บทที่ 5 ไม่ได้อยากกลับมา 4
เช้าวันต่อมาติงเหยียนขับรถออกจากโรงแรมเพื่อเริ่มซื้อของสำหรับกักตุนตามที่วางแผนไว้ โดยเริ่มจากตลาดค้าส่งสินค้าทางการเกษตรและต้นไม้ขนาดใหญ่ของเมือง เขามาที่นี่เพื่อสั่งซื้อสินค้าจำพวกเมล็ดพืช เมล็ดผัก ต้นผลไม้และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเพาะปลูก รวมไปถึงคู่มือการเพาะปลูกพืชนานาชนิดด้วย
เขาสามารถซื้อหาทุกอย่างได้จากที่นี่ ขอแค่มีเงินจ่าย เด็กหนุ่มวางแผนไว้แล้วว่าจะซื้ออะไรบ้าง พืชผักสวนครัวทุกชนิดที่เขากินเป็นและดูแลง่าย สมุนไพร เครื่องเทศที่เป็นเมล็ด ส่วนแบบสำเร็จรูปซื้อแค่อย่างละนิดละหน่อยพอให้มีติดไว้ใช้ในช่วงแรกของวันสิ้นโลก แล้วของที่ซื้อพวกนี้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนก่อนที่เรื่องซื้อบ้านของเขาจะผ่านการอนุมัติและปรับปรุงเสร็จน่ะเหรอ ก็ต้องเช่าโกดังเก็บสินค้าอยู่แล้วสิ เขาไม่ได้โง่ซะหน่อย ห้องพักโรงแรมเล็กแค่นั้นจะยัดของพวกนี้เข้าไปหมดได้ยังไง
“เอาเมล็ดพันธุ์ผักชี ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักสลัด ผักคะน้า แตงกวา ฟักทอง มะเขือเทศ พริกขี้หนู พริกใหญ่ พริกหวาน พริกชี้ฟ้า ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว อย่างละ 10 กิโลครับ แล้วก็เมล็ดผลไม้ในชั้นตรงด้านในนั้นทุกอย่างเลยครับ เอาอย่างละ 30 ห่อ” ติงเหยียนสั่งเสร็จบอกพ่อค้าว่าเดี๋ยวจะมารับของและจ่ายเงิน จากนั้นก็เดินไปที่ร้านขายต้นไม้ต่อ ตอนนี้เขาต้องเร่งทำเวลา เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเศษ ๆ เท่านั้นไม่รีบไม่ได้
“พ่อค้าเอาต้นส้ม ชมพู่ มะม่วง ต้นพริกไทย ต้นอบเชย ต้นพริก อย่างละ 3 กระถาง เอาต้นกุหลาบ 2 ต้น เอาต้นเชอร์รี่ด้วย 3 ต้น เอากล้วยไม้ 3 ต้น แอปเปิล ลูกพลับ สาลี่ อย่างละ 3 เหมือนกันครับ แล้วก็ช่วยจัดปุ๋ยแล้วก็พวกยาฆ่าแมลง ยาบำรุงราก บำรุงผลไปให้ด้วยนะครับ เอาอย่างละ 10 ชุดเลย เดี๋ยวผมเอารถมาใส่ของและจ่ายเงินให้นะครับ” ต้นไม้เอาไปเยอะไม่ได้ พื้นที่ข้างบ้านมีจำกัด ปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มากเกินไปจะทำให้แออัด ดังนั้นติงเหยียนจึงสั่งแค่อย่างละสองสามต้น เผื่อต้นใดต้นหนึ่งเลี้ยงไม่โตก็ยังมีสำรองไว้ สั่งเสร็จก็เดินหาของตามใบรายการต่อ
วันนี้เป็นวันที่ 4 แล้วที่ติงเหยียนออกมาเดินสั่งซื้อของอย่างบ้าคลั่ง ทางออนไลน์เขาสั่งพวกของใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไว้แล้ว ซึ่งก็ทยอยส่งมาถึงห้องพักที่โรงแรมเรื่อย ๆ ไหนจะพวกเสื้อผ้า รองเท้า ชุดชั้นใน ของใช้ในบ้าน เครื่องนอน ผ้าห่มนวม ที่เขากำลังรวบรวมทั้งเดินซื้อเองทั้งสั่งจากช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์
พอมาถึงหน้าร้านขายแป้งและข้าวสาร ติงเหยียนเดินเข้าไปสำรวจราคา อยู่สักพักก็ตัดสินใจที่จะสั่งจากร้านนี้เพราะราคาและคุณภาพดีกว่าร้านอื่น ๆ ที่เดินดูมา
“เอาข้าวสารหอมมะลิ ถุงละ15 กิโล 50 ถุง ข้าวสารธรรมดาอีก 20 ถุง ข้าวเหนียวถุงละ 15 กิโล 10 ถุง ข้าวสารญี่ปุ่น 10 ถุง แป้งสาลีกระสอบละห้ากิโล 10 กระสอบ แป้งอเนกประสงค์ 10 กระสอบ แป้งเค้ก 20 ถุง เอาแป้งถั่วเหลืองให้ผมด้วย 5 กระสอบนะครับ”
ดีหน่อยที่ของพวกนี้ถ้าสั่งเยอะ ๆ จะมีบริการส่งฟรีจากทางร้าน ติงเหยียนจึงให้พวกเขานำไปส่งไว้ที่โกดังเก็บของที่เขาเช่าไว้เป็นการชั่วคราว จากนั้นค่อยย้ายไปเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคาซึ่งเขาติดต่อบอกให้เติ้งเทาแจ้งช่างโครงการกั้นเพิ่มไว้เป็นพิเศษในภายหลัง เพิ่งคิดไว้ว่าแค่ห้องนอนอาจจะไม่พอเก็บของ จึงกัดฟันจ่ายเงินเพิ่มให้ช่างต่อเติมห้องใต้หลังคาให้ด้วย แต่ราคาก็แรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ติงเหยียนน้ำตาตกในตอนที่เห็นใบเสนอราคาทางเมล เกือบกดยกเลิกแล้วถ้าไม่ติดว่าเสียเงินตอนนี้ ดีกว่าเสียชีวิตในวันข้างหน้าเพราะอดตาย
“ต่อไปก็เป็นพวกน้ำมัน น้ำตาล เกลือ เครื่องเทศสินะ” เด็กหนุ่มพึมพำถึงของที่จะต้องซื้อเป็นลำดับต่อไป พวกเครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป เขาจะไปสั่งจากโรงงานโดยตรงน่าจะราคาดีกว่า ถังยังไงก็ซื้อไว้ได้ไม่เยอะแค่ราวๆ อย่างละสิบยี่สิบลัง รายการต่อไปก็เป็นเกลือไว้ใช้ถนอมอาหารและเอาไว้ฆ่าเชื้อ
เขาสอบถามกับเจ้าของร้านเรื่องการขนส่งถ้าซื้อเป็นของจำนวนเยอะ ๆ เพราะตอนนี้รถที่เขาเอามาคงจะขนกลับไปไม่หมดแน่ “ทางร้านมีบริการส่งสินค้าไหมครับ”
“ถ้าซื้อจำนวนเยอะ ๆ เรามีจัดบริการส่งถึงที่ค่ะ” เจ้าของร้านตอบ
“โอเคครับ งั้นเอาเกลือป่น ถุงเล็ก 300 แพคครับ แล้วก็กระสอบขนาดใหญ่นั่นราคาเท่าไหร่ครับ”
“เกลือป่นกระสอบใหญ่ 40 กิโลกรัม กระสอบละ 750 เหรียญค่ะคุณลูกค้า” พอได้ยินราคาของเกลือติงเหยียนถึงกับลอบถอนหายใจ แต่ละร้านขายแพงมากจริง ๆ
“งั้นเอา 30 กระสอบครับ ดอกเกลือธรรมชาติ 60 กิโลนะครับ แล้วก็เอาเกลือเม็ด 20 กระสอบครับ”
“ได้ค่ะ ต้องการรับสินค้าชนิดไหนเพิ่มไหมคะ”
“น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลืองอย่างละ 20 ลัง อ้อเอาน้ำมันรำข้าว 5 ลังด้วยครับ แล้วก็เอาน้ำตาลทรายกระสอบใหญ่ 3 กระสอบ”
คงจะพอแล้วล่ะนะ
ติงเหยียนกำลังคำนวณปริมาณของที่ซื้อจนหน้ามืดตาลาย คาดว่าคงจะพอให้เขาใช้ชีวิตอย่างสบายไปได้หลายปี แต่ถึงจะอยากได้มากกว่านี้แค่ไหนพื้นที่ ของบ้านเขาก็มีจำกัด แล้วไหนจะของที่สั่งทางออนไลน์อีกก็ไม่รู้ว่าจะเก็บยังไงหมดแล้ว แค่เกลือชนิดกับน้ำมันก็เกือบจะใช้พื้นหนึ่งห้องแล้ว การจัดวางสิ่งของซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จึงสำคัญ ถ้าจัดเรียงไม่ดี ก็กินพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ แค่คิดถึงว่าพอได้บ้านมาจะต้องจัดของทั้งหมดให้เข้าที่เขาก็ท้อแล้ว ทำไมนะ ทำไมเขาไม่มีมิติหรือพลังพิเศษแบบที่คนอื่น ๆ มีกันบ้าง ติงเหยียนได้แต่ตัดพ้อโชคชะตาอยู่ในใจ
“คุณลูกค้าจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ” พนักงานร้านค้าถามเมื่อเห็นลูกค้ารายใหญ่ของเธอเงียบไปนาน
“อ่ะ ไม่แล้วครับ คิดเงินเลย” ว่าแล้วก็ควักเงินออกมาจ่ายค่าของทั้งหมดที่สั่งไป เล่นเอาตัวเบาหวิวไปเลย
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนร้านของเรานะคะ จะรีบนำไปส่งให้ตามที่อยู่ค่ะ”
“ขอบคุณครับ” พูดจบติงเหยียนก็หมุนตัวเดินออกจากร้านไปทางลานจอดรถ เพื่อนำรถเข้ามาขนของที่สั่งไว้ตามร้านต่าง ๆ
หมดเวลาไปอีกหลายวัน เรื่องการซื้อบ้านก็ผ่านไปด้วยดี อาทิตย์นี้นอกจากของที่ต้องรับทางไปรษณีย์แล้ว เขาล้วนเอาเวลาไปดูบ้านที่กำลังต่อเติม ติงเหยียนยังติดกล้องวงจรปิดไว้รอบบริเวณบ้านอีกด้วย เสียเงินไม่ว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน ส่วนเงินเอามาจากไหนเยอะแยะเหรอ ก็บัตรเครดิตไง รูดปื้ด ๆ เลยล่ะ พอวันสิ้นโลกมาถึงก็ไม่มีใครมาตามทวงหนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว
