บทที่ 7 เพื่อนตักเตือน
“ฉันกับพี่เจนยังไม่ได้มีอะไรกัน” พราวณิรินทร์ยืนยันเสียงแข็ง
“แล้วที่เธอกับพี่เจนจูบกันล่ะ”
“แค่จูบอย่างเดียว ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย เรย์ก็เปิดประตูเข้ามาก่อน” เธอเล่าให้ฟังอย่างละเอียด ทำให้เพื่อนๆ พากันถอนหายใจ
“เฮ้อ! โล่งอกไปที ดีนะที่พี่เรย์เขาเปิดประตูเข้าไปทัน ยัยณิรินทร์ เธอไม่ควรทำตัวแบบนี้นะ” ปานขวัญบ่นต่อ พราวณิรินทร์กรอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย
“รู้แล้วๆ ฉันรู้ว่าพวกเธอไม่ชอบพี่เจน ทีหลังฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก เมื่อคืนนี้ฉันเมามากก็เลยทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร จริงๆ ยังไม่ทันจะได้จูบอะไรกันเลย แค่แตะๆ ริมฝีปากเท่านั้น” มาถึงตอนนี้พราวณิรินทร์กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่ในกลุ่มเพื่อน นันทภพ... เพื่อนชายคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ค่อยสนใจโลก ไม่ค่อยสนใจใครได้ยินแล้วสบถออกมาเสียงดัง
“บ้าบอ! เรื่องแบบนี้มัน... เออ... ช่างเถอะ! ยังดีที่เอามาปรึกษาเพื่อน เอามาบอกเพื่อน แต่ทีหลังอย่าไปทำแบบนี้กับไอ้พี่เจนอีก เพิ่งจะคุยกันได้ไม่นาน อย่าไปอยู่กันสองต่อสอง เวลาเมาก็ต้องเมาแต่พอดี พอให้มีสติ ไม่ใช่เมาทิ้งตัว ถ้าพี่เรย์ไม่เปิดประตูเข้าไปเธอโดนพี่เจนฟันแล้วทิ้งแน่นอน!” นันทภพทนไม่ไหว เปิดปากพูดออกไป ด้วยความที่เพื่อนเป็นผู้ชาย พูดออกมาตรงๆ โต้งๆ ไม่มีอ้อมค้อม ทำให้พราวณิรินทร์หน้าแดงก่ำ
“น้ำไนล์!”
“ฉันพูดเรื่องจริง ทำอะไรระมัดระวังตัวเอง อย่าไว้ใจใครง่ายๆ ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ไปกันเถอะ” นันทภพเดินนำ พาทุกคนเข้าไปในห้อง พราวณิรินทร์หน้าร้อนฉ่าไปหมด ใครพูดก็ไม่เจ็บเท่าเพื่อนชายคนนี้พูด คนที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรแต่ดันรู้ทุกเรื่อง!
“ฉันเห็นด้วยกับน้ำไนล์ ไป... เข้าไปเรียนได้แล้วยัยตัวแสบ!” วิรัลยาดันแผ่นหลังบอบบางของพราวณิรินทร์เข้าห้องเรียน เธอเดินอย่างหงุดหงิด ช่วงนี้อารมณ์แปรปรวนแบบสุดๆ แต่พอถึงเวลาที่อาจารย์เข้าสอน เธอรวบรวมสมาธิและตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่จนกระทั่งเลิกเรียน
พี่เจน : พี่รออยู่ใต้ตึกนะ เรียนเสร็จแล้วลงมา พี่จะพาไปกินข้าว
ณิรินทร์ : ได้ค่ะ
พราวณิรินทร์ตอบเจนเนตรไปสั้นๆ อาการอึนๆ มึนๆ หลังจับโทรศัพท์ของหญิงสาวทำให้เพื่อนหันไปมอง มนรดาเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อน
“มีอะไรหรือเปล่า”
“เย็นนี้ฉันไปกินข้าวกับพวกเธอไม่ได้แล้ว พี่เจนเพิ่งชวนฉัน...”
“แต่เธอนัดฉันไว้แล้วนะ พี่เจนเพิ่งชวนก็ปฏิเสธเขาไปสิ” วิรัลยาแย้งเสียงดัง ทำให้อาจารย์ที่อยู่หน้าห้องกระแอมออกไมค์
“กลุ่มนั้นน่ะ เบาๆ หน่อย คนอื่นเขาจะตั้งใจเรียนกัน”
“ขอโทษค่ะ” วิรัลยายกมือไหว้ขอโทษเสียงเบา ก่อนจะหันมาทำตาเขียวใส่เพื่อน พราวณิรินทร์เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงแล้วกระซิบกับเพื่อน
“ฉันต้องไป”
“ทำไมเธอต้องไปด้วย” วิรัลยาถามอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันต้องไปขอโทษพี่เจนเรื่องเมื่อคืนนี้ พวกเธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนพี่เจนถูกไล่ออกจากบ้านเหมือนหมา”
“สมควร!” ทุกคนพูดพร้อมกัน แม้เสียงจะเบาแต่พอเป็นหลายเสียงก็ทำให้เกิดเสียงดังได้
“ยังอีก! ยังคุยกันไม่เลิก จะเรียนกันไหม”
“เรียนค่า!”
สุดท้ายบทสนทนาต้องจบลงด้วยสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เพื่อนๆ ต่างมองพราวณิรินทร์ตาเขียวปั๊ด เธอหน้าเจื่อนลงทันที แต่ยังยืนกรานที่จะไปกินข้าวกับเจนเนตรจนได้ หลังเลิกเรียน เธอรีบลงมาหานักรบโดยไม่รอเพื่อนๆ เขานั่งรอเธอที่โต๊ะ พราวณิรินทร์เพิ่งสังเกตได้ว่าตัวเขานั้นดูดีอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ ด้วย นักศึกษาสาวๆ ได้แต่หันมามองนักรบกันตาไม่กระพริบ บางคนมองเองเขินเอง พลางกระซิบกระซาบหัวเราะคิกคัก ยิ่งดูยิ่งรู้สึกหมั่นไส้
