บทที่ 9 ห้องนอน
ก๊อก
เสียงลูกบิดหมุนแก๊ก! พร้อมกับบานประตูถูกผลักออก โดยไม่ทันให้คนข้างในได้ตั้งตัวหรือขยับหนี
“นี่คุณทำไมเข้าห้องคนอื่นถึงไม่เคาะประตูก่อนล่ะ เปิดเข้ามาแบบนี้ได้ไง”
“อ้าว เธอลืมไปแล้วหรือเปล่า ว่าฉันเป็นสามีของเธอ”
“ฉันแต่งงานเข้าหอไม่ถึงชั่วโมง! ฉันต้องนับคุณเป็นสามีด้วยเหรอ”
“ก็ควรนะ….เอ๋ รึว่า”
“รึว่า อะไร”
“รึว่าเธออยากเข้าห้องหอกับฉัน รอฉันอยู่ใช่ไหมล่ะ”
“คุณจะบ้าหรอ”
“เขินหรอ”
“แก่แล้วหลงตัวเองเหมือนกันนะคุณนี่”
“โห้! ขึ้นเลย ฉันเนี่ยนะแก่ ฉันเพิ่งจะ 32”
“แก่สิ ฉัน 28 ยังไงคุณก็แก่กว่าฉันอยู่ดี”
“เธอนี่นะ ช่างตอล้อต่อเถียงจริงๆ”
“แล้วคุณเข้ามาทำไม”
“นี่เธอ มาอยู่ที่นี่ตั้งหลายวันแล้ว ไม่มองดูเลยหรือไง ว่านี่ห้องผม คุณนั่นแหละมานอนห้องผม”
ทันทีที่พูดจบ เตชินก็เดินไปห้องน้ำโยนเนคไทลงตะกร้าที่มีเสื้อผ้าของน้ำรินอยู่ในตะกร้าอยู่ก่อนแล้ว แต่เป็นชุดชั้นใน ที่อยู่ก้นตะกร้าทำให้น้ำรินที่มองตามการกระทำของชายหนุ่มรีบวิ่งมายกตะกร้าหนีทันที
“เขินหรอ ฉันเคยเห็นมาหมดแล้ว แต่เป็นของคนอื่นนะก็มีคล้ายๆแบบนี้แหละ ไม่ต้องเขินหรอกถ้าเธอไม่มีอะไรแปลกจากที่ฉันเห็น”
พูดจบ เตชินก็เดินไปยังห้องน้ำ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามองหญิงสาวตัวเล็กที่โอบอุ้มตะกร้าผ้าใบใหญ่ด้วยท่าทางเขินอายจากสิ่งของในตะกร้าและคำพูดของชายตัวโต
“นี่เธอ…. ของฝากของเธอเดี๋ยวคนเอาขึ้นมาให้รอรับด้วยล่ะ”
หญิงสาวนิ่งงันไปไม่ได้ตอบกลับชายหนุ่มเพราะจมอยู่ในภวังค์ความคิดอันว้าวุ่นของตัวเองอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเมื่อหยุดจากภวังค์ ดวงตาคู่สวยจึงเหลือบมองไปยังร่างสูงตรงหน้าที่กำลังก้าวออกมาจากห้องน้ำ โดยมีผ้าขนหนูผืนเดียวพันกายท่อนล่างไว้
“ตกใจอะไร… ไม่เคยเห็น เอิ่มม กล้ามโตโตหรอ”
เตชินเอ่ยเย้าแหย่ พลางขยับกลายเข้าไปใกล้ร่างบางที่แสดงท่าทีตื่นตระหนก ราวกับเกรงว่าจะถูกกลืนกินทั้งตัว ซ้ำยังแกล้งเบ่งกล้ามอวดเรือนรางกำยำตรงหน้า
“น่าเกลียด”
“ตรงไหน น่าเกลียดออกจะดูดีและใหญ่โต ไม่ใช่แค่ท่อนบนนะ แต่ท่อน…..”
“หยุด! พูดเลยนะ ….. คุณนี่มันลามกเสียจริงๆ”
“ฉันลามกตรงไหน ฉันแค่จะบอกว่าแขนขาฉันใหญ่โตต่างหาก”
“คุณ!”
“เธอคิดอกุศลไปเองแท้ๆ แล้วยังจะกลับมาว่าฉันลามกได้ยังไงกันนะ”
เตชินหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก ก่อนจะเดินผ่านหญิงสาวตรงไปยังหน้าตู้เสื้อผ้าเพื่อจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย ส่วนคนตัวเล็กตอนนี้เมื่อเห็นสบโอกาสก็รีบวิ่งปรี่ไปเปิดประตูเพื่อรับของฝากทันที ร่างสูงมองตามแล้วมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี….. นึกว่าการต้องมาอยู่กับเด็กสาวเช่นนนี้จะน่าเบื่อเสียอีก ใครจะรู้ว่ากลับสนุกและมีสีสันกว่าที่คิดไว้เยอะ ไม่น่าเบื่อเท่าที่คิดแฮะ รู้อย่างงี้กลับมาหาตั้งนานแล้ว
ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับป้าแม่บ้านที่ยืนรอส่งพัสดุที่ถือถุงอาหารและขนมกลิ่นหอมกรุ่นมาเต็มมือ หญิงสาวรีบรับของเข้ามาอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มที่เพิ่งสวมเสื้อยืดสีดำสนิทเสร็จพอดีกล้ามเนื้อแกร่งภายใต้ร่มผ้าไม่ได้ลดทอนความดึงดูดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับให้เขาดูสมชายชาตรีจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
“ยืนมองค้างแบบนั้น…ติดใจกล้ามฉันเข้าแล้วล่ะสิ”
เสียงทุ้มเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“หลงตัวเองชะมัด ใครเขามองกัน”
“ก็เห็นเธอมองไม่กะพริบตา … แถมแอบกลืนน้ำลายด้วยนะ จะกลืนกินฉันหรอไม่ได้นะ ถ้าบอกว่าไม่แอบคิดอะไรกับฉัน ฉันไม่เชื่อหรอกนะ”
หญิงสาวไม่พูดเปล่า ก่อนก้าวเข้าไปหาเขาจนเหลือระยะห่างเพียงลมหายใจ
“อยากให้ฉันกลืนกินคุณหรอ คุณเชื้อเชิญฉันอยู่นะรู้ตัวไหม”
หญิงสาวค่อยๆ ยกมือที่ถือถุงขนมขึ้น ก่อนใช้นิ้วแตะลงบนอกกว้างของเขาเบาๆ ลูบผ่านเสื้อยืดเนื้อบางอย่างจงใจ แววตาซุกซนไล่มองมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้า
“นี่เธอ”
“กลัวหรอ! มีตรงไหนที่ฉันพอจะกัดกินได้บ้างนะ แข็งไปหมดเลยแฮะ…..กล้ามคุณแน่นกว่าที่คิดอีก”
หญิงสาวเอียงหน้าถาม พลางส่งยิ้มมุมปากเหมือนผู้ชนะ
ชายหนุ่มก้มหน้าลงจนปลายจมูกแทบชนกัน เสียงทุ้มต่ำลงอย่างจงใจ
“เปล่า….. ฉันแค่กลัวว่า ถ้าเธอยังยั่วแบบนี้”
เขาหยุดจังหวะ ดวงตาจับจ้องริมฝีปากของหญิงสาวก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“คนที่อดใจไม่ไหว…อาจไม่ใช่เธอ แต่เป็นฉัน”
“คุณ”
“ก็ฉันยังไม่ได้ทำหน้าที่เจ้าบ่าวอย่างสมบูรณ์เลย ฉันยังไม่ได้เข้าหอกับเจ้าสาวของฉันเลย”
เตชินไม่พูดเปล่า พรางยกมือขึ้นไปลูปปรอยผมของหญิงสาวอย่างช้า ๆ ค่อยๆไล่ไปตามปรอยผม
“ปะ…ปล่อยมือได้แล้ว”
“เมื่อกี้ยังจะกัดฉันอยู่เลย”
“ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว”
“เปลี่ยนใจ…. หรือเขิน”
หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะ แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ใบหูเจ้ากรรมเริ่มแดงระเรื่อขึ้นอย่างชัดเจน จนคนตรงหน้าเริ่มมองเห็นและอมยิ้ม ให้เดาได้เลย ตอนนี้หน้าเธอเริ่มแดงเป็นลูกตำลึงที่กำลังจะสุกอย่างแน่นอน
หญิงสาวรีบสะบัดมือออก ก่อนหมุนตัวเดินหนี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ชายหนุ่มก็หัวเราะเบาๆ ตามหลัง
“ครั้งหน้าถ้าจะมอง ก็ไม่ต้องแอบมองนะ มองตรงๆได้เลยฉันอนุญาตให้มองได้นะจ้ะ….เมียจ๋า”
“หลงตัวเองที่สุด!”
เธอพูดทั้งที่แก้มแดงจัด ส่วนเขาได้แต่ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เตชินยิ้มให้กับเหตุการณ์ตรงหน้าการหยอกล้อครั้งนี้…ทำให้หัวใจอีกฝ่ายสั่นไหวแน่นอน แต่เขาเองที่เผลอหลุดปากเรียกเธอว่าเมียเสียเต็มปาก โชดดีนะที่เธอไม่ทันได้ฟัง
