บทที่ 2 อุปสรรค

นับแต่ได้ข่าวการเสียชีวิตของบิดา ก็ไม่มีเวลาคิดอะไรมาก ตั้งสติได้ก็รีบจัดกระเป๋าแล้วขับรถออกมาจากอพาร์ตเมนต์ที่พักอยู่

โชคดีว่าวันนี้วันหยุด ไม่ต้องไปทำงาน ไม่อย่างนั้นก็คงเสียเวลาออกไปอีก เพราะจะต้องลางานให้เรียบร้อย แต่นี่หลังรับโทรศัพท์ จัดกระเป๋าเสร็จ ก็ออกเดินทางได้เลย เรื่องงานเอาไว้วันจันทร์ค่อยโทรลาก็ได้

อนิลทิตาปล่อยน้ำตาไหลทะลัก สะอื้นจนหลังไหล่หอบโยนอยู่พักใหญ่ จึงเงยหน้าปาดน้ำตาหยดสุดท้ายทิ้งไป บอกตัวเองว่า จะอ่อนแอไม่ได้ ต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ร้องไห้ฟูมฟายไปก็เท่านั้น

ถ้าสวรรค์มีจริง บิดามองลงมา คงจะพอใจมากกว่าถ้าเธอจะทำตัวเป็นหลักให้ทุกคนในครอบครัว ในช่วงเวลาเช่นนี้

แม่เธอเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง แต่ในยามสูญเสียสามีไปกะทันหันแบบนี้ก็คงแทบทรุด สำหรับพี่สาวก็เป็นที่รู้อยู่ อาศัยพึ่งพาอะไรมากไม่ได้

รถคันเล็กเคลื่อนตัวอีกครั้ง แต่ก็ยังไปไม่ได้ไวเช่นเดิม

เวลาล่วงเลยไปกว่ายี่สิบนาที อนิลทิตาก็ถอนใจโล่งอก เมื่อมองเห็นป้ายตรงทางแยกข้างหน้า 

แต่พอถึงทางแยกเข้าจริงๆ ทันทีที่เธอเลี้ยวรถจากถนนใหญ่ ก็ถูกตำรวจสวมเสื้อฝนสีส้มเห็นแต่ไกล ที่มาตั้งด่านขวางการจราจร ทำสัญญาณมือให้จอด

อนิลทิตาหยุดรถ หมุนกระจกลง

“จะไปไหนครับ?”      

“บ้านมาลัยค่ะ”      

“ไม่ไปไกลกว่านั้นนะ?” 

“ไม่ค่ะ  ว่าแต่มีอะไรหรือคะ?”

“ทางขาดครับ เลยจากบ้านมาลัยไปราวสองโลไปต่อไม่ได้แล้ว ผมถึงต้องมาตั้งด่านเพื่อแจ้งคนที่จะไปไกลกว่าบ้านมาลัยให้รู้เอาไว้ จะได้ไม่เสียเวลาเลี้ยวรถกลับเป็นระยะทางหลายโล แถวนี้กำลังน้ำท่วมหนักครับ ฝนลงมาก น้ำจากแม่น้ำก็เอ่อสูง แถมน้ำป่าก็มาสมทบเข้าอีก เวลานี้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกับตำรวจก็กำลังประสานกำลังอพยพชาวบ้านที่อยู่ในเขตเสี่ยงไปไว้ตามที่สูง  บ้านมาลัยอาจจะพ้นเพราะเป็นที่สูง คุณว่าจะไปแค่บ้านมาลัยผมก็จะอนุญาตให้ผ่าน ไปไกลกว่านั้นไม่ได้นะครับ อันตราย”

“ไปแค่บ้านมาลัยจริงๆ ค่ะ ดิฉันมางานศพคุณพ่อที่เพิ่งเสีย รับรองว่าไม่ไปไกลกว่าบ้านมาลัยแน่ๆ”

“งั้นคุณก็คงเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณอเนกที่มาจากกรุงเทพฯ”

“ใช่แล้วค่ะ คุณตำรวจรู้จักด้วยหรือคะ”

“ผมเคยพบคุณพ่อของคุณสองสามหน ผมเพิ่งย้ายมาประจำที่โพธิ์สุขได้ไม่นานครับ พูดถึงคุ้นเคยผมคุ้นกับคุณณัทธรมากกว่า คุณอัญญดาพี่สาวของคุณผมก็เจอบ่อยพอๆกับคุณณัทธรเพราะมักจะเข้าเมืองด้วยกัน”

“อ้อ ค่ะ”

อนิลทิตาไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ ในเมื่อตัวเธอเองยังไม่เคยพบ ณัทธร มณฑารพ ว่าที่พี่เขยสักครั้งเดียว รู้แต่ว่าเขามีไร่กว้างขวาง เลี้ยงวัวเป็นหลัก ชื่อไร่มณฑาธาร อยู่ห่างบ้านมาลัยออกไปทางภูไพร ประมาณหกกิโลเมตร

“คุณณัทธรเป็นคนดีมากครับ มีน้ำใจกับทุกคน รูปหล่อมากด้วยซี ดูเหมือนพอมีข่าวออกมาว่าจะสละโสดกับพี่สาวคุณ ทำเอาสาวๆ ในจังหวัดนี้อกหักกันเป็นแถว แต่ก็สมกันดีกับคุณอัญญดา... พี่สาวคุณเป็นผู้หญิงที่สวยมากนะครับ สวยจนผมเองขนาดอายุปูนนี้แล้ว ยังอดตะลึงไม่ได้เมื่อเจอเข้าครั้งแรก”

อนิลทิตาไม่ประหลาดใจแต่อย่างใด ที่มีคนพูดชมความงามของพี่สาว แต่อดแคลงใจไม่ได้ ต่อคำเยินยอถึงความเป็นคนดีมีน้ำใจ เป็นคนหนุ่มที่น่าเอาเป็นตัวอย่าง ฟังว่าเป็นคนเก่ง ฉลาด มีความรู้สูง สมกับชาวไร่ยุคใหม่ของว่าที่พี่เขย

เธอไม่เคยริษยาพี่สาว แม้ว่าอนัญญาจะเป็นหนึ่งเสมอ มีบ้างความอิจฉาเล็กๆ ที่มักจะควบคู่มาพร้อมกับความหงุดหงิด เวลาถูกพี่สาวแย่งเพื่อนชายไปอย่างหน้าตาเฉย

อนิลทิตาฟังคำสรรเสริญเยินยอความสวยของพี่สาว กับความเป็นคนดีของว่าที่พี่เขยอยู่เกือบสองนาทีเต็มๆ จึงสบโอกาสขอบคุณและบอกลา 

หลังจากเคลื่อนรถออกจุดที่ถูกเรียกไว้ไม่ถึงสิบนาที รถที่ขับมาดีๆ ก็กระตุกติดๆ กัน จากนั้นเครื่องยนต์ก็ดับสนิท สตาร์ทเครื่องใหม่ก็ไม่ได้ผล  เสียงเครื่องยนต์ครางหวือๆ แล้วดับ 

ลองอยู่หลายครั้งกระทั่งสายตาเหลือบไปที่เกย์น้ำมัน ก็ได้แต่พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

น้ำมันหมด!

ความรีบร้อนทำให้ลืมดู ดีที่มาได้ไกล จวนจะถึงบ้านอยู่แล้ว ไม่หมดระหว่างทางช่วงถนนเปลี่ยว

แต่ถึงจะเหลือระยะทางสามกิโลเมตรโดยประมาณจะถึงบ้าน ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ดี  โดยเฉพาะในสภาพอากาศเช่นนี้

อนิลทิตาเรียนรู้ที่จะระงับอารมณ์ และตั้งสติ แทนที่จะกราดเกรี้ยวออกอาการโมโหตีโพยตีพาย โทษนั่นโทษนี่  มองไปข้างหน้า คะเนว่าพอจะเดินฝ่าสายฝนไปถึงบ้านได้หรือไม่

การเดินในระยะทางสามกิโลเมตร ไม่มีปัญหาเลย หากว่าจะไม่มีทั้งลมและฝน ที่ดูเหมือนจะเทหนักยิ่งขึ้น

ฟ้าที่เคยมีเมฆดำทะมึนปกคลุมไปทั่วชั้นบรรยากาศ เริ่มมีสายฟ้าแปลบปลาบเป็นระยะ

นั่งชั่งใจอยู่เกือบสิบนาที โดยหวังว่าสายฝนจะค่อยๆ เบาบางลง แต่ก็ไม่เลย 

ดูเหมือนว่าท้องฟ้าอึมครึมจะมืดลงไปอีก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา พบว่าเพิ่งจะบ่ายสามโมงกับแปดนาทีเท่านั้นเอง แต่บรรยากาศโดยรอบกลับดูโพล้เพล้ประหนึ่งพลบค่ำ

ลองโทรเข้าบ้าน ปรากฏว่าเสียงกริ่งเรียกจนตัดไปเองโดยไม่มีคนรับ กดไปครั้งที่สองผลก็ยังออกมาเช่นเดิม ลองเลื่อนหาเบอร์มือถือของผู้เป็นพี่ ผลที่ได้รับคือให้ฝากข้อความ

ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจอดรถทิ้งไว้แล้วเดินต่อ

ตัดสินใจแน่แล้วก็ปิดโทรศัพท์มือถือ เก็บมิดชิดในช่องเก็บของหน้ารถ ไม่เอาติดตัวไปเพราะกลัวเปียกฝน ล็อกรถเรียบร้อยก็เริ่มออกเดิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป