บทที่ 7 เธอคนเดิมเพิ่มเติมสถานะและบ้านหลังใหม่

เธอคนเดิมเพิ่มเติมสถานะและบ้านหลังใหม่

              หลังจากผ่านพ้นคืนเข้าหอ เช้าวันใหม่ที่ตื่นมาพบกับหน้าแม่สามี ก็ราวกับภาพตัดทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนกระทั่งตอนนี้เธอได้ก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านของสามีในฐานะภรรยาอย่างเต็มตัว

บ้านธินรักษ์

              ประตูอัลลอยชั้นดีของคฤหาสน์ธินรักษ์ถูกเปิดกว้างขึ้นต้อนรับรถสปอร์ตสีดำเงา เสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่เคยดังไกลสุดลูกหูลูกตา บัดนี้มาจอดนิ่งอยู่หน้าคฤหาสน์สีเทาตัดขาวทรงโมเดิร์นผสมผสานสไตส์ไทยตามความชอบของผู้เป็นเจ้าของบ้าน

              เตชิน ธินณรักษ์ ลูกชายคนโตของบ้าน ผู้เพิ่งเดินทางกลับมาจากการไปดูงานต่างประเทศ ก้าวลงมาจากรถพร้อมเสื้อสูทที่ดำเงาและกระเป๋าเอกสารในมือ เขายื่นมันให้กับแม่บ้านคนสนิทที่กุลีกุจอกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาต้อนรับ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามขึ้น

“รินรดาล่ะ”

“อยู่ห้องรับแขกคะ”

“เอิ่ม … เดี๋ยวช่วยเอาของฝากไปให้เธอด้วยล่ะกัน” 

“คุณเตไม่อยากเอาไปให้คุณน้ำรินเองเหรอค่ะ”

“ทำไมต้องเอาไปให้เองด้วยล่ะ”

“ตั้งแต่แต่งงานมา แกได้เจอหน้าน้องหรือยังล่ะ”

              ผู้เป็นแม่เดินมาหาลูกชายด้วยท่าทีไม่พอใจ เพราะเจ้าลูกชายตัวดีทิ้งเจ้าสาวไปตั้งแต่คืนแต่งงาน มีอย่างที่ไหนใครเขาทำกัน โชคดีนะที่ยังได้พากันเข้าห้องหอพอเป็นพิธี และฝั่งแม่เจ้าสาวกลับไปกันจนหมดแล้ว …. แม้งั้นล่ะก็ไม่รู้จะแก้หน้ากับเพื่อนสาวยังไง

“แม่”

“ก็แม่น่ะสิ แกคิดว่าใคร…… ถ้าฉันไม่โทรบอกให้กลับจะกลับไหม แล้วถ้าไม่บอกให้ซื้อของฝากมาให้น้องแกจะนึกถึงน้องบ้างหรือเปล่า”

“โธ่แม่! จริงจังไปได้”

“จริงจังสิ แกเล่นเข้าห้องหอไม่ถึงชั่วโมง ก็บินไปทำงานเลย”

“ก็งานมันด่วนนี่ครับ”

“งานแก…. มันสำคัญกว่าทุกสิ่งนั่นแหละ”

              เตชินไม่ได้พูดอะไร แต่ค่อยๆเดินเข้ามากอดผู้เป็นมารดา เพื่อหวังให้อารมรณ์ขุ่นมัวเบาบางลงไปบ้างเท่านั้น

“แบบนี้ตลอดเลยนะเต”

“ช่วงนี้งานเตเยอะนี่แม่ ไหนจะเรื่องข่าวงานแต่งงานที่เพิ่งออกไปอีก ไหนจะเรื่องของที่ส่งให้ลูกค้ามีปัญหาอีก”

“แต่อย่าให้เรื่องอื่นสำคัญมากกว่าน้องสิลูก”

“ครับแม่ ผมจะพยายาม”

“แต่งลูกเขาเข้ามาบ้านให้ลูกเขานอนคนเดียวเป็นอาทิตย์ แม่เขารู้เข้าจะว่ายังไง”

“โธ่แม่! รินรดาคงไม่คิดมากหรอก ถ้าคิดมากเขาคงไม่เลิกกับแฟนแล้วมาแต่งกับผม”

“นี่แน่ะ …. ผู้หญิงน่ะตาเตวันนี้ไม่คิดแต่วันหน้ารวมยอด”

“โอ๊ย! ผมโตแล้วนะแม่จะมาตีผมทำไมเนี่ย”

“ก็ดูคำพูดคำจาเราสิ”

“ก็จริงนี่ครับ! คนไม่ได้รักกันแต่งกันด้วยเงื่อนไขของทั้งสองฝ่าย รินรดาจะมาโกรธอะไรผม”

“หยุดพูดแบบนี้ให้น้องได้ยินเลยนะตาเต แม่ล่ะไม่ชอบความปากอย่างใจอย่างของแกเลยจริงๆ ”

“โธ่ คุณคลอดผมมาเองกับมือ อยู่ด้วยกันมาตั้ง 32 ปี ยังไม่ชินอีกหรอครับ”

“ไม่ชิน แล้วก็เปลี่ยนได้แล้วนะ… นิสัยแบบนี้แม่ล่ะไม่ชอบเลยจริงๆ”

“อะไรครับ”

“สรรพนามที่เรียกน้องน่ะ… เปลี่ยนด้วย”

“รินรดา ชื่อนี้ไม่ใช่หรอครับ”

“ใช่ แต่ใครเขาเรียกชื่อภรรยาตัวเองเต็มยศแบบนี้กันล่ะ”

“ผมนี่ไงแม่”

“หยุดเลยนะตาเต น้องชื่อน้ำริน เรียกน้ำหรือเรียกรินก็พอ”

“ทำไมอ่ะ รินรดาก็แปลกดีออก

              ผู้เป็นหันมาจ้องตาลูกชายเป็นการคาดโทษ

“….ไม่ใช่ผมหมายถึงเพราะดี”

“เปลี่ยนแม่ไม่ชอบ”

“เผด็จการ”

“ฉันเผด็จการได้มากกว่านี้อีกนะ แกก็รู้ อยากลองมั้ยล่ะ”

“โถ่ถัง กะละมังหม้อไห ใครจะกล้ากับคุณนายผู้เป็นประมุขของบ้านล่ะครับ”

“ดี! ทำตัวให้ฉันเอ็นดูแกหน่อย หุ้นที่ฉันถือจะได้อยู่ในมือฉันต่อไปช่วงสองสามวันมานี้ล่ะก็ ทำฉันไมเกรนขึ้นไปหลายรอบ ไปหาเมียแกได้แล้ว”

              เตชินเดินไปหอมแก้มผู้เป็นแม่และหันเตรียมจะเดินไปยังห้องทำงานของตัวเอง

“เตชิน หยุด! น้องอยู่ห้องนอนแก แกจะไปทำไมห้องทำงาน”

“คร้าบบบบบ ท่านผู้บัญชาการ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป