บทที่ 1 นัดหมาย
เวลาล่วงเลยมาประมาณยี่สิบนาทีเห็นจะได้ เตชินลูกชายคนโตของป้าปิ่น…ผู้เป็นเพื่อนสนิทของผู้เป็นแม่ยังไม่มีแม้แต่วี่แววว่าจะเดินเข้ามายังสถานที่นัดหมาย
“แม่! ... รินว่าพี่เขาไม่มาแล้วล่ะค่ะ เรากลับกันเถอะนะ”
“มาสิ! ป้าปิ่นไลน์มาบอกแม่แล้วเมื่อกี้ว่ากำลังมาถึง”
จบคำพูดของผู้เป็นแม่ ร่างสูงก็เดินมาพร้อมกับหญิงสาวที่คุ้นเคยที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหาสองแม่ลูก ที่นั่งอยู่ด้านในคาเฟ่
“แม่! …. เดี๋ยวเตเข้าไปนะครับ มีสายโทรเข้ามาลูกค้าคนสำคัญ”
“อย่านานล่ะ ผู้ใหญ่รออยู่ เรามาสายกันมากแล้ว”
ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นการตอบรับผู้เป็นแม่แล้วรีบเดินหันหลังไปรับโทรศัพท์ทันที
ไม่นานหญิงสาวสูงวัยก็เดินเข้ามานั่งตรงหน้าและผู้เป็นสามีก็เดินตามหลังมาติดๆ ลุงชิดหรือที่รู้จักกันดีในนามเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ถอนตัวจากบริษัทกะทันหันและผันตัวมาเป็นลุงชิดคนธรรมดาที่เป็นคนรักของป้าปิ่น…เพียงเพราะภรรยาสุดที่รักบ่นน้อยใจที่สามีเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้
“คุณ! …. คือเจ้าเตมันเดินสวนออกไปเมื่อกี้ว่ามีงานด่วนต้องรีบไปจัดการ”
“เอ้า! ไหนบอกไม่นาน จะมีเรื่องอะไรสำคัญกว่าตรงหน้า”
ไม่ทันจะได้พูดจบ คุณป้าปิ่นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาลูกชายทันที จนคุณลุงต้องมองมาที่ผู้เป็นแม่ของเธอ เพื่อการเป็นการส่งสายตาแสดงการขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้งั้นละก็….
“พี่ปิ่นไม่ต้องโทรตามหรอกค่ะ ไหน ๆ เด็กๆ ก็เห็นหน้าคาตากันแล้วเมื่อกี้…ถึงจะไกลๆ แต่เจ้ารินก็เห็นพี่เขาแล้วใช่ไหมลูก”
ผู้เป็นแม่สะกิดลูกสาวตัวเองที่นั่งข้างให้แสดงบทบาทตามผู้เป็นแม่
“คะ… ค่ะ คุณป้า…รินเห็นพี่เขาแล้วค่ะ” น้ำรินหรือรินลดาผู้เป็นบุตรสาวคนเดียวของพลอย พลอยไพลินเจ้าของร้านเพชรชื่อดัง
“อย่าถือสาพี่เขาเลยนะลูก ตาเตก็แบบนี้แหละ ลูกป้าชีวิตทำแต่งาน ป้ารับรองนะลูก หลังแต่งงานกันแล้วจะไม่มีเรื่องให้หนูรินต้องมานั่งคิดมากเลยลูก”
ไงงั้นล่ะ! เธอกลับชอบเสียอีกผู้ชายติดงาน ชีวิตของเธอกับว่าที่สามีในอนาคตคงจะไม่ได้ต่างจากคนแปลกหน้าแน่นอน เพราะดูจากท่าทีวันนี้! ขนาดผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวนัดมาคุยเรื่องงานแต่งงาน ลูกชายบ้างานของคุณป้ายังไม่สนใจ มีหวังเธอเข้าไปอยู่ในบ้านของว่าที่สามีในอนาคต คงได้เป็นอากาศลอยไปลอยมาเป็นแน่แท้
“ริน น้ำริน หัวเราะอะไรลูก ผู้ใหญ่กำลังคุยเรื่องเราอยู่นะ”
“รินขอโทษคะ คุณลุงคุณป้า พอดีรินนึกถึงเรื่องเพื่อนแล้วตลกไปหน่อย ขอโทษนะคะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกลูก…ป้าเข้าใจ เห็นไหมคะคุณฉันบอกแล้วหนูรินแกน่ารัก”
“อย่าชมเยอะคะ! คุณพี่ ลูกสาวน้องกระโดกกระเดกกว่าที่คุณพี่คิดไว้เยอะเลยค่ะ”
“เรามาคุยเรื่องงานแต่งกันเถอะครับ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”
“คืออย่างนี้นะคะ ป้าเนี่ยอยากจัดงานง่ายๆ ไม่ใหญ่อะไรมาก หนูรินจะว่ายังไงล่ะลูก”
“รินไม่ว่าอะไรคะคุณป้า รินอยากให้จัดงานเล็กๆ มีแค่เฉพาะคนในครอบครัวได้ก็จะมากๆ เลยค่ะ”
เล็กๆ ง่ายๆ เพราะอีกไม่นานก็ต้องเลิกกันอยู่ดีจะจัดให้ยิ่งใหญ่เปลืองเงินเปลืองทองไปทำไม ยิ่งคนน้อยยิ่งดี…
ทันทีที่ความคิดกำลังแล่นฟุ้งซ่านอยู่ในหัว ผู้เป็นแม่ก็เอื้อมมือมาบีบขาเธอเบา ๆ เป็นเชิงปรามให้ฟังให้จบเสียก่อน เพราะเธอรู้ดีว่าผู้เป็นป้า เพื่อนสนิทคนนี้มักจะทำอะไรสวนทางกับคำพูดเสมอ
