บทที่ 2 งานไม่ใหญ่
“ก็ไม่ใหญ่หรอกลูก ป้ากะจะเชิญผู้ใหญ่มาสักห้าร้อยคน”
“ห้าร้อยคน…หมายถึงรวมทั้งสองฝั่งใช่ไหมคะ”
“ไม่จ้ะ ฝั่งป้าห้าร้อยคน ฝั่งหนูรินห้าร้อยคน”
“ห้าร้อยคน ...”
“เล็กเกินไปหรือลูก? นี่ป้ายังไม่ได้เชิญพวกคู่ค้าที่คุณลุงกับพี่เต
มีหุ้นด้วยเลยนะ ป้าคัดมาเฉพาะคนที่สนิทจริงๆ กับเพื่อนสนิทของพี่เตไม่กี่สิบคนเองลูก”
“งั้นคุณป้าตัดทางฝั่งบ้านรินไปได้เลยค่ะ ไม่น่าจะถึงห้าร้อยคนหรอก”
“งั้นบ้านหนูรินมีกี่คน ก็ลองลิสต์รายชื่อมาให้ป้านะ ถ้าของหนูมีน้อย เดี๋ยวป้าจะได้เชิญฝั่งป้าเพิ่ม”
“เอ่อ…ไหนคุณป้าบอกงานเล็กๆ แค่ไม่กี่คนไงคะ”
“ไม่กี่คนจริงๆ ลูก นี่ก็คัดคนออกไปเยอะมากแล้วนะ!”
“ส่วนเรื่องอาหาร สถานที่จัดงาน น้ำรินจะเลือกเองหรือให้….”
“ให้คุณป้าจัดการได้เลยค่ะ”
“น่ารักเสียจริงหลานสาวป้า… ไม่ใช่สิ ต่อไปต้องมาเป็นลูกสาวของป้าแล้วนะ”
เธอทำได้เพียงส่งยิ้มบางๆ ตอบกลับไป หลังจากนั่งฟังแผนงานที่คุณป้าบรรยายมาเสียยาวเหยียด จนได้ข้อสรุปว่างานแต่ง ‘เล็กๆ’ ที่ว่านี้ แทบไม่แตกต่างจากงานระดับจังหวัด ด้วยแขกเหรื่อที่จะมาร่วมในงานไม่ต่ำกว่าพันคน เล็กๆ ตรงไหนกัน? ตรงไหนเรียกเล็ก! ไหนตอนแรกแม่เธอบอกว่าแต่งงานเพื่อตอบแทนคุณ ที่คุณลุงคุณป้าช่วยพยุงร้านเพชรของครอบครัวเธอ แต่ก็ไม่คิดว่าต้อง ‘พยุง’ กันยิ่งใหญ่ขนาดนี้…
“งั้นเดี๋ยวป้ากับแม่หนูเป็นคนจัดการให้นะลูก อยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือต้องการให้งานออกมาสไตล์ไหน บอกป้ากับแม่ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ป้าชอบจัดงานอยู่แล้วจ้ะ เดี๋ยวรายละเอียดส่วนที่เหลือ ป้าจะให้เลขาส่งไปให้อีกทีนะ”
“ขอบคุณนะคะ … คุณพี่ที่เอ็นดูเจ้าริน”
“จะมาขอบค่งขอบคุณอะไรกันล่ะ ทางครอบครัวพี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอกับลูกสาวที่ยอมแต่งกับตาเต ถ้าน้ำรินไม่ช่วยตาเต พี่ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ”
“จริงนะพลอย! ครอบครัวพี่เป็นหนี้บุญคุณเธอมากเลยครั้งนี้”
“ไม่หรอกค่ะ! พี่ปิ่น พี่เองก็ช่วยพวกเราได้เยอะเหมือนกันตั้งแต่พ่อยายรินเสีย ก็มีแต่ครอบครัวพี่ปิ่นยื่นมือเข้ามาช่วยให้ธุรกิจบ้านพลอยอยู่ต่อได้ … ไปต่อได้ราบรื่นขึ้น ถ้าแค่พลอยคนเดี๋ยวจะบริหารกิจการที่สามีทำทิ้งไว้ให้ก็ไม่มีความรู้ ไม่รู้ปรานนี้จะยังอยู่หรือเจ๊งไปแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ได้พวกพี่ทั้งสองคนพลอยเองก็ไม่รู้เลยค่ะ ว่าจะหันหน้าไปหาใคร จะเลี้ยงยายรินได้โตขนาดนี้ไหม”
“โถ่! พลอยอย่าคิดอะไรแบบนั้น พี่แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ไหน ๆ พี่เองก็เจ้าแม่จัดแจงและชอบเข้างานสังคมอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่แนะนำพาคุณหญิงคุณนายไปเลือกซื้อสร้อยเพชรแค่นั้นเอง อย่าคิดเป็นบุญคุณกันเลยนะ”
“ถึงพี่จะพูดแบบนี้! แต่สำหรับพลอยแล้วมันคือความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ ค่ะ”
พลอยยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ดวงตาคู่หวานสุกใสด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเบาๆ
“ถ้าไม่ได้พี่ที่ช่วยพาลูกค้า VIP มาให้ ป่านนี้ร้านเพชรของเราคงถูกยึดหรือขายทอดตลาดไปนานแล้วก็ได้ค่ะ”
อีกฝ่ายถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยื่นมือไปแตะหลังมือเพื่อนสาวคนสนิทเพื่อปลอบประโลม
“เอาล่ะๆ เลิกดราม่าได้แล้วจ้ะ เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออนาคตของเด็กสองคนนี้ต่างหาก… ป้าอยากจัดงานแต่งให้หนูอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี แต่คุณแม่หนูสะกิดป้ามาว่าหนูอยากจัดงานเล็กๆ… ซึ่งเล็กที่สุดเท่าที่ป้าจะจัดให้ได้ก็เท่านี้จริงๆ นะน้ำริน”
“คุณป้าขา…. ช่วยลดจำนวนแขกลงอีกหน่อยไม่ได้เหรอคะ”
หญิงพยายามต่อรอง เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากัน อย่างอึดอัดหญิงสาวจึงเอ่ยขึ้น
“น้ำหมายถึง ฝั่งคุณป้าจัดสักห้าร้อยคนตามที่คุณป้าต้องการ แต่ฝั่งน้ำ น้ำขอไม่เกินร้อยคนรวมทั้งงานมีแขกไม่เกินหกร้อยคน ประมาณนี้ดีไหมคะ”
“ป้าจะพยายามนะลูก”
น้ำเสียงแม้จะฟังอารมณ์ดี แต่แววตาของผู้ใหญ่มากประสบการณ์อย่างป้าปิ่นกลับเต็มไปด้วยความรู้เท่าทัน มีหรือที่เธอจะไม่รู้ว่าเด็กสาวตรงน่าคิดอะไร ขืนยอมให้จัดงานเล็กๆ ตามที่ต้องการ…เชิญแขกมาแค่นิดเดียว เด็กสาวต้องหน้านี้ได้หาทางหย่ากับลูกชายเธอภายในสามวันแน่ ๆ
“แต่งงานทั้งที มันก็ต้องจัดให้มันรัดกุมหน่อยสิน้ำริน”
คุณลุงที่นั่งเงียบมานาน เอ่ยขึ้นและผู้ใหญ่ต่างพากันหัวเราะ ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าสายตากลับกดดันอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้ารับรู้กันแค่ไม่กี่คน วันไหนพวกหนูอยากเลิกกันขึ้นมา ลุงกับป้าก็แย่น่ะสิ! กว่าจะหาเมียให้ลูกชายลุงได้มันยากนะลูก…เห็นใจคนแก่หน่อยเถอะนะ”
น้ำรินชะงักไปเล็กน้อย เมื่อคุณลุงที่เธอเคารพเหมือนพ่อเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้า เธอแอบหันไปสบตากับคนข้างกายอย่างผู้เป็นแม่และป้าปิ่นเองก็มีทีท่าเห็นดีเห็นงามคล้อยตามกับสามีไปด้วย
“รินเขากังวลน่ะค่ะ ว่าคนไปงานแต่งเยอะ… จะดูแลแขกได้ไม่ดีและไม่ทั่วถึงน่ะค่ะคุณพี่”
ผู้เป็นแม่เอยขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าชวนน่าอึดอัด เธอยอมรับว่าสองสามีภรรยามองคาด คาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ถูกต้อง เพราะเธอตกลงกับลูกสาวไว้แค่…ช่วยแต่งงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เตชินเพื่อตอบแทนบุญคุณที่เพื่อนสาวช่วยกิจการร้านเพชรเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าพ่อแม่ฝ่ายชายจะจริงจังมากมายขนาดนี้ น้ำรินได้แต่ก้มหน้างุด พยายามส่งสายตาอ้อนวอนผู้เป็นแม่เพราะแผนที่ตกลงกันไว้ว่าแต่งเสร็จแล้วจะหาทางหย่ามันช่างยาวไกลเกินไป
“ไม่ต้องกังวลนะลูก…ป้ากับลุงยินดี อีกอย่างป้าเขาคุยเก่ง แขกระดับนี้ไม่กี่ร้อยคนป้าเขาดูแลถึงอยู่แล้ว”
สองสามีภรรยามองหน้ากันด้วยความเอ็นดู มีแต่เธอกับผู้เป็นแม่ที่ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาปฏิเสธเห็นทีคงจะต้องคอยตามไปก่อน
“งั้นเดี๋ยวเราไปดูฤกษ์แต่งงานกันดีไหมคะ คุณพี่”
“ไม่ต้องจ้ะ พี่ดูมาให้แล้ว”
“ยังไงนะคะ”
“พอดีพี่เห็นว่าช่วงนี้มีฤกษ์มงคลสมพงษ์กันพอดีเลยถือวิสาสะเอาดวงของหนูรินกับตาเตไปให้พระท่านช่วยดูให้”
พลอยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ส่งกลับไป ในใจทั้งอึ้งทั้งทำอะไรไม่ถูกกับความรวดเร็วและเตรียมพร้อมขั้นสุดของผู้เป็นเพื่อน ขณะที่น้ำรินแทบสำลักน้ำชาที่เพิ่งยกดื่ม
“แล้ว… พระท่านว่ายังไงบ้างคะคุณพี่”
พลอยถามต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะคิดว่าอย่างน้อยคงมีเวลาให้ลูกสาวได้เตรียมใจ
“หลวงพ่อบอกว่าดวงของทั้งคู่เป็นดวงสมพงษ์ เกื้อหนุนกันดีมากจ้ะ ยิ่งแต่งเร็วกิจการงานการก็ยิ่งเจริญรุ่งเรืองฤกษ์ที่ดีที่สุดคือปลายเดือนนี้เลย”
“ปลายเดือน!”
สองแม่ลูกอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ใช่จ้ะ เวลาเดือนเดียวนี่แหละกำลังดีไม่ต้องรอให้นานเกินไป เรื่องเตรียมงานพวกเธอไม่ต้องห่วงเลยนะ ป้าจัดเตรียมให้เอง หนูรินเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวสวยๆ อย่างเดียวพอ”
“นับดูแล้วแถมจะไม่ถึงหนึ่งเดือนเลยนะคะคุณป้า รินว่าจัดงานไม่ทันหรอกค่ะ ลองหาฤกษ์ใหม่แล้วเลื่อนไปอีกหน่อยดีไหมคะ”
“ไม่ดีจ้ะ เชื่อป้าเถอะนะลูก ฤกษ์นี้ฤกษ์ดีแต่งแล้วไม่มีทางหย่า”
หญิงสูงวัยส่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ผิดกับน้ำรินที่นั่งเกร็งจนหลังตรงเป๊ะ
