บทที่ 16 น่าเกลียด
พอเดินผ่านห้องรับแขก สองขาของเธอหยุดลงทันที พราวณิรินทร์หันไปมองก่อนจะเบะปาก ส่งสายตารังเกียจไปให้ นักรบหันไปมองตาม เห็นหญิงสาวสวมชุดเดรสเกาะอกสีแดงนั่งตัก กำลังจูบกับภุชงค์อย่างดูดดื่ม
“คุณพ่อคะ!” พราวณิรินทร์ตะโกนเสียงดังจนหญิงสาวที่นั่งบนตักสะดุ้ง ภุชงค์ถอนหายใจเฮือก
“ณิรินทร์”
“จะทำอะไรกัน ทำไมไม่ขึ้นไปทำบนห้องคะ น่าเกลียด!” คำสุดท้ายเธอหันไปมองหญิงสาวที่คาดว่าอายุน่าจะมากกว่าเธอไม่กี่ปี เจ้าหล่อนไม่พอใจที่ถูกคนอายุน้อยกว่าพูดแบบนี้ใส่
“คุณท่านคะ!” หล่อนหันไปทำท่าจะฟ้อง พราวณิรินทร์เดินตรงไปที่หญิงสาวคนดังกล่าว
“น่าเกลียด ได้ยินไหมว่าน่าเกลียด!” เธอพูดใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจ
“คุณท่าน! ลูกสาวคุณท่าน...”
“เธอกลับไปก่อน วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์แล้ว” ภุชงค์เอ่ยปากไล่ ทำให้หล่อนมีท่าทีไม่พอใจมากกว่าเดิม
“ทำไม! คุณท่านคะ มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ”
“ฉันบอกให้กลับไปก่อนไง”
“คุณท่านต้องจัดการให้หนูนะคะ ลูกสาวคุณท่านมาต่อว่าหนู” หล่อนน้ำตารื้นด้วยความโกรธ แต่พราวณิรินทร์ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งอยู่
“ฉันบอกให้กลับไปไง ไปได้แล้ว!” ภุชงค์พูดเสียงดังขึ้นอีก เจ้าหล่อนกระฟัดกระเฟียดฉวยกระเป๋าลุกออกจากห้องรับแขกไปทันที พอหล่อนเดินออกไป พราวณิรินทร์ก็หันหลังจะเดินขึ้นห้องตัวเอง
“ยัยณิรินทร์!” ภุชงค์เรียกลูกสาว
“คะ?”
“ไปพูดอะไรแบบนั้น ไปว่าเขาทำไม” ภุชงค์ดุ พราวณิรินทร์หันกลับมามองพ่อตัวเอง สายตาบ่งบอกถึงความสมเพชผู้ให้กำเนิด
“ไม่ได้ว่าแค่ผู้หญิงคนนั้น ว่าคุณพ่อด้วย”
“ณิรินทร์!”
“ทีหลังถ้าจะทำอะไรๆ กัน ก็ไปทำบนห้องส่วนตัวนะคะ ถือว่าหนูขอร้อง อ้อ... แล้วถ้าหนูจะพาใครมานอนที่บ้านหลังนี้ คุณพ่อก็อย่ามาขัดขวางหนูนะคะ เพราะทีคุณพ่อยังพาผู้หญิงมานอนกกในบ้านได้ไม่ซ้ำหน้าเลย อะไรที่คุณพ่อทำได้ หนูก็ทำได้ทั้งนั้น” พราวณิรินทร์พูดอย่างปีกกล้าขาแข็ง ภุชงค์ลุกขึ้นยืนแม้จะยังปวดหลังอยู่ก็ตาม
“พ่อทำได้ แต่แกทำไม่ได้!”
“ไม่ยุติธรรม ถ้าหนูทำที่บ้านไม่ได้ หนูก็จะได้ไปทำที่อื่น” เธอยังคงกวนประสาทบิดาบังเกิดเกล้าอยู่ ตอนนี้มือหนาของชายวัย 60 กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ
“จะทำที่บ้านหรือทำที่อื่นก็ไม่ได้ทั้งนั้น ตอนนี้แกมีหน้าที่เรียนให้จบแล้วทำงาน อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องมีแฟนเรื่องมีความรัก”
“ไม่ค่ะ หนูจะมี แล้วก็จะมีกับไอ้ทอมที่คุณพ่อเกลียดด้วย!” เธอเถียงเสียงดัง
“พราวณิรินทร์!” ภุชงค์ได้ยินแล้วตวาดลูกสาวทันที สิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่เขารับไม่ได้ พราวณิรินทร์ยั่วโมโหพ่อสำเร็จแล้วก็สะบัดก้นเดินขึ้นห้องนอนไปทันที
“เรย์! แกเห็นไหม แกเห็นฤทธิ์ลูกสาวฉันไหม!” ภุชงค์หันมาถาม นักรบพยักหน้าเนิบๆ จริงๆ แล้วก็พอกันทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ
“ครับ”
“แกต้องจัดการไอ้ทอมนั่นให้เร็วที่สุดนะ!”
“ครับ” นักรบรับปาก ก่อนจะขอตัวเอาของขึ้นไปให้คุณหนูข้างบนห้องนอน พอนักรบเดินออกจากห้องรับแขกไปแล้ว ภุชงค์ถึงกับทรุดกายนั่งบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน น้ำตาเริ่มไหลรื้นคลอหน่อย
“เพลงพิณ... ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ ลูกเราคงไม่เป็นแบบนี้ ผมขอโทษ...”
