บทที่ 12 งานฝึกความอดทน

“โอ๊ะ! คุณหนูระวังหน่อย” นักรบต้องเข้าไปประคองหญิงสาว เธอเดินโซซัดโซเซแถมไปสะดุดก้อนหินอีกต่างหาก สองมือจับแขนเรียวเล็กของพราวณิรินทร์เอาไว้แน่น ตอนนี้กลิ่นน้ำหอมของเธอปนกับกลิ่นเหล้า พอมีคนประคองเธอก็แทบจะทิ้งตัว

“ช้านม่ายเปนอารายยย”

“ไหนว่าวันนี้ไม่อยากเมา”

“เปลี่ยนใจล๊าววว อึก...”

“จะอ้วกไหมครับ”

“ม่ายยย แค่สะอึก”

“ถ้าจะอ้วกบอกนะครับ คุณหนูเดินไหวไหม” นักรบโอบประคองเธอแน่นขึ้น เธอเล่นเมาเซไปเซมา ปล่อยให้เดินเองคงล้ม แล้ววันนี้รถก็จอดไกลจากร้านเสียด้วย เขามองเธออย่างเหนื่อยใจ ลูกคุณหนูคออ่อน กินนิดหน่อยก็เมาเละเทะ ดูทรงแล้วเพิ่งหัดกินแน่ๆ พอเธอได้รับการประคองก็ทิ้งตัวซบกับอกของชายหนุ่มทันที

หน้าอกอวบอิ่มขนาดมหึมาแนบกับร่างกายของเขา สาบานได้เลยว่าตอนนี้ขาของเขาหยุดชะงักลงทันที แขนกำยำโอบกอดรอบเอวเล็กของเธอเอาไว้อัตโนมัติ หัวใจอันแข็งแกร่งเต้นผิดจังหวะ ตัวเขานั้นเป็นผู้ชายทั้งแท่ง จะไม่ให้รู้สึกอะไรได้ยังไง ดีหน่อยที่ฝึกความอดทนเอาไว้มาก คิดได้ดังนั้นจึงรีบพาเธอไปที่รถ เปิดประตูรถได้ก็จับร่างบางของเธอเข้าไปนั่งที่เบาะหลังทันที พอเข้ารถได้ เธอก็ทิ้งตัวลงนอน กระโปรงทรงเอสั้นแค่คืบของเธอถลกขึ้นเห็นเรียวขาขาวเนียน ดีหน่อยที่ยังรู้จักใส่กางเกงขาสั้นซับใน เขามุดเข้าไปในรถ จับเธอให้นอนตะแคงดีๆ ยกขาสองข้างเอาไว้บนเบาะ ถอดรองเท้าส้นสูงออกและจัดขาให้เข้าที่เข้าทาง ปิดประตูลงเสียงดังสุดแรง

เหนื่อย... ไม่ได้เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจ นี่ชีวิตเขาจะต้องคอยดูแลยัยคุณหนูไปจนถึงเมื่อไหร่กัน แค่วันแรกก็รู้สึกว่าชีวิตตัวเองต้องมาทำอะไรไร้สาระสิ้นดี คนอย่างไอ้นักรบมันควรได้รับงานที่สนุก ตื่นเต้น ใช้ไหวพริบปฏิภาณมากกว่านี้หรือเปล่าวะ จะให้ไปรบชายแดนตอนนี้ก็ไม่ติดนะ แต่ช่างเถอะ... งานของผู้มีพระคุณ เขาให้ทำอะไรก็ต้องทำ ทำใช้หนี้บุญคุณกันไป!

นักรบขึ้นมาประจำที่คนขับ เสียงร้องอืออาจากหญิงสาวทำให้ใจกระตุก เขามองเธอผ่านกระจกหลัง ท่านอนของเธอนั้นดูยั่วยวนพิกล อยากรู้นักว่าปกติคนขับรถรับ-ส่งเห็นสภาพของพราวณิรินทร์แล้วรู้สึกยังไง ตอนนี้เขารู้สึกอยู่ไม่ค่อยสุขเท่าไหร่นัก ได้แต่ปรับกระจก ไม่หันไปมองเธออีก

ถนนหนทางในตัวเมืองเชียงใหม่รถติดเป็นบางช่วง นักรบขับรถช้าๆ ไม่อยากให้เธอเวียนหัว จนกระทั่งเลี้ยวรถเข้าสู่ตัวบ้านกฤชภัทร จอดรถได้เขาก็ตรงไปเปิดประตู

“ถึงบ้านแล้วครับ” เขาเรียก แต่สิ่งที่ได้รับมีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอ ดูท่าจะเมาจนหลับสนิท เมื่อคืนนี้เธอนอนดึกมากแล้วยังต้องมาตื่นเช้าอีกด้วย คงจะเพลีย

“คุณหนูครับ!”

“โอ๊ย! หลับลึกขนาดนี้คงไม่ตื่นแล้วล่ะ” ลุงสมหวังเดินเข้ามาบอก

“ปกติแล้วใครขับรถไปรับไปส่งคุณหนูเหรอครับ”

“ลุงเอง แต่พอคุณเรย์มาทำหน้าที่บอดีการ์ด ลุงก็ปลดประจำการ”

“คุณหนูเมาอย่างนี้บ่อยไหมครับ” นักรบเอามือเท้าเอวมองอย่างหน่ายใจ

“จริงๆ แล้วคุณหนูดื่มเหล้าไม่เป็น เมื่อก่อนเพื่อนไปกินเหล้าก็จะไปนั่งกินแต่น้ำส้ม น้ำหวาน เพิ่งจะมาหัดดื่มเมื่อปีที่แล้วเอง คุณหนูเป็นคนคออ่อนจะตาย กินนิดกินหน่อยก็เมาแอ๋แล้ว” ลุงสมหวังเล่าให้ฟัง

“เวลาเมาลุงทำยังไง” นักรบหันไปถามเพื่อจะได้รับมือถูก

“เตรียมถุงพลาสติกไว้ในรถ ลุงก็ลืมบอกไป ถ้าจะไปรับคุณหนูก็เอารถอัลพาร์ดไป อย่าเอารถเก๋ง คุณหนูจะได้นอนสบายๆ ในรถก็เตรียมผ้าห่มไว้สักผืนสองผืน พอคุณหนูขึ้นมาก็คลุมขาให้สักหน่อย จะได้ไม่โป๊ บางทีคุณหนูก็หนาว ห่มให้ถึงคอนั่นแหละ” ลุงสมหวังบอกอย่างละเอียด

“ลุงดูใส่ใจคุณหนูดีนะครับ”

“เฮ้อ... จะไม่ให้ดูแลใส่ใจเป็นพิเศษได้ยังไง คุณหนูน่ะน่าสงสาร เป็นผู้หญิงคนเดียวของบ้าน คุณผู้หญิงก็มาตายตั้งแต่คุณหนูยังเด็กๆ ลุงไปรับไปส่งตั้งแต่คุณหนูเรียนอนุบาลจนเข้ามหาวิทยาลัย ลุงก็รักเอ็นดูคุณหนูเหมือนลูกเหมือนหลาน ยังไงคุณเรย์ก็ดูแลคุณหนูให้ดีๆ ล่ะ” ลุงสมหวังฝากฝัง

“ผมจะพยายามครับ คุณหนูของลุงดื้อเหลือเกิน แล้วนี่ผมจะทำยังไง คุณหนูของลุงหลับไม่รู้เรื่องเลย”

“ปกติแล้วถ้าคุณหนูเมาหลับ ผมจะให้คุณตรัย หรือไม่ก็คุณขุนมาอุ้มขึ้นไปนอน แต่วันนี้สองคนนั้นเขาไม่อยู่บ้าน อยู่แค่ท่านภุชงค์คนเดียว”

“ถ้าอย่างนั้นลุงช่วยไปตามท่านภุชงค์มาอุ้มขึ้นบ้านหน่อยได้ไหมครับ”

“โอ๊ย! ท่านภุชงค์อุ้มไม่ไหวหรอกครับ ท่านเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท วันนี้คงต้องรบกวนคุณเรย์อุ้มขึ้นห้องแล้วล่ะครับ”

“คงต้องเป็นอย่างนั้น...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป