บทที่ 15 คุณหนูชอบเขาไหม

เธียรวิชญ์เดินออกไปแล้ว พราวณิรินทร์ก้มมองดอกกุหลาบแล้วก็อมยิ้ม โดยไม่รู้เลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของนักรบทั้งหมด

“ฉันว่าเธอกับพี่เธียรดูเหมาะสมกันดีนะ” มนรดาเปรยขึ้น

“ใช่ๆ ดูเหมาะสม ดูมีอนาคตกว่าพี่เจน...” วิรัลยาพูดเสริม พราวณิรินทร์ส่ายหน้าน้อยๆ

“เปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า เอ... แต่ตอนนี้ใกล้จะเข้าเรียนแล้ว เราไปนั่งรอที่ห้องเรียนกันเลยไหม” พราวณิรินทร์เปลี่ยนเรื่องกะทันหันจนเพื่อนงง ถามโดยไม่รอคำตอบ เธอลุกขึ้นยืน กระโปรงสั้นทรงเอของเธอถลกขึ้นจนเห็นกางเกงซับใน วันนี้เธอสวมเสื้อช็อปของคณะสถาปัตย์ ด้านในเป็นเสื้อนักศึกษารัดรูปจนเห็นหน้าอกขนาดใหญ่ กระโปรงทรงเอสั้นแค่คืบกับรองเท้าหุ้มส้น สะพายกระเป๋าผ้าแบรนด์ดังที่มีราคาเกือบแสน ผมยาวๆ ถูกปล่อยสยายยามลมพัดก็ปลิวไปตามแรงลม กลิ่นความหอมของเส้นผมเธอนั้นลอยมากระทบจมูกของนักรบที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้เขาอยากเดินเข้าไปแล้วดึงชายกระโปรงของเธอลงมากกว่านี้

“ลุกขึ้นขนาดนี้ก็ต้องไปแล้วไหมวะ” นันทภพลุกตาม พราวณิรินทร์หยิบเครื่องเขียนที่ใช้สำหรับเรียนพะรุงพะรังไปหมด นักรบเดินเข้าไปหาหญิงสาวแล้วยื่นมือไปด้านหน้า

“ผมช่วยถือ” นักรบดึงของจากมือหญิงสาวเอาไปถือเองโดยไม่รอให้เธออนุญาต พราวณิรินทร์รู้สึกแปลกๆ วันนี้เป็นวันที่ 2 ที่เขาทำหน้าที่บอดีการ์ด ท่าทีของเขาอ่อนโยนลงกว่าเมื่อวาน

“ขอบใจ”

“เกิดเป็นเธอนี่ดีจริงๆ จะถือของยังมีคนช่วยถือ” ปานขวัญแซว พราวณิรินทร์ได้แต่ยิ้มรับ ไม่ตอบอะไร เธอเดินนำหน้าขึ้นบันไดไปชั้น 3 พอไปถึงหน้าห้อง นักรบส่งของให้กับพราวณิรินทร์แล้วเดินลงมารอใต้อาคารเรียนเหมือนเดิม

นักรบนั่งรอพราวณิรินทร์เรียนประมาณ 4 ชั่วโมง วันนี้เธอไม่มีกิจกรรม ไม่มีนัดสังสรรค์กินเหล้ากับเพื่อน เรียนเสร็จเธอกลับบ้านเลยเพราะมีการบ้านจะต้องเร่งทำให้เสร็จ สีหน้าของเธอดูเหนื่อยๆ เพลียๆ กว่าปกติ เขามองเธอผ่านกระจกหลังก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถาม

“ผู้ชายที่ชื่อเธียร... เด็กคณะวิศวะฯ ที่มาจีบคุณหนูน่ะ คุณหนูชอบเขาไหม” นักรบถาม พราวณิรินทร์ได้ยินแล้วแปลกใจ ปกติลูกน้องพ่อแต่ละคนไม่มีใครมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว

“ไม่ชอบ”

“ทำไมล่ะครับ”

“มันใช่ธุระอะไรของนายไหม จะมาอยากรู้เรื่องเจ้านายทำไม” เธอเริ่มเสียงแข็ง ชักสีหน้าใส่

“ผมก็แค่อยากรู้...”

“ฉันชอบทอมมากกว่าผู้ชาย” พราวณิรินทร์บอกไปตามตรง นักรบขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะถามต่อ

“ทำไมถึงชอบทอมมากกว่าผู้ชายล่ะครับ”

“เพราะผู้ชายเจ้าชู้ทุกคน” คำตอบของเธอทำให้นักรบหลุดหัวเราะออกมา เธอไร้เดียงสาจริงๆ ด้วย

“คุณหนู...”

“ทำไม!”

“ผมจะบอกอะไรให้นะ คนจะเจ้าชู้มันไม่ได้อยู่ที่เพศ มันอยู่ที่คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง ทอม กะเทย LGBTQ  ก็เหมือนกันหมดนั่นแหละครับ คุณหนูมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าคบทอมแล้ว ทอมจะไม่เจ้าชู้” นักรบถามกลับ คำถามของนักรบทำให้เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครถามถึงสาเหตุที่เธอเลือกคุยกับเจนเนตรมากกว่าคนที่มาจีบคนอื่นๆ

“คนอย่างนายจะไปรู้อะไร”

“ผมรู้มากกว่าคุณหนูก็แล้วกัน”

“ฉันว่านายก็คงเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ นั่นแหละ เจ้าชู้ คบผู้หญิงหลายคน บางคนแต่งงานแล้วก็แอบมีเมียน้อย เหมือนพ่อฉัน!” ประโยคสุดท้ายพราวณิรินทร์เผลอหลุดปากพูดออกมา ทำให้นักรบชะงัก นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ

“ผมไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้”

“ฉันไม่เชื่อหรอก”

“จริงๆ ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้” เขายืนยันอีกครั้ง พราวณิรินทร์ยกมือขึ้นกอดอก

“นายมีเมียแล้วหรือยัง”

“ยังครับ”

“ทำไมยังไม่มีล่ะ ปีนี้นายอายุเท่าไหร่”

“ปีนี้ผมอายุ 30 ที่ผ่านมาผมทำแต่งาน เพิ่งลาออกจากราชการทหารเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อมาดูแลพ่อที่ป่วยหนัก” นักรบเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองให้คุณหนูฟังเป็นครั้งแรก พอได้ยินแบบนี้น้ำเสียงของเธอจึงอ่อนลง

“พ่อนาย... เอ่อ... ป่วยเป็นอะไร”

“พ่อผมป่วยเป็นมะเร็งครับ ผมอยู่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงจนท่านเสียชีวิต”

“ฉันเสียใจด้วยนะ ฉันไม่คิดว่าคนอย่างนายจะไม่มีเมียนะ” พราวณิรินทร์ตั้งข้อสังเกต

“ผมไม่มีเมีย ไม่มีแฟน เพราะทำแต่งานและดูแลพ่อ แต่ผมผ่านโลกมาพอสมควร ผมถึงอยากจะเตือนสติคุณหนูว่าถ้าคุณหนูไม่ได้มีรสนิยมที่ชอบทอมจริงๆ ผมอยากให้คุณหนูลองเปิดใจกับคนอื่นๆ ดูบ้าง อย่าไปปักใจเชื่อว่าถ้าเป็นทอมแล้วจะเป็นคนดี ไม่ใช่คนเจ้าชู้ และผู้ชายก็ไม่ได้เจ้าชู้ทุกคน” นักรบย้ำกับพราวณิรินทร์อีกครั้ง แต่กำแพงภายในใจของเธอยังคงสูงอยู่

“ฉันรับฟังไว้ก็แล้วกัน ว่าแต่นายจะตามติดชีวิตฉันไปอีกนานแค่ไหน บางทีฉันก็รู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนตัว”

“ตลอดไป” คำตอบของนักรบสั้นๆ ได้ใจความ

“ตลกแล้ว นายจะมาตามฉันตลอดไปได้ยังไง”

“ถ้าคุณหนูอยากรู้ คุณหนูก็ไปถามคุณท่านเองสิครับ” เขาเปิดไฟเลี้ยว เลี้ยวรถเข้าบ้านหลังใหญ่ พอรถจอดสนิทเธอก็ลงจากรถโดยไม่รอให้เขามาเปิดประตูให้ นักรบช่วยถือของเดินตามหญิงสาวไปติดๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป