บทที่ 6 ทำหน้าที่เลขาฯ
ปัณณรินทร์มารู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง เมื่อใกล้สว่างเพราะกระเพาะปัสสาวะร่ำร้องอยากปลดปล่อยปริมาณน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย หากแต่เมื่อคนงัวเงียเดินมาจนถึงชักโครก และกำลังจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าท่อนล่าง เพื่อทำภารกิจส่วนตัว ช่วงเวลานั้นเองปัณณรินทร์จึงเพิ่ง รู้สึกตัวว่ายังสวมเสื้อผ้าชุดใส่ไปออกงานเมื่อวานอยู่
“เอ๋ ฉันกลับมาห้องตอนไหนเนี่ย นายเวย์!”
ความตกใจ ระคนหวาดระแวงรีบก้มลงสำรวจร่างกายในทันที หากแต่ทุกอย่างนั้นยังเป็นปกติ ไม่มีอะไรบุบสลาย นอกจากเครื่องสำอางบนใบหน้าที่หายไป มีหลักฐานเป็นสำลีแผ่นเปื้อนคราบเครื่องสำอางถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ
“ดูแลดีขนาดนี้เชียว” มือลูบไปตามใบหน้า แม้เครื่องสำอางจะถูกล้างออกไม่หมดจดสะอาดเรียบกริบเหมือนเธอทำเอง แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการปล่อยให้ตัวเองนอนหลับข้ามวันข้ามคืนไปโดยมีทั้งรองพื้น แป้งฝุ่น บลัชออน มาสคาร่า ฉาบหน้าเอาไว้อย่างนั้น
ปัณณรินทร์จำได้ว่า ครั้งหนึ่งพี่ชายฝาแฝดเคยดูแลเธอตอนเมา แต่รายนั้นขนาดคลอดออกมาจากมดลูกเดียวกันกับแม่ ยังไม่เคยดูแลเทคแคร์เธอถึงเพียงนี้
หรือแม้แต่เหล่าบรรดาเลขานุการคนเก่า ๆ ที่เคยออกงานด้วยกัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปัณณรินทร์ดื่มจนเมา แต่สาวเหล่านั้นยังไม่เคยมีใครเอาใจใส่ ถึงขนาดพาเธอมาส่งจนถึงเตียงนอน ยิ่งเรื่องล้างเครื่องสำอางให้นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“ไหนบอกว่าโสด ไม่มีแฟน เทคแคร์ผู้หญิงเก่งขนาดนี้เนี่ยนะจะรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้”
ปัณณรินทร์หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเปิดดูจึงพบข้อความถูกส่งมาจากเลขาฯ คนใหม่ บอกคร่าว ๆ ว่าตัวเองพามาส่งห้องแล้ว และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เจ้านายสาวมองเวลาที่ข้อความสุดท้ายส่งมาเป็นเวลาตีสองกว่า นั่นหมายความว่านายเวธัสคนนี้ก็นับว่ามีความรับผิดชอบรอบคอบมากทีเดียว
‘ขอบใจมากนะ สำหรับเรื่องเมื่อคืน’
เป็นข้อความเพียงสั้น ๆ ตอบกลับไปไม่ได้ยืดเยื้อ เพราะคิดว่าวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ ทุกคนคงอยากพักผ่อนมากกว่ามานั่งอ่านข้อความจากเจ้านาย
ผิดกับเพื่อนพนักงานร่วมบริษัทเดียวกันที่ส่งข้อความถามไถ่ ทุกความเคลื่อนไหวของเวธัสทุกสองชั่วโมงตั้งแต่เมื่อวาน ตอนที่เขาขับรถออกจากบริษัทจนกระทั่งกลับถึงบ้าน
รัชนก ฝ่ายบัญชี : เมื่อกี้นกขึ้นไปฝ่ายบริหาร เอาเอกสารไม่ส่ง ซื้อขนมไปฝาก แต่พี่นภาบอกว่าเวย์ออกไปข้างนอกกับคุณเอิงเอยเหรอ
เวธัส : ครับ
รัชนก ฝ่ายบัญชี : ไปที่ไหนเหรอ แล้วจะกลับเข้ามาออฟฟิศอีกหรือเปล่า
เวธัส : ……
รัชนก ฝ่ายบัญชี : เวย์กินข้าวหรือยัง อย่าลืมกินข้าวด้วยนะ
เวธัส : ……
รัชนก ฝ่ายบัญชี : ขับรถดี ๆ นะ
เวธัส : ……
รัชนก ฝ่ายบัญชี : เวย์ถึงบ้านหรือยัง
เวธัส : ครับ ถึงแล้ว
เวธัสกดปิดเสียงโทรศัพท์ เปลี่ยนมันให้เข้าสู่โหมดห้ามรบกวน เพราะรำคาญการแจ้งเตือน จากนั้นล้มตัวลงนอน แล้วผล็อยหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว
ขึ้นต้นสัปดาห์ใหม่ในการทำงาน ทันทีเมื่อปัณณรินทร์มาถึง พบว่าเลขาฯ ส่วนตัวกำลังนั่งกินน้ำเต้าหูปาท่องโก๋อยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณเอิงเอย ทานน้ำเต้าหู้ไหมครับ” ยิ้มสดใสของพนักงานหนุ่มน้องใหม่ ดูเหมือนมันช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีภายในออฟฟิศมากขึ้น
“นายซื้อมาเผื่อฉันเหรอ” ปัณณรินทร์เดินเข้ามามองแก้วน้ำเต้าหู้ที่พร่องไปมากกว่าครึ่ง
“เปล่าครับ แต่ถ้าคุณเอิงเอยอยากทาน เดี๋ยวผมลงลิฟต์ไปซื้อให้ได้”
“ไม่จำเป็นหรอก ขอกาแฟดำราสเบอร์รี่ให้ฉันสักแก้วก็พอ เอามาสองช็อตเลยนะ”
“โอเคครับ” เลขาฯ พยักหน้ารับ ขยับก้นลุกจากเก้าอี้อย่างไม่มีลีลา เดินหายเข้าไปภายใน Pantry Room
เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลอัตโนมัติซึ่งเป็นเครื่องส่วนตัวของปัณณรินทร์ ถูกเลขาฯ จัดการหย่อนแคปซูลกาแฟสดกลิ่นราสเบอร์รี่ลงไป พร้อมใช้ชุดแก้วกาแฟส่วนตัว เป็นสิ่งแรก ๆ ที่นภาลัยสอนให้กับคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตำแหน่งงานนี้
“กาแฟมาแล้วครับคุณเอิงเอย”
กาแฟเข้มส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ถูกปัณณรินทร์ยกขึ้นมาดื่มด่ำความสุนทรีตั้งแต่กลิ่น ก่อนจะสัมผัสความกลมกล่อมของรสชาติ
“จริงสิ ขอบคุณนะเรื่องวันก่อน อุตส่าห์พาฉันขึ้นไปส่งจนถึงห้อง”
“เรื่องนั้นมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
“เออจริงสิ ค่าข้าวมื้อกลางวันของนาย วันนี้ฉันกดเงินสดมาแล้วนะ” ปัณณรินทร์เปิดกระเป๋าทำท่าเหมือนจะดึงเอาธนบัตรใบสีเทาออกมาจากกระเป๋า หากแต่ถูกคนที่ยืนอยู่อีกด้านของโต๊ะหยุดไว้เสียก่อน
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมบอกแล้วไงว่าผมเลี้ยงเจ้านาย”
“ถ้าอย่างนั้นคราวหน้า ฉันจะเลี้ยงนายคืนก็แล้วกัน ตกลงไหม”
“ตกลงครับ”
วันนี้เวธัสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ นั่นคือหลังกลับมาจากงานเลี้ยงเชิงธุรกิจใด ๆ เขาต้องทำรายงานสรุปผลตอบรับจากงานที่ถูกจัดขึ้น โดยการติดต่อกลับไปสอบถาม ติดตามผลจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด รวมไปถึงยอดจองโครงการ จากนั้นรวบรวมข้อมูลทำตัวอย่าง เป็นตารางสถิติเพื่อนำส่งให้ปัณณรินทร์ทราบ
“เก่งเหมือนกันนี่ เรียนรู้งานไวเหมือนที่คุยไว้จริง ๆ”
ปัณณรินทร์กล่าวชมเชยเลขานุการหนุ่มอย่างจริงใจ ไม่บ่อยนักที่เธอจะเห็นใครเรียนรู้งานไวอย่างนี้
“ขอบคุณครับ”
“จริงสิเมื่อคืนนี้ดูเหมือนมีเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์อะไรสักอย่าง นายได้เก็บนามบัตรของเขาเอาไว้หรือเปล่า”
“อ๋อ คุณปรีชา เก็บไว้ครับ”
เวธัสตอบกลับไปทันทีอย่างมั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถจดจำรายชื่อของคนที่ให้นามบัตรได้ด้วย ยิ่งทำให้ทั้งปัณณรินทร์และนภาลัยประทับใจ นามบัตรทุกใบที่ได้รับมาเมื่อคืนถูกสอดใส่เก็บเข้าไปในแฟ้มสำหรับรายชื่อผู้ติดต่อ เพิ่มเติมอัปเดตเข้าไปแยกตามหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและติดต่อ
“ฉันสนใจอยากเข้าไปชมโรงงานเขาสักหน่อย คิดว่ารีสอร์ทใหม่ของบริษัทในเครืออยากใช้สไตล์การตกแต่งแบบนี้”
“ได้ครับ คุณเอิงเอยจะไปวันไหนครับ ผมจะได้เตรียมตัว”
“พรุ่งนี้แล้วกัน”
“ตกลงครับ”
เดินกลับออกมาจากห้องทำงานเจ้านายสาว เวธัสยืนขมวดคิ้วให้กับกล่องคุกกี้ที่ถูกนำมาวางเอาไว้พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก
‘ทานให้อร่อยนะ’
คนแรกที่เขานึกถึงคือเจ้าของข้อความมากมายที่ส่งมาให้ตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
รัชนก ฝ่ายบัญชี : นกเอาคุกกี้ขึ้นไปฝาก แต่เห็นเวย์คุยงานอยู่ในห้องกับคุณเอิงเอย เลยวางไว้ให้ที่โต๊ะ เวย์ลองชิมดูนะว่าชอบหรือเปล่า นกทำเอง // จริงอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะทันทีเมื่อเปิดโทรศัพท์ ข้อความแรกที่เด้งเข้ามาคือ ข้อความจากเพื่อนพนักงานฝ่ายบัญชี
เวธัส : ขอบคุณครับ
รัชนก ฝ่ายบัญชี : จริงสิ เที่ยงนี้เวย์ไปกินข้าวเที่ยงที่ไหน // บทสนทนาไม่เคยจบลงง่าย ๆ เหมือนทุกที รัชนกมักมีเรื่องชวนเขาคุยได้เรื่อย ๆ ไม่มีหยุด
เวธัส : คงลงไปที่ศูนย์อาหารเหมือนเดิมมั้ง // กดข้อความตอบไป ดึงแฟ้มเอกสารที่ตัวเองต้องเคลียร์มาวางลงตรงหน้า เพราะจำได้ว่าเดี๋ยวจะต้องส่งเข้าไปให้ปัณณรินทร์ช่วงบ่าย
รัชนก ฝ่ายบัญชี : อย่างนั้นมานั่งด้วยกันนะ
เวธัส : ครับ ได้
หลังจากจบบทสนทนา สายตามองกลับเข้าไปภายในห้องทำงานด้านหน้า แล้วกดส่งข้อความเข้าไปถามเจ้านายสาวว่าต้องการให้ตนเองสั่งอาหารมื้อเที่ยงให้หรือเปล่า เพราะปกตินภาลัยเคยบอกว่าหากไม่มีธุระเร่งรีบอะไร ปัณณรินทร์จะลงไปทานมื้อเที่ยงยังร้านอาหารภายในตึก แต่บางทีก็โทรสั่งให้คนเอาขึ้นมาส่ง แล้วเลขาฯ หน้าห้องจึงนำเข้าไปเสิร์ฟ
ปัณณรินทร์ : แล้วเที่ยงนี้นายจะไปกินข้าวที่ไหน
เวธัส : ผมคงลงไปกินที่ศูนย์ข้างล่างนี่แหละครับ
ปัณณรินทร์ : ฉันยังติดค้างเลี้ยงข้าวเที่ยงนายอยู่นี่ เอาอย่างนี้ นายเลือกร้านมาเลย เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง // ปัณณรินทร์ยังยิ้มให้กับหน้าจอโทรศัพท์
เวธัส : โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจนะ
ปัณณรินทร์ : เอาเป็นว่าอย่าถึงกับภัตตาคารห้าดาว นั่งเหลาห้องไพรเวทรูมเป็นใช้ได้
เวธัส : โอเคครับ
เมื่อจำเป็นต้องออกไปกับเจ้านาย เวธัสไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปยกเลิกนัดกับเพื่อนฝ่ายบัญชี เพราะเห็นว่าเป็นเพียงการลงไปกินข้าวธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ
