บทที่ 6 บอดีการ์ดส่วนตัว

ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ นักรบมองหญิงสาวผ่านกระจกมองหลังหลายครั้ง เธอฟึดฟัดอย่างคนอารมณ์เสีย แต่เขายังคงสงบสติอารมณ์ นิ่งเงียบ ไม่สนใจ จนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวเข้ามาในมหาวิทยาลัย หลังจากหาที่จอดรถได้แล้ว พราวณิรินทร์เดินลงจากรถโดยไม่สนใจนักรบเลย เขาเดินตามเธอไปติดๆ จนกระทั่งถึงโต๊ะไม้ใต้อาคารเรียน ที่เต็มไปด้วยเพื่อนๆ ของหญิงสาว

“ณิรินทร์! มาสักที ทำไมวันนี้มาช้าจัง” มนรดาเอ่ยปากถาม ก่อนจะมองไปที่นักรบ พราวณิรินทร์ไม่ตอบ ทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจอย่างหนัก

“นั่นใครน่ะ”

“บอดีการ์ด พ่อจ้างให้มาเฝ้าฉัน”

“อุวะ! สมเป็นลูกสาวท่านภุชงค์จริงๆ ชีวิตเหมือนนางเอกนิยายที่ต้องมีบอดีการ์ดคอยดูแลความปลอดภัย” นันทภพ หรือ น้ำไนล์ แซว เพื่อนๆ พากันหัวเราะ ยิ่งทำให้พราวณิรินทร์อายเข้าไปใหญ่

“พวกแกหยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ มันใช่เรื่องที่น่ายินดีสักที่ไหน ฉันอายจะตายที่จะต้องมีคนเดินตามหลังต้อยๆ แบบนี้”

“น่าอายตรงไหน ฉันว่าเท่ห์ดีออก อีกอย่าง... บอดีการ์ดส่วนตัวของเธอก็หล่อซะด้วย ตัวขาว สูงใหญ่ ล่ำบึก กล้ามเป็นมัดๆ หน้าโครตหล่อ หล่อยิ่งกว่าพระเอกหนังอีก แกลองสังเกตดีๆ สิ หล่อจะตาย” วิรัลยาไล่สายตามองนักรบอย่างคุกคาม บทสนทนาของเพื่อนพราวณิรินทร์ทำให้เขารู้สึกเอือมระอาในความไร้สาระเป็นที่สุด

“ไม่เห็นจะหล่อเลย!”

“เอาน่า... ทำใจให้ร่มๆ ก่อน จะเข้าเรียนแล้ว เมื่อคืนก็นอนดึก เดี๋ยวไม่มีสมาธิเรียน” ปานขวัญเตือน

“ตอนฉันขึ้นไปเรียน นายไม่ต้องสาระแนเข้าไปด้วยนะ เดี๋ยวคนอื่นจะแตกตื่นเอา” พราวณิรินทร์หันไปบอกนักรบ ถ้อยคำของเธอนั้นฟังยังไงก็ไม่ระรื่นหูเอาเสียเลย ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ พยักหน้าเนิบๆ

“ผมทราบแล้วครับ ในห้องเรียนคงไม่มีใครเข้าไปทำอันตรายคุณหนูได้ แต่เรียนเสร็จแล้วช่วยลงมาที่เดิมด้วย ผมจะรอคุณหนูอยู่ตรงนี้”

“น่าเบื่อชะมัด!” เธอไม่ตอบรับ มีเพียงคำบ่นที่ออกมาจากปาก คำพูดคำจาของพราวณิรินทร์ทำให้เพื่อนต้องสะกิดเตือนหลายรอบ จนกระทั่งปานขวัญทนไม่ไหว ลากยัยเพื่อนตัวแสบสุดเอาแต่ใจขึ้นห้องเรียน ระหว่างทางเธอหยิกแขนเพื่อนอย่างไม่เกรงใจ

“โอ๊ย! ยัยปังปอนด์ เธอทำอะไรของเธอเนี่ย มาหยิกฉันทำไม”

“เธอนั่นแหละเป็นบ้าอะไร ไปโดนตัวไหนมาทำไมพูดจากับบอดีการ์ดตัวเองแบบนั้น เขามาทำงานทำหน้าที่ของตัวเอง เธอน่าจะทำตัวให้ดีๆ ใช้คำพูดดีๆ หน่อย”

“นั่นน่ะสิ อย่าลืมว่าคุณพ่อของเธอสั่งให้เขาดูแลเธอตลอด 24 ชั่วโมง ชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับคุณเรย์เขานะ เธอน่าจะทำตัวให้มันน่ารัก น่าทะนุถนอมหน่อย เขาจะได้เต็มใจดูแลเธอ” มนรดาสำทับ ยิ่งทำให้พราวณิรินทร์หงุดหงิดเข้าไปใหญ่

“พอๆๆๆๆ พอได้แล้ว ฉันเบื่อที่จะต้องมาฟังพวกเธอบ่น ตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อเช้า ฉันเจอทั้งพ่อทั้งพี่ชาย ทั้งบอดีการ์ดตัวเองบ่นยังไม่พออีกเหรอ มาเรียนยังต้องมาเจอเพื่อนบ่นอีก”

“มันน่าบ่นไหมล่ะ ก็ดูเธอทำตัวสิ!” วิรัลยาซ้ำเติม

“พวกเธอไม่รู้อะไร เมื่อคืนนี้อีตาบ้านั่นงัดประตูห้องนอนเข้ามา ตอนที่ฉันกำลังจูบกับพี่เจน” พราวณิรินทร์หลุดปากออกมาอย่างหงุดหงิด แต่นั่นทำให้เพื่อนในกลุ่มทุกคนตาโต

“ยัยพราวณิรินทร์!” ทุกคนประสานเสียงออกมาพร้อมกัน

“อะไร พวกเธอจะตะโกนทำไม”

“เธอพูดอะไรออกมานะ” นันทภพถามช้าๆ ดูเหมือนว่าเขาเป็นคนที่มีสติที่สุดในกลุ่มแล้ว

“ก็... เอ่อ... คือ...” พราวณิรินทร์ชะงัก ไม่น่าเผลอหลุดปากเรื่องจูบออกไปเลย

“เธอกับพี่เจนเพิ่งจะคุยกันไม่ถึงเดือน ไปทำอย่างนั้นได้ยังไง นี่อย่าบอกนะว่าเธอได้เสียกับพี่เจนแล้ว” มนรดาจับแขนเพื่อนแล้วเขย่าหน้าตาตื่น ที่ผ่านมาเพื่อนในกลุ่มพยายามกันซีนเจนเนตรอย่างถึงที่สุด เพราะรู้กิตติศัพท์เรื่องความกะล่อน แต่ไม่รู้ทำไมยัยเพื่อนตัวดีถึงได้ชอบนัก เมื่อคืนก็ไปนั่งกินเหล้ากัน ตอนแรกนึกว่าคนขับรถจะไปส่งเจนเนตรที่หอพัก ที่ไหนได้พากลับไปนอนบ้านจนเกิดเรื่อง แถมยังมามีเรื่องจูบกันอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป