บทที่ 14 หนุ่มวิศวะตามจีบ
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สวมเสื้อช็อปคณะวิศวะฯ เดินเข้ามาที่ตึกสถาปัตย์ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อตี๋เหมือนหนุ่มเกาหลี เรียกสายตาของทุกคู่หันไปมองเป็นทางเดียวกัน หล่อออร่า ผิวขาวใสแบบคุณชาย เดินถือดอกกุหลาบช่อเล็กตรงดิ่งมายังกลุ่มนักศึกษาหญิงที่กำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่ นักรบหรี่สายตามองเด็กหนุ่มคนดังกล่าวอย่างครุ่นคิด
“น้องณิรินทร์”
“กรี๊ด!!!”
เพียงแค่ส่งเสียงเรียก สาวๆ ที่นั่งอยู่รอบๆ ต่างร้องกรี๊ดอย่างเขินอาย อายแทนพราวณิรินทร์ที่มีหนุ่มหล่อเข้าหา ขณะที่ตัวต้นเรื่องยังนั่งเคี้ยวขนมตุ้ยๆ อยู่เลย
“พี่เธียร สวัสดีค่ะ” พราวณิรินทร์ยกมือไหว้รุ่นพี่ เธียรวิชญ์ไม่รับไหว้ แต่ยื่นช่อดอกกุหลาบให้แทน ทำเอาพราวณิรินทร์ขัดเขินไปหมด
“อะ... อะไรกันคะเนี่ย”
“ดอกไม้ไง ไม่ชอบเหรอ” เธียรวิชญ์ถามเสียงนุ่ม นักรบกรอกตามองบน ปีนี้ตัวเขาอายุเข้าเลข 3 ไม่ชินกับการที่มาเห็นเด็กๆ วัยรุ่นจีบกันแบบนี้
“ยัยณิรินทร์ ผู้ชายหล่อขนาดนี้มาให้ดอกไม้ รีบรับไว้สิ!” วิรัลยาสะกิดเพื่อน พราวณิรินทร์ยื่นมือไปรับอย่างงงๆ เรื่องที่เธียรวิชญ์ เดือนคณะวิศวะฯ มาจีบดาวคณะสถาปัตย์ เพิ่งเกิดขึ้นได้เดือนกว่าๆ นักศึกษา 2 คณะต่างพากันจิ้นคู่นี้ยิ่งกว่าคู่ไหนๆ แม้จะรู้อยู่ว่าพราวณิรินทร์กำลังคุยกับสาวทอมที่ชื่อเจนเนตร แต่เสียงส่วนใหญ่กลับเชียร์ให้คบเธียรวิชญ์มากกว่า
ขณะที่พราวณิรินทร์ไม่รู้สี่รู้แปดเพราะมัวแต่เรียนกับกินเหล้า ยังงงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงเรื่องซุบซิบการจิ้นกันดุจดั่งนิยายรักวัยรุ่นของเธอ บางทีเธอได้ยินข่าวเมาท์ของเธอแล้ว เธอยังงงอยู่เลยว่าเธอไปทำพฤติกรรมแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ยิ่งเธอมีบอดีการ์ดส่วนตัวอย่างนักรบมาขนาบข้าง ยิ่งทำให้ข่าวเมาท์แตกระแหงไปอีก บ้างก็จับเธอจิ้นกับบอดีการ์ด บ้างก็จิ้นเธอกับเธียรวิชญ์ บ้างก็บอกว่าเธอตกลงคบหากับเจนเนตร ได้ยินแล้วสับสนไม่น้อย สรุปแล้วตัวเธอเป็นคนยังไงกันแน่นะ
“น้องณิรินทร์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เธียรวิชญ์ถาม สีหน้าเป็นห่วงอย่างชัดเจน พราวณิรินทร์สะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอฉีกยิ้มแหยๆ อย่างที่คนมองเห็นว่าน่ารักเป็นที่สุด นักรบจับจ้องคุณหนูของเขาไม่วางตา
“ปละ... เปล่าค่ะ สงสัยช่วงนี้นอนน้อยเลยเบลอๆ”
“กินเหล้าให้มันน้อยๆ หน่อยก็ได้นะ พี่เห็นว่าณิรินทร์ไปกินเหล้ากับเพื่อนทุกวันเลย”
“แหม... พี่เธียร ทำเหมือนตัวเองไม่กินอย่างนั้นแหละ” นันทภพได้ยินแล้วหมั่นไส้จึงพูดออกไป แต่ในใจลึกๆ แอบเชียร์คู่นี้อยู่เหมือนกัน
“ก็กิน... แต่พี่กินแล้วไม่เบลอแบบณิรินทร์ไง”
“ใครๆ ก็รู้ว่ายัยณิรินทร์คออ่อน กินนิดเดียวก็เมาแล้ว พอเมาติดกันหลายวันมันก็เลยอ๊องๆ แบบนี้แหละค่ะ พี่เธียรมานี่ ไม่มีเรียนเหรอคะ” มนรดาถามเสียงใส เธียรวิชญ์หันมาหาคนพูดแล้วยิ้มกว้าง ทำให้คู่สนทนาใจเต้นผิดจังหวะ
“มีครับ ใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว พอดีพี่เห็นหน้ามหา’ลัย มีดอกไม้มาขาย พี่ก็เลยซื้อมาให้ณิรินทร์ ชอบไหมครับ” เธียรวิชญ์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม พราวณิรินทร์ขยับตัวออกห่าง เว้นระยะห่างพอสมควร
“ชอบค่ะ”
“ถ้าชอบ เดี๋ยวพี่จะซื้อให้อีก จะซื้อให้ทุกวันเลย”
“กรี๊ด!!!” บทจีบสาวของเธียรวิชญ์ ทำให้สาวๆ ที่นั่งข้างๆ ร้องกรี๊ดกันเป็นแถว ตอนนี้ใครๆ ก็อยากเป็นคุณหนูพราวณิรินทร์ ชอบที่มีคนหล่อๆ มาตามจีบถึงที่
“อะ... ค่ะ... แล้วแต่พี่เธียรเถอะค่ะ พี่เธียรไปเรียนได้แล้วนะคะ เดี๋ยวจะเข้าเรียนสาย”
“เป็นห่วงพี่เหรอครับ”
“โอ้โห... พี่เธียรแยกไม่ออกระหว่างเป็นห่วงกับไล่เหรอครับ” นันทภพแซวแล้วก็ขำ ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มหลุดหัวเราะคิกออกมา เธียรวิชญ์อายจนหน้าขึ้นสีเรื่อ
“ไม่เอาน่า... ดูสิพี่เธียรอายหมดแล้ว” พราวณิรินทร์หันไปดุเพื่อน ขณะที่ตัวเธอเองนั้นก็กลั้นยิ้มจนตาหยี นักรบเพิ่งเห็นคุณหนูของเขามีท่าทางน่ารักเหมือนเด็กสาวทั่วไปก็คราวนี้
“ชอบไล่พี่จังเลย พี่ไปเรียนแล้ว เดี๋ยวคืนนี้เราค่อยคุยกันนะครับ”
“ค่ะ”
