บทที่ 3 ปะทะฝีปาก
แรงเปิดประตูทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง ภาพที่หญิงสาวและทอมกำลังนั่งจูบกันนั้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าดุดันระอาใจ เขาลอบถอนหายใจเบาๆ ไม่แปลกใจหรอกที่ผู้เป็นพ่อจะเครียดจนถึงขั้นให้เขามา ‘กำจัด’ ไปให้พ้นหน้า แค่มารยาทกับการตระหนักรู้ในสิ่งที่ ‘ควร’ หรือ ‘ไม่ควร’ ยังไม่มี แล้วจะมาดูแลชีวิตลูกสาวได้ยังไง
“ขอโทษที!”
“คุณเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง!” คนที่พูดแทนที่จะเป็นเจ้าของห้อง แต่กลับเป็นสาวทอมที่เพิ่งเคยมาเหยียบบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก
“ผมต้องถามว่าคุณน่ะเป็นใคร ใครใช้ให้เข้ามาในห้องนี้” เขาเดินดุ่มๆ เข้ามา ดึงร่างผอมบางของสาวทอมให้ลุกขึ้นจากเตียง เหวี่ยงทีเดียวเจนเนตรถึงกับล้มคะมำไปที่พื้น
“นายเป็นใคร เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง” พราวณิรินทร์ถาม เธอตรงเข้าไปประคองเจนเนตรให้ลุกขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้เธอเริ่มสร่างเมาแล้ว
“ผมชื่อนักรบ เป็นบอดีการ์ดส่วนตัวของคุณหนูครับ”
“บอดีการ์ดส่วนตัว? ฉันมีบอดีการ์ดส่วนตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ใช่ ไม่จริง ออกไปให้พ้นจากห้องฉัน” ใบหน้าสวยดุจดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบของพราวณิรินทร์แสดงอาการสับสน เธอหยิบหมอนได้ก็ขว้างไปที่นักรบสุดแรง แต่เขาก็รับเอาไว้ได้และโยนมันลงที่พื้นอย่างไม่ใยดี
“ผมไม่ไป คนที่จะต้องไปคือทอมคนนี้ต่างหาก” นักรบชี้ไปที่เจนเนตร ถึงคราวที่สาวทอมสุดห้าวจะต้องแสดงบทพระเอกปกป้องนางเอกแล้ว เจนเนตรลุกขึ้นและง้างมือจะชกนักรบ แต่เขารับหมัดเอาไว้ได้และบิดข้อมือทีเดียวเสียงดับกร๊อบ คราวนี้พราวณิรินทร์สร่างเมาทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” พราวณิรินทร์ตรงเข้าไปผลักนักรบออก เธอทุบไปที่หน้าอก กำปั้นของเธอเหมือนมด ตีเท่าไหร่เขาก็ไม่สะเทือน
“คุณหนูต่างหากที่ต้องหยุด คุณพ่อของคุณหนูให้ผมมาทำหน้าที่บอดีการ์ดให้คุณหนู คุณหนูต้องอยู่ในสายตาผม 24 ชั่วโมง และที่สำคัญคือคุณหนูต้องทำตามคำสั่งของผม”
“จะบ้าหรือเปล่า คนเป็นบอดีการ์ดมันต้องทำตามคำสั่งเจ้านายสิวะ!” เจนเนตรออกตัวพูดอย่างหงุดหงิด กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแล้ว ทำไมต้องมาพลาดให้กับบอดีการ์ดเฮงซวยนี่ด้วย
“บอดีการ์ดบ้านอื่นเป็นยังไงไม่รู้ แต่บอดีการ์ดบ้านนี้ทำตามคำสั่งท่านภุชงค์คนเดียว ท่านภุชงค์ให้ผมดูแลคุณหนูไม่ให้คลาดสายตา และให้สิทธิขาดผมออกคำสั่งกับคุณหนูเมื่อเห็นคุณหนูทำตัวออกนอกลู่นอกทาง ทำตัวไม่เหมาะสม”
“ฉันทำตัวไม่เหมาะสมตรงไหนมิทราบ!” พราวณิรินทร์ถามเสียงดัง หน้าตาน่ารักของเธอบูดบึ้ง ดูยังไงก็ตลกในสายตาเขา
“ยังจะถามอีกเหรอ”
“กรี๊ด!!”
เสียงกรี๊ดที่มาจากการถูกขัดใจของพราวณิรินทร์ แทบจะทำให้คนทั้งบ้านแตกตื่น นักรบเอามือขึ้นแคะหูตัวเอง เสียงของเธอแหลมปรี๊ดเหมือนปรอทแตก ยิ่งฟังยิ่งปวดหัว พักเดียวเท่านั้น ขุนคีรี พี่ชายคนรองของพราวณิรินทร์เปิดประตูโครมออกมาอย่างหงุดหงิด
“อะไรกันนักหนาวะ!”
“พี่ขุน! พี่รู้เรื่องบอดีการ์ดบ้าบออะไรของหนูหรือเปล่าเนี่ย!” พราวณิรินทร์เดินไปหาพี่ชาย ทำท่าจะฟ้องเต็มที่ นักรบยืนยิ้มมุมปาก อยากเห็นฤทธิ์แม่เจ้าประคุณนักว่ามันจะไปสุดที่ตรงไหน
“รู้! ว่าแต่แกจะร้องกรี๊ดๆๆ ทำไมเนี่ย หนวกหู คนจะหลับจะนอน”
“พี่ช่วยไล่ไอ้บ้านี่ออกไปจากห้องหน่อย!” พราวณิรินทร์ชี้ไปที่นักรบ ขณะที่เขายังคงยืนสงบนิ่งอย่างใจเย็น
“ไล่ทำไม คนที่ฉันควรจะไล่คือไอ้ทอมบ้านี่ต่างหาก ใครใช้ให้แกเอามันมานอนที่บ้าน!” ขุนคีรีชี้ไปที่เจนเนตร ทำให้พราวณิรินทร์โกรธเข้าไปใหญ่ ทำไมใครๆ ต่างไม่เข้าข้างเธอเลยสักคน
“พี่เจนเป็นคนของหนู!”
“คนของแกแล้วยังไง ไม่ใช่คนของฉัน คุณพ่อไม่อนุญาตให้แกพามันเข้ามานอนในบ้าน และตัวแกเองต้องเชื่อฟังคำสั่งของนักรบ”
“กรี๊ด!!!”
“เลิกกรี๊ดสักทีโว๊ย! รำคาญ! เรย์ นายช่วยลากไอ้ทอมนี่ออกไปจากบ้านกูที ส่วนไอ้น้องเวรนี่หุบปากได้แล้ว” ขุนคีรีตวาดเสียงดัง แต่ด้วยความดื้อรั้นของพราวณิรินทร์ เธอไม่หยุดอาละวาดง่ายๆ ข้าวของทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องถูกปาทิ้งเละเทะไปหมด นักรบลากเจนเนตรออกมาจากห้อง
