บทที่ 1 ติดต่อทาบทาม

ห้องทำงานของนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ในจังหวัดเชียงใหม่เต็มไปด้วยความอึมครึมจากความเครียดของชายที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน เขานั่งบนเก้าอี้บุนวมสีดำ หมุนไปหมุนมาอยู่อย่างนั้น มือหนาที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบไล้ที่ปลายคางอย่างครุ่นคิด ขณะที่อาคันตุกะรุ่นลูก ยังคงยืนสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อคมสันไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

“ข้อเสนอที่ฉันให้ไป แกโอเคไหม”

“ผมไม่โอเคครับ” น้ำเสียงราบเรียบตอบชัดเจนแบบไม่เกรงใจผู้มีอิทธิพล ส่วนตัวเขานั้นแม้จะรู้สึกถูกกระตุกหนวดเสือ แต่ก็ยังนึกชื่นชมความใจกล้าของชายหนุ่มตรงหน้าครามครัน

“ให้คิดอีกที”

“คิดอีกทีผมก็ยังตอบแบบเดิม งานของคุณมันดูไร้สาระเกินไป” ครั้งนี้เขาไม่พูดอย่างเดียว ถอนหายใจส่ายหน้าระอาแถมไปด้วย

“งานดูแลความปลอดภัยของลูกสาวฉัน กับงานกำจัดทอมที่มาจีบลูกสาวฉันมันไร้สาระตรงไหน”

“ท่านยังไม่รู้อีกเหรอครับ ข้อแรกผมพอเข้าใจได้ เรื่องความปลอดภัยของลูกสาวนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังมันก็สำคัญ แต่การที่จะให้ผมคอยตามติดลูกสาวท่านตลอด 24 ชั่วโมงมันก็เกินไป ส่วนงานกำจัดทอมที่มาจีบลูกสาวคุณ อันนี้ผมมองว่ามันไร้สาระสุดๆ เด็กจะรักกันชอบกัน ท่านจะไปขัดขวางทำไม”

“ฉันไม่ชอบ!”

“ไม่ชอบตรงว่าที่ลูกเขยเป็นทอมอย่างนั้นเหรอครับ ท่านครับ... สมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนเปิดกว้าง ยอมรับในเพศสภาพกันแล้ว เราไม่ควรไปขัดขวางความรักของคนสองคน...”

“ไม่ต้องถามหาเหตุผลหรอกว่าฉันไม่ชอบเพราะอะไร แกมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของฉันก็พอ” พอถึงจุดที่เริ่มคุยกันไม่รู้เรื่อง ภุชงค์ไม่อยากยื้อเวลาในการเจรจามากนัก จึงรวบรัดตัดตอนใช้อำนาจที่ตัวเองมีสั่งการชายหนุ่มเสียให้สิ้นเรื่อง

“ท่านเป็นนักการเมืองก็จริง แต่ท่านไม่มีสิทธิมาสั่งผม”

“ฉันมีสิทธิสั่งแก อย่าลืมสิว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตพ่อแกให้พ้นจากกลุ่มกะเหรี่ยงค้ายา ถ้าวันนั้นฉันไม่ขับรถผ่าน พ่อของแกคงถูกยิงตัวพรุนไปแล้ว ตอนนั้นที่ฉันเจอพ่อแก สภาพถูกยิงไป 2 นัด สะบักสะบอมเลือดท่วมตัว บุญคุณนี้พอจะทำให้ฉันสั่งงานแกได้ไหม” ภุชงค์ใช้สิทธิการเป็นเจ้าของชีวิตบิดาออกคำสั่งกับเขา นักรบเจอลูกนี้เข้า ถึงกับไปไม่เป็น

จริงอยู่ที่ตอนนี้บิดาเขาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งไปแล้ว ทว่าก่อนตาย พ่อได้ฝากฝังให้เขารับใช้ภุชงค์จนชีวิตจะหาไม่ เพราะนอกจากเขาจะช่วยชีวิตพ่อแล้ว ยังให้เงินมาทำทุนหลังตัวเองทุพพลภาพจากการถูกยิงในครั้งนั้น แม้ว่าพ่อจะสามารถบรรจุกลับเข้าไปทำงานสายวิชาการ เป็นครูฝึกให้กับทหารรุ่นใหม่ ได้รับการเยียวยา ปูนบำเหน็จพิเศษ ได้เงินบำนาญพิเศษ ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้สิทธิลดหย่อนต่างๆ แต่ภุชงค์มองว่าควรจะทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย พ่อจึงตัดสินใจรับเงินก้อนดังกล่าวไว้ คนตรงหน้า นอกจากจะช่วยชีวิตและยังช่วยเหลือครอบครัวเขาอีกด้วย ความจริงข้อนี้ทำให้เขามิอาจปฏิเสธการร้องขอจากภุชงค์ได้

“บุญคุณของท่านผมไม่ลืม ถ้าท่านต้องการให้เป็นแบบนั้น ผมก็ทำให้ท่านได้ แต่ผมแค่อยากรู้ว่าท่านต้องการให้ผมทำงานนี้จนถึงเมื่อไหร่”

“จนกว่าลูกสาวฉันจะแต่งงาน”

คำตอบของภุชงค์ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาเลย ให้ตายสิ!

บทถัดไป