองมองเจ้านายสาวสวย ที่เหมือนยังนั่งอ่านอะไรบางอย่างจากในไอแพด กระทั่งปัณณรินทร์ลุกจากเก้าอี้ นภาลัยจึงหันมายักคิ้วให้ตน แล้วเดินตามหลังผู้อำนวยการสาวออกไปจากนั้น นั่นเองเวธัสจึงได้ยินเสียงเลื่อนเก้าอี้ เสียงพูดคุยในห้องประชุมตามหลังมา
“พี่นภาคะ เอิงเพิ่งได้รับข้อมูลจากท่านประธานมาเมื่อสักครู่ เขาให้เอิงไปร่วมงานเปิดโครงการเมืองใหม่ที่หัวหินแทน พอจะมีใครตามเอิงไปช่วยกันเก็บข้อมูลได้บ้างไหมคะ อ้อ อาจจะเลิกงานค่ำหน่อยนะคะ กว่าจะกลับมาถึงกรุงเทพฯ อีกครั้งน่าจะดึกพอสมควร”
“วันนี้หรือคะ เป็นเย็นวันศุกร์ซะด้วย เดี๋ยวพี่ลองถามให้นะคะว่าฝ่ายงานเลขาฯ มีใครพอจะตามคุณเอิงเอยไปได้บ้าง”
“ผมว่างนะครับ ผมขับรถให้ก็ได้” เวธัสที่เดินตามหลังเข้ามารีบยกมือขึ้นทันที นี่แหละที่เขาต้องการ ไม่ต้องมานั่งอุดอู้อยู่ในอาคารสำนักงานตลอดเวลา
“นายนะเหรอจะตามฉันไป” คิ้วสวยของปัณณรินทร์ยกขึ้นสูงทันที เพราะเธอยังไม่มั่นใจในประสบการณ์ที่นับหนึ่งใหม่ของเลขาฯ คนนี้
“ครับ ผมขับรถได้ แล้วก็ไม่มีธุระอะไรที่ไหนเลย จะกลับดึก กลับเช้า กลับพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ไม่มีปัญหาเลยครับ” หนุ่มโสดสถานะคล่องตัวยิ้มอย่างภูมิใจ
ปัณณรินทร์ไม่ได้ตอบรับในทันที หากแต่หันไปขอคำยืนยันจากหัวหน้าฝ่ายอย่างนภาลัย ต้องการรับรองว่าเลขาฯ ใหม่คนนี้อยู่ในขั้นตอนพร้อมสำหรับการพาออกงานด้วยจริงหรือไม่ กระทั่งนภาลัยพยักหน้ายืนยัน นั่นเองปัณณรินทร์จึงโล่งใจ และคิดว่าเธอตัดสินใจไม่ผิดที่ให้โอกาสเวธัสในการเข้ามาทำงาน เพราะหากเป็นเมื่อก่อน เธอต้องรอให้เลขาฯ โทรไปเคลียร์ โทรไปขออนุญาตสามี หรือแม้แต่จัดการเรื่องลูก ๆ ก่อนเสมอ
“อย่างนั้นหลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จเราจะออกเดินทางทันที” ปัณณรินทร์พยักหน้าให้กับเลขาฯ
“แล้วทำไมเราไม่ออกไปเลยล่ะครับ ไปแวะทานข้าวระหว่างทางก็ได้ ถนนเส้นประจวบฯ หัวหิน ของอร่อยเยอะนะครับ จะได้ไม่ต้องรีบขับรถ ไปแบบเรื่อย ๆ สบาย ๆ ขับขี่ปลอดภัย วันนี้วันศุกร์ด้วยรถยนต์ขาออกจากเมืองน่าจะเยอะ เผื่อรถติด”
ปัณณรินทร์หันไปสบตากับนภาลัยนิดหน่อย แล้วพยักหน้ายอมรับข้อเสนอของพนักงานหนุ่ม นี่อาจเป็นข้อดีของการมีเลขาฯ เป็นผู้ชาย เพราะไม่ต้องวุ่นวายแต่งหน้า ทำผม เตรียมข้าวของอะไรเยอะแยะ
“ตกลง ไปตอนนี้เลยก็ได้”
เป็นอย่างที่เวธัสคาดการณ์จริง ๆ รถยังไม่ทันขับพ้นเขตเมืองหลวง การจราจรบนท้องถนนก็แน่นขนัด จนรถขยับเคลื่อนตัวได้ช้าลง โชคดีที่วันนี้ปัณณรินทร์ไม่ต้องขับรถด้วยตนเอง เพราะมีเลขานุการหนุ่มอาสาเป็นสารถีให้ จึงไม่ต้องหงุดหงิดรำคาญใจเท่าไหร่
“คุณเอิงเอยครับ” เสียงสดใสของเลขาฯ คนใหม่เอ่ยมาจากเบาะนั่งด้านข้าง
“ว่าไง”
“ผมขอโทษนะครับ ที่เคยทักว่าคุณเอิงเอยเป็นนาตยาดูดส้วม” มุมปากยิ้มหันข้างมามองเจ้านายสาว
ส่งตาขวางไปให้เมื่อพูดไปถึงเรื่องนี้ “แล้วนายนึกยังไง ถึงคิดว่าฉันเป็นพนักงานดูดส้วม หน้าฉันเหมือนพนักงานดูดส้วมนักหรือไง”
“ก็คุณเอิงเอยเอานามบัตรของนาตยาดูดส้วมให้ผมเอง จริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น ไม่ได้คิดเอาเองสักนิด”
“ฉันเนี่ยนะเอานามบัตรแบบนั้นให้นาย” ปัณณรินทร์ยังไม่ปักใจว่าตัวเองจะเผลอไผลทำอะไรสะเพร่าอย่างนั้น นึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้น เปิดกระเป๋าสำหรับเก็บนามบัตรของตัวเอง สำรวจดูว่าตัวเองเผลอเอานามบัตรที่ได้รับมาจากคนอื่นเอาไปใส่ปะปนอยู่ จนทำให้เกิดเหตุการณ์น่าอายแบบนี้จริงหรือไม่
“จริงครับ ไม่อย่างนั้นผมจะเข้าใจว่าคุณเอิงเอยเป็นเจ้าของบริษัทรับดูดส้วมได้ยังไง”
“เอาละ ถือว่าฉันสะเพร่าเองก็แล้วกัน อย่างน้อยคนที่รับนามบัตรผิดไปก็เป็นนายไม่ใช่คู่ค้าคนสำคัญ ไม่งั้นจะแย่แน่”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ”
“จะบ่ายโมงแล้วนะ นายไม่หิวข้าวหรือไง”
“ตอนนี้ยังไม่หิวเท่าไหร่ครับ รอให้พ้นเขตรถติดตรงนี้ไปอีกสักหน่อย ตรงเส้นข้างหน้ามีร้านข้าวแกงปักษ์ใต้อร่อยมาก เวลาผมขับรถมาเส้นนี้ทีไร เป็นต้องแวะกินตลอด อร่อยแล้วก็ราคาถูกด้วย ว่าแต่คุณเอิงเอยทานเป็นหรือเปล่าครับ” คนอยู่ง่ายกินง่ายหันมาถามเจ้านายซึ่งเป็นไฮโซรวยระดับแสนล้าน
“นายเห็นฉันเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง กินอาหารข้างทางไม่เป็นอย่างนั้นเหรอ”
“ก็ไม่เชิงครับ บางคนเขาก็ไม่ชอบกินอาหารข้างทาง บอกว่ามันสกปรก หรืออาจไม่ชอบบรรยากาศป่าข้างทาง ควันรถ ฝุ่น อากาศร้อน ถ้าหากคุณเอิงเอยไม่ชอบ บอกผมได้นะ เดี๋ยวผมพาไปแวะร้านอื่น”
“ไม่เป็นไร ถ้านายการันตีว่าอร่อย ฉันจะลองดูก็ได้”
ร้านอาหารปักษ์ใต้เป็นเพิงไม้ปลูกอยู่ริมถนน ข้างทางนั้นมีรถยนต์จอดเรียงต่อกันอยู่หลายคัน เหมือนจะเป็นการการันตีให้ปัณณรินทร์มั่นใจได้อีกส่วนหนึ่งว่า ร้านอาหารธรรมดา ๆ นี้คงอร่อยจริง ยิ่งเมื่อเดินเข้ามาเห็นลูกค้านั่งกันแน่นแทบไม่มีโต๊ะว่าง
“คุณเอิงเอยทานเผ็ดได้หรือเปล่าครับ” เลขาฯ หนุ่มซึ่งเดินนำหน้ามาก่อนหันมาถาม
“ได้ แต่แค่นิดหน่อย”
“โอเคครับ”
เวธัสชี้นิ้วสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่ว เดินนำพาเจ้านายไปนั่งลงยังโต๊ะว่างก่อนจัดการเสิร์ฟน้ำด้วยแก้วพลาสติกสีแสบตา ที่กดออกมาจากถังน้ำดื่มแบบพลาสติก คนคุ้นเคยใช้ชีวิตเรียบง่ายเดินไปหยิบผักสดใส่จานนำมาวาง ตามด้วยเดินไปรับจานกับข้าวและข้าวสวยร้อน ๆ
“เขาไม่เอามาเสิร์ฟเหรอ” ไฮโซสาวเคยชินชีวิตสุขสบายมองทุกอย่างรอบกายด้วยความสับสน
“ที่นี่เราต้องบริการตัวเองครับ คุณเอิงเอยไม่ต้องห่วงผมจัดการเอง”
ปัณณรินทร์มองเมนูอาหารใต้ที่ในชีวิตนี้เธอลิ้มลองมันนับครั้งได้ อาหารคำแรกถูกตักใส่ปาก จากนั้นผู้อำนวยการคนเก่งแทบไม่ยอมวางช้อนเลย จนกระทั่งหนุ่มหล่อนั่งตรงข้ามเติมข้าวสวยไปสองจานพูน และกับข้าว ผักสดที่นำมาเกลี้ยงจานทุกอย่าง เป็นอันว่าเวธัสไม่ต้องเสียเวลาถามให้มากความว่าเจ้านายประทับใจอาหารมื้อนี้หรือไม่
“เดี๋ยวฉันจ่ายเองถือว่าเป็นสวัสดิการของพนักงาน” ปัณณรินทร์หยิบกระเป๋าถือของตัวเองออกมาเปิดออก ก่อนจะหน้าซีดเมื่อในกระเป๋าเงินราคาหลักแสนกลับไม่มีธนบัตรเหลือแม้แต่แบงค์เดียว สายตาประหม่าตกใจมากกว่าเดิม เมื่อมองไปเห็นตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ชัดเจน ‘รับเฉพาะเงินสด’
“นี่นายเวย์ ร้านนี้เขารับบัตรเครดิตไหม”
“คุณเอิงเอยครับ นี่มันร้านข้าวข้างทาง คุณจะรูดบัตรเครดิตอะไรเล่า”
“ฉันไม่ได้พกเงินสด แล้วร้านนี้เขาก็ไม่รับสแกนจ่ายด้วย นายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ”
“ขนาดไม่รับสแกนจ่าย แล้วคุณเอิงเอยคิดว่าเขาจะรับบัตรเครดิตหรือไงเล่า เอาเป็นว่ามื้อนี้ผมจ่ายเอง ถือซะว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับเจ้านายคนใหม่” เลขาฯ หนุ่มหล่อหน้าใสอมยิ้มล้วงมือลงไปหยิบกระเป๋าสตางค์ทันที
“เขามีแต่เจ้านาย เลี้ยงต้อนรับลูกน้องย่ะ”
“ก็ผมไม่อยากเหมือนคนอื่น ผมอยากเลี้ยงเจ้านายบ้าง ไม่แน่นะครับแบบนี้เราสองคนจะได้ทำงานร่วมกันไปอีกนาน ๆ”
