บทที่ 13 อุ้มขึ้นห้อง

“เดี๋ยวผมไปเอาผ้ามาคลุมขาให้นะครับ” ลุงสมหวังวิ่งไปหยิบผ้าห่มในบ้านออกมา ชายวัย 60 คนนี้ดูท่าจะห่วงและหวงคุณหนูเป็นอย่างมาก เขารับผ้าห่มของลุงเอามาคลุมขา ค่อยๆ ดึงตัวหญิงสาวให้ลุกขึ้นแล้วช้อนกายขึ้นอุ้ม ตัวของเธอไม่หนักเท่าไหร่ พออุ้มขึ้นปุ๊บ ใบหน้าจิ้มลิ้มแสนหวานซบลงที่หน้าอกเขาทันที มือหนาหยาบกร้านสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อนวลกายเนียนละเอียด เขาข่มใจเดินอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน บันไดทางขึ้นบ้านหลังใหญ่ค่อนข้างสูง เขาค่อยๆ เดินจนกระทั่งถึงห้องนอนของเธอ ขณะที่ภุชงค์เดินออกมาจากห้องทำงานพอดี

“เมาอีกแล้วเหรอ” ภุชงค์ถาม

“ครับ”

“มา... เดี๋ยวฉันเปิดประตูห้องให้” ภุชงค์เดินไปเปิดประตูห้องลูกสาว สภาพแบบนี้จะปล่อยไปได้ยังไง ตัวเขาเองก็เอือมระอากับพฤติกรรมลูกสาวตัวเองเหมือนกัน นักรบค่อยๆ วางร่างของหญิงสาวลงบนเตียง จังหวะนั้นใบหน้าของเข้าใกล้ชิดกับร่างกายของเธอ

“แกลงไปตามพรฟ้าให้มาดูแลคุณหนูหน่อย เสร็จแล้วเข้าไปพบฉันที่ห้องทำงานด้วย”

“ครับ”

“วันแรกเป็นยังไงบ้าง” ภุชงค์ถามหลังจากที่เขาไปตามแม่บ้านมาช่วยดูแลพราวณิรินทร์แล้ว

“เรื่องอะไรล่ะครับ”

“ทุกเรื่อง โอเคไหม”

“ถ้าผมบอกว่าไม่โอเค ท่านจะให้ผมเลิกเป็นบอดีการ์ดคุณหนูไหม” นักรบย้อนถาม ท่าทางไม่เกรงกลัวนั้นทำให้ภุชงค์ถูกใจยิ่งนัก

“ไม่”

“นั่นล่ะครับ จะให้ผมตอบท่านว่ายังไงดี...”

“จริงๆ แล้วฉันถามแก ไม่ได้ให้แกมายอกย้อนฉันนะเรย์” น้ำเสียงของภุชงค์ดุขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตายังคงมีความเอ็นดูชายหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ผมรู้สึกไร้สาระมากเลย โดยเฉพาะการกำจัดทอมที่มาจีบคุณหนู เหมือนผมกำลังเล่นต่อสู้กับเด็ก 3 ขวบ จะใช้กำลังก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ชายแท้ ได้แต่ปั่นประสาท”

“อดทนหน่อยแล้วกัน ทำมันให้สำเร็จ อย่าให้ฉันต้องผิดหวัง”

“ผมไม่เข้าใจเลย จริงๆ แล้วผมไม่เห็นด้วยที่ท่านจะไปขัดขวางความรักระหว่างคุณหนูกับไอ้ทอมนั่น คนจะรักกันชอบกัน ท่านจะไปขัดทำไม สมัยนี้โลกเปิดกว้างขึ้นแล้ว ท่านไม่น่าจะไปจำกัดขอบเขตให้ลูก ถ้าคุณหนูจะชอบทอม ชอบเพศเดียวกัน ท่านก็ไม่ควรห้าม เรื่องแบบนี้มันเป็นรสนิยม มันห้ามกันได้ซะที่ไหนล่ะครับ” นักรบแสดงความคิดเห็นไปตามตรงอย่างไม่เกรงใจ

“แกต้องเข้าใจฉันก่อนนะเรย์ ฉันไม่ได้จำกัดขอบเขตลูก ถ้าลูกสาวฉันมีรสนิยมชอบทอม ชอบเพศเดียวกันฉันก็ไม่ว่า แต่ขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน แต่ไอ้เด็กทอมบ้านี่มันกะล่อน ฉันไปสืบมาแล้วถึงได้รู้ไงว่ามันเป็นคนยังไง”

“ท่านครับ ถ้าท่านรักลูกจริง ทำไมท่านไม่ปล่อยให้ลูกไปเรียนรู้ด้วยตัวเองล่ะครับ การที่ท่านปล่อยให้ลูกไปเจอสิ่งแย่ๆ มันจะเป็นเกราะป้องกันทำให้ลูกสาวท่านแข็งแกร่งขึ้นนะครับ คุณหนูจะได้รู้ว่าความรักมันไม่สวยงามเสมอไป คุณหนูจะได้มีภูมิคุ้มกันตัวเอง ถ้าท่านไปขัดขวางตอนนี้ คุณหนูจะไม่ได้บทเรียนอะไรเลยนะครับ แถมตัวท่านเองยังต้องมานั่งทะเลาะกับคุณหนูอีก” นักรบเตือน ภุชงค์หรี่ตามองชายหนุ่ม ถือว่ามันเป็นคนแรกที่เอ่ยปากเตือนกึ่งสอนเขาไปในตัว ที่ผ่านมาลูกน้องแต่ละคนไม่กล้าขัดคำสั่งเขาเลยสักนิด มีแต่คนตรงหน้านี่แหละที่กล้า ไม่ใช่ไม่ชอบ เพราะบางทีมันก็เป็นมุมเล็กๆ ที่ทำให้เขาได้ฉุกคิดนิดนึง

“ฉันยังไม่พร้อมให้ลูกสาวได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้ ตอนนี้ณิรินทร์มีหน้าที่เรียนหนังสือเท่านั้น จะไปกินไปเที่ยวเล่นสนุกตามประสาวัยรุ่นก็ทำไป แต่เรื่องการคบหาดูใจกับเด็กทอมที่ชื่อเจนเนตร ฉันต้องขัดขวาง”

“ถ้ามีทอมคนอื่นที่ไม่ใช่เจนเนตรมาจีบคุณหนู ท่านจะขัดขวางหรือเปล่าครับ” เป็นอีกครั้งที่นักรบถามเขาตรงๆ ภุชงค์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ

“ก็ต้องดูเป็นรายๆ ไป ท้ายที่สุดแล้วถ้าลูกสาวฉันมีรสนิยมชอบเพศเดียวกันจริงๆ ฉันคงไม่ห้าม แต่ขอให้มันดีๆ หน่อยก็แล้วกัน แกเองก็ไม่ต้องสงสัยอะไรมาก มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไป ทำให้สำเร็จเร็วๆ ด้วย” ภุชงค์ยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม นักรบพยักหน้ารับน้อยๆ

“ครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป