บทที่ 2 Kiss me
ย่านชินไซบาชิในคืนส่งท้ายปีเก่าคึกคักไปด้วยสีสัน ผู้คนแน่นขนัดขวักไขว่ราวกับทั้งโอซาก้าพากันออกมาฉลองคืนสุดท้ายของปี แต่ทว่าท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นนั้น กลับมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่มุมหนึ่งอย่างโดดเด่นด้วยท่วงท่าสงบนิ่งน่าเกรงขาม
ซาคุยะ ผู้นำแก๊งโทระจินอันทรงอิทธิพล ยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่มุมลับตาบริเวณชั้นล่างของบาร์หรูในครอบครองของเขา
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำเนี้ยบเงาวับภายใต้แสงไฟสลัว ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเข้มกวาดมองไปรอบๆ ด้วยแววตาเยียบเย็นจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาด้วย รอยสักรูปเสือดำพันเถาวัลย์ที่เลื้อยพาดอยู่บนลำคอแกร่งเป็นสัญลักษณ์ประจำแก๊งยากูซ่าของซาคุยะ ตระกูลที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้
ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเข้มกวาดมองความเป็นไปในร้านอย่างเรียบเฉย การเป็นหัวหน้าแก๊งโทระจินตั้งแต่อายุยังน้อยบังคับให้เขาแบกรับภาระอันหนักอึ้ง ทุกการตัดสินใจของเขาส่งผลต่อชีวิตลูกน้องนับร้อย เขาจึงพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว
ซาคุยะทอดสายตามองความเป็นไปในร้านอย่างเฉยชา การเป็นหัวหน้าแก๊งโทระจินทำให้เขาต้องแบกรับความรับผิดชอบมหาศาลตั้งแต่อายุยังน้อย
แน่นอนว่าเขาผ่านการทดสอบและบทพิสูจน์ตามวิถียากูซ่ามาทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นเพียงแค่ยืนเฉยๆ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกจากตัวเขาก็มากพอจะทำให้คนรอบข้างขนลุกเกรียว
แม้แก๊งโทระจินจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม แต่ซาคุยะกลับตั้งกฎเหล็กที่จะไม่หาเรื่องใครก่อนเพราะเจ้าตัวเกลียดความวุ่นวาย หรือจะเรียกว่าสายอินโทรเวิร์ตสุดๆ ก็ว่าได้ ถึงจะยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายอย่างยาเสพติดหรือค้าอาวุธเถื่อนแต่ก็ไม่ทำเอิกเกริกมากนัก เพื่อไม่ให้ตำรวจหาเพ่งเล็ง แค่พอหยอดๆ เป็นโชยุเบาๆ ให้ตำรวจมีอะไรทำ ซึ่งรายได้หลักของแก๊งมาจากทุกแหล่งที่ทำเงินได้ เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร และกิจการเงินกู้
ทั้งย่านชินไซบาชิล้วนอยู่ใต้ร่มเงาของโทระจิน ซาคุยะคนนี้!
เส้นทางยากูซ่านั้นเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย ศัตรูมากมาย แต่เกือบทุกครั้งเขาก็เลือกจะลงมือจัดการอย่างเด็ดขาดด้วยความรุนแรง เพราะหากมีสิ่งหนึ่งที่หัวหน้ายากูซ่าเกลียดที่สุด นั่นก็คือคนทรยศ!
“เรียบร้อยดีครับนาย” ทาคุ ลูกน้องมือขวารายงานพลางโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม
ซาคุยะพยักหน้ารับคำเบาๆ ก่อนจะแหวกฝูงชนที่ชั้นล่าง เดินขึ้นไปยังชั้นสองของบาร์ตามกิจวัตรที่เขาทำเป็นประจำทุกคืน ทว่าคืนนี้ไม่เหมือนคืนไหนๆ
เพราะเป็นคืนเทศกาล บาร์ของเขาแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าจนแทบทุกโต๊ะเต็ม บรรยากาศสนุกสนานและโกลาหลยิ่งกว่าคืนปกติหลายเท่า
บาร์แห่งนี้แบ่งออกเป็นสองโซนเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ฝั่งหนึ่งคือบาร์ทั่วไปสำหรับนั่งดื่มฟังเพลง อีกฝั่งคือโฮสต์คลับที่มีพนักงานหนุ่มหน้าตาดีคอยนั่งดื่มพูดคุยเอนเตอร์เทน ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าของโฮสต์คลับจะเป็นสุภาพสตรีที่มองหาความสนุกและการเอาใจใส่เป็นพิเศษจากหนุ่มๆ แน่นอนว่าทุกบริการของร้านอยู่ภายใต้การดูแลของแก๊งโทระจินอย่างเข้มงวด
ซาคุยะมีกฎเหล็กที่วางไว้อย่างชัดเจนว่าลูกค้าจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ตราบเท่าที่เด็กในสังกัดของเขายินยอม ถ้าใครหน้าไหนคิดบังคับหรือทำร้ายพนักงานของเขา นั่นย่อมเท่ากับเป็นการหยามหน้าเสือร้ายโดยตรง คนผู้นั้นจะไม่มีวันได้เดินออกจากบาร์นี้อย่างมีชีวิต!
กฎข้อนี้ทำเอาทั้งลูกค้าและพนักงานต่างก็พากันยำเกรงในตัวเจ้าของร้านอย่างที่สุด
เมื่อก้าวขึ้นมาถึงชั้นสองซึ่งเป็นโซนวีไอพีของฝั่งโฮสต์คลับ เสียงเพลงจังหวะเร็วและแสงไฟหลากสีจากชั้นล่างก็แผ่วเบาลง บริเวณนี้มีฉากกั้นระหว่างโต๊ะเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้า บรรยากาศยามค่ำคืนที่เย้ายวนชวนฝันทำให้นายใหญ่แห่งโทระจินรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
สายตาคมเพ่งพิจารณาไปตามโต๊ะต่างๆ เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยและดูการทำงานของเด็กๆ ในสังกัด คืนนี้เขาจดจำไว้ทุกคนว่าใครทำผลงานได้ดีหรือแย่ เพราะหลังปีใหม่จะมีโบนัสพิเศษมอบให้ตามผลงานที่เห็น
ที่โต๊ะมุมห้อง ซาคุยะสังเกตเห็นหญิงสาวสองคนกำลังหัวเราะคิกคักอยู่กับโฮสต์หนุ่มที่นั่งประกบข้างๆ คนหนึ่งถึงกับคล้องแขนโฮสต์หนุ่มไว้แนบแน่น เอนศีรษะซบไหล่เขาอย่างสนิทสนม
ไม่ไกลกันมีชายหนุ่มที่มีสีผมเด่นชัด ใบหน้าเขาแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังโอบเอวเด็กหนุ่มของคลับรายหนึ่งไว้แน่น แถมยังชมไม่หยุดปากว่าอีกฝ่ายหล่อเหลาแค่ไหน
ซาคุยะมองใบหน้านั้นนิ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกถูกใจกับใบหน้าหวานน่ารักที่ตรงข้ามกับมัดกล้ามที่แทบโผล่ทะลุเสื้อผ้าออกมาให้เห็น
ทว่ายังมีบางโต๊ะที่บรรยากาศดุเดือดยิ่งกว่านั้นจนผู้สังเกตการณ์อย่างเด็กเสิร์ฟของร้านยังอดรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำตามไม่ได้
ขยับไปอีกหน่อย ข้างเสาใหญ่กลางห้องมีสาวสวยหุ่นเพรียวในเดรสรัดรูปสั้นเต่อกำลังนัวเนียอยู่กับโฮสต์หนุ่มรูปหล่อ หล่อนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนตักอีกฝ่าย คอเสื้อเชิ้ตของโฮสต์หนุ่มถูกปลดกระดุมออกถึงสามสี่เม็ด เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนที่มีรอยเล็บจางๆ ขีดข่วนอยู่ ขาเรียวของลูกค้าสาวพาดก่ายบนตักชายหนุ่มอย่างไม่อายสายตาใคร
สองคนนั้นแลกลิ้นจูบกันอย่างดูดดื่ม ประหนึ่งว่ามีกันแค่สองต่อสองในห้องส่วนตัว ไม่นานชายหนุ่มก็เริ่มซุกไซ้ที่ซอกคอหญิงสาว ขณะที่มือไม้ของทั้งคู่ก็เริ่มซุกซนล้วงลึกกันใต้โต๊ะ จนซาคุยะอดนึกขันในใจไม่ได้
ทั้งคู่ช่างเร่าร้อนเสียจนเขาสงสัยว่าคืนนี้คงต้องเรียกเด็กใหม่มาเสริมทัพบริการซะแล้วมั้ง
คนตัวโตลอบคิดพลางเบือนหน้าหนีไม่ใช่เพราะให้เกียรติ แต่เขารู้สึกขยะแขยงจนทนมองไม่ไหว ขณะกำลังเดินไปให้พ้นจากตรงนั้น
“เวรเอ๊ย…” ซาคุยะสบถเบาๆ กับตัวเองเมื่อรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
เขาคิดพลางคลายเนคไทตัวเองให้หลวมลง พยายามระงับอารมณ์ฉุนเฉียวที่ก่อตัวขึ้น เขาตั้งใจจะเดินตรวจตราอีกหน่อย ก่อนจะกลับลงไปสงบสติอารมณ์ที่ชั้นล่างตามลำพังเหมือนทุกครั้ง
แต่จังหวะที่เขากำลังจะหมุนตัวนั้นเอง…
โครม!
ทันใดนั้น ร่างของใครบางคนก็พุ่งชนเข้าที่แผ่นหลังกว้างของซาคุยะเต็มแรง รวดเร็วจนแม้แต่เขาก็ตั้งตัวแทบไม่ทัน แรงปะทะส่งผลให้ร่างสูงใหญ่เซไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
สัญชาตญาณนักสู้ฉับพลันทำงาน ซาคุยะง้างแขนขึ้นหมายจะเล่นงานคนที่กล้าพุ่งเข้ามา แต่กลับต้องชะงักเมื่อพบว่าคนคนนั้นกลับเกาะหนึบร่างเขาแน่นราวกับปลาหมึก
ซึ่งไม่ใช่การจู่โจมแบบที่คิดไว้เลย!
“เฮ้ย! อะไรวะ” ซาคุยะตวาดถามเป็นภาษาญี่ปุ่นพลางพยายามแกะมืออีกฝ่ายออกจากตัว แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากชายแปลกหน้าที่เอาแต่กอดเขาแน่นไม่ปล่อย
ร่างของอีกฝ่ายเซไปเซมาโงนเงนเหมือนคนไร้สติ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งออกมาจากตัวจนรู้ว่าเมาหนัก ซาคุยะเหลือบมองใบหน้าอีกฝ่ายแต่ในความสลัวและระยะใกล้ชิดเกินไปทำให้มองเห็นไม่ถนัด รู้แค่ว่าอีกคนตัวเล็กกว่าเขามาก และน่าจะเป็นชาวต่างชาติ เพราะต่อให้เขาพูดญี่ปุ่นใส่เท่าไรก็ไร้การตอบสนอง
ซาคุยะขมวดคิ้ว เตรียมจะหันไปเรียกลูกน้องให้มาช่วยจัดการแขกขี้เมา แต่ยังไม่ทันจะได้ส่งสัญญาณอะไร
จู่ๆ ชายแปลกหน้าก็คว้าหมับเข้าที่กรามของซาคุยะ ใช้แรงทั้งหมดที่มีบังคับให้เขาหันกลับมาเผชิญหน้าเต็มๆ
ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของอีกฝ่ายจะประกบลงมาบนริมฝีปากเขาอย่างจาบจ้วง ดวงตาของซาคุยะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง!
ไอ้นี่มันบ้าหรือไง! กล้าดึงคนอย่างเขาไปจูบเนี่ยนะ?!
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับซาคุยะมาก่อน คนเมาคนนี้ไม่รู้จริงๆ สินะว่าตัวเองกำลังยุ่งกับใครอยู่ แถมจูบยังรุนแรงเสียจนหลังของเขากระแทกกับผนังโถงทางเดิน แต่แล้วความตกตะลึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นในอก
แต่ไม่รู้ทำไม...
ริมฝีปากอุ่นที่บดเบียดลงมา แม้จะขาดความนุ่มนวล ทว่ายังปลุกเร้าไฟปรารถนาในกายของยากูซ่าหนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อ
“อืมม…” ซาคุยะครางต่ำในลำคอ
สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวพลันถูกปลุกขึ้นมา ยากูซ่าอย่างเขาไม่มีทางยอมให้ใครมาลบเหลี่ยม ซาคุยะตอบสนองจูบเร่าร้อนนั้นกลับไปอย่างดุดันไม่แพ้กัน มือใหญ่ที่เดิมตั้งใจจะผลักไสเปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมารัดเอวบาง ดึงร่างของอีกฝ่ายเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง
ชายแปลกหน้าที่เมาแอ๋ในอ้อมแขนช่างอาจหาญเกินคาด ไม่คิดเลยว่าจะมีใครกล้าล่วงล้ำเขาถึงเพียงนี้ ที่สำคัญคือฝีมือจูบของหมอนี่ร้ายกาจจนน่าตกใจ แรงที่ใช้ล็อกคอเขาไว้ก็มิใช่น้อยๆ ลิ้นร้อนชื้นของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาพัวพันอย่างเงอะงะ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ปะทุจนแทบเอ่อล้น ซาคุยะได้ลิ้มรสหวานปนขมของสุราที่อีกคนดื่มเข้าไปจนเมามาย
ซาคุยะไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ ปกติเขาขึ้นชื่อว่าเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ไม่เคยเผลอตามอารมณ์ไปง่ายๆ แต่ตอนนี้ความใคร่และสัญชาตญาณดิบเถื่อนกลับถูกปลุกขึ้น ราวกับเสือร้ายถูกท้าทายอำนาจ
กลางโถงวีไอพีชั้นสองของบาร์หรูในโอซาก้า ทุกสายตาที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าล้วนช็อกค้าง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟหรือเด็กนั่งดริ๊งค์ต่างก็พากันตะลึงงัน ทุกคนรู้ดีว่าชายผมดำร่างสูงใหญ่ที่กำลังจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มกับแขกหนุ่มเมาคนนั้นคือใคร
ซาคุยะ โทระจิน เจ้าพ่อแก๊งยากูซ่าเจ้าของร้านนั่นเอง!
แต่ดูเหมือนตัวต้นเหตุทั้งสองคนจะไม่สนใจโลกภายนอกอีกต่อไปแล้ว มีเพียงทีมบอดี้การ์ดคนสนิทของซาคุยะที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ไม่ไกล พวกเขาไปไม่เป็นกันเลยเมื่อเห็นเจ้านายผู้เย็นชาของตนโอบกอดจูบแขกหนุ่มอย่างเผ็ดร้อนต่อหน้าต่อตา
ซาคุยะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคืนส่งท้ายปีเก่าของเขาจะพลิกผันมาเจอเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้ แต่ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เจ้าพ่อหนุ่มสนใจมีเพียงร่างหนาอกกว้างในอ้อมแขน และจูบร้อนแรงที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
มือหนาเตรียมจะผลักร่างบางออกให้ห่าง เมื่อสติกลับมาแล้วนึกได้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในห้องส่วนตัว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำดังใจคิด ร่างที่เบียดชิดอยู่กลับพึมพำเสียงยานคางอย่างคนเมาข้างริมฝีปากเขา
“อื้อ~ หยุดดิ้นได้มั้ยพี่ ขอจูบหน่อยเดียวเอง อย่าหวงหน่า”
เสียงภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหู ฟังดูขี้เล่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่ายทำเอาซาคุยะชะงักงัน ความโมโหในอกพลันแปรเปลี่ยนเป็นความฉงนระคนขัน
“หน่อยเดียว? แหกตาดูสิว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน” ซาคุยะคำรามต่ำในลำคอ กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นอย่างพยายามข่มอารมณ์
“ม่ายรู้ ม่ายแคร์ด้วย ตัวหอมฉิบแถมจูบเก่งชะมัด ชอบอ่า~” คนเมาตอบกลับลิ้นพันกันเล็กน้อย แต่ความยียวนไม่ลดลงสักนิด
“ทำรู้ดี ยังไม่ทันได้ใช้ลิ้นโต้ตอบเลย ไอ้เด็กบ้า” ซาคุยะหรี่ตาลง คำรามเสียงเข้มอยู่ลึกๆ ในลำคอ
“รออะไรล่าาา? ใจสั่นอ๋อ?” อีกฝ่ายพูดท้าทายในภาษากลางที่ทั้งสองพอจะสื่อสารกันได้ พลางยกแขนคล้องคอซาคุยะไว้แน่นกว่าเดิม ริมฝีปากยกยิ้มเป็นเชิงยั่วเย้าอย่างกวนประสาท
“รู้ไหมฉันเป็นใคร”
“ลุงขายโอเด้ง” เสียงคนเมาตอบอย่างไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะสื่อ
กล้าบอกว่ายากูซ่าคือลุงขายโอเด้ง มันน่าจับไปแขวนดาดฟ้าซะจริง ซาคุยะถอนหายใจหนักหน่วงอย่างหมดคำจะพูด ปนขันกับความกล้าบ้าบิ่นไร้ขีดจำกัดของอีกฝ่ายจริงๆ
“ชื่ออะไรไอ้เด็กน้อย” เขาเอ่ยถามพลางพินิจใบหน้าใกล้ๆ อีกครั้ง ดูจากหน้าตาอ่อนวัย คาดว่าอีกฝ่ายคงอายุน้อยกว่าเขาพอสมควร
“รุท… เรียกรุทก็พอ ทำไมตัวห๊อมหอมแต่ร้อนจัง”ชายหนุ่มแนะนำตัวพลางหัวเราะคิกอย่างไม่ทุกข์ร้อน ยังคงซุกไซ้ปลายจมูกที่ร้อนผ่าวเพราะฤทธิ์สุราลงกับซอกคอของซาคุยะตามอำเภอใจ
“เพราะนายไง ไอ้เด็กแสบ” ซาคุยะกัดฟันกรอด ยังคงตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษกับคนเมาด้วยความอดกลั้นเต็มที่ ดวงตาคมเริ่มฉายประกายอันตรายวาบวับ เขาสบโอกาสคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างของอีกฝ่ายตรึงไว้แน่น เพื่อหยุดการซุกซนที่ล่วงเกินเกินขอบเขต
“เด็ก? หนายเด็ก~”
“หยุด ถ้ายังอยากรอดกลับออกไปเป็นๆ ก็หยุดซะ” ซาคุยะกดเสียงต่ำ เอ่ยเตือนชัดถ้อยชัดคำ เมื่อรู้สึกถึงมือที่ซุกซนของอีกฝ่ายกำลังล่วงล้ำเกินขอบเขต
“ขู่? ม่ายกลัว~” รุทยังย้อนอย่างไม่สะทกสะท้าน เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาด้วยแววท้าทายเต็มที่
“อย่าลองดี” ซาคุยะกดเสียงต่ำ แต่ลึกๆ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นนัยน์ตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวของอีกฝ่ายที่ไม่มีแววจะหวาดกลัวเลย
“อย่ามาปากแข็งจิ ยืนแข็งขนาดนี้แสดงว่าอยากเหมือนกันล่าสิ~” รุทพูดยั่วอย่างไม่สะทกสะท้าน มือไม้อยู่ไม่สุขเลื้อยพันไปตามตัวอีกฝ่ายที่พยายามประคองร่างเขา
“ถ้าไม่เห็นว่าเมาอยู่ จะตื้บให้เละ” ซาคุยะตวัดเสียงดุ ใบหน้าคมส่อแววหงุดหงิดกับถ้อยคำสองแง่สองง่ามของอีกฝ่าย รู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่สูบฉีดแรงด้วยโทสะและอย่างอื่นปะปนกัน
รุทยิ้มเจ้าเล่ห์ มือไม้ไม่หยุดนิ่ง เลื้อยลูบไปตามแผงอกและหน้าท้องของชายหนุ่มตรงหน้า แม้ซาคุยะจะพยายามยื้อจับมือเขาไว้ ก็เหมือนยิ่งยั่วให้เด็กแสบนี่ย่ามใจ
“แต่ตอนนี้เมา~ ก็ช่วยม่ายด้ายช่ายปะ? อึก"
“เด็กบ้าเอ๊ย” ซาคุยะสบถเบาๆ
ความอดทนขาดผึงในที่สุด มือใหญ่รวบร่างอีกฝ่ายเข้ามาแนบชิดแทบจะหลอมเป็นเนื้อเดียว ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้าไปกวาดชิมทุกซอกมุมโพรงปากอย่างดุดันเอาเรื่อง
รุทส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ มือเล็กจิกกำเสื้อเชิ้ตของซาคุยะแน่น ขณะที่ชายหนุ่มร่างโตบดขยี้จูบอย่างร้อนแรงเร่าร้อนจนร่างบางแทบละลายคาอ้อมแขน
พอผละออกจากกันได้เล็กน้อย ซาคุยะมองใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำปรือของรุทแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ
“ยังจะปากดีอยู่อีกไหม?”
“แค่นี้... กาจอก (กระจอก)" รุทสวนกลับเสียงแผ่ว
ดวงตาวาววับอย่างคนเมาที่ดื้อดึงไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจเขาจะเต้นโครมครามแทบทะลุออกมานอกอก ซาคุยะยกมุมปากยิ้มเหี้ยม ก่อนจะโน้มใบหน้าไปกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูอีกฝ่าย
“งั้นคืนนี้นายต้องรับผิดชอบที่ปลุกเสือให้ตื่นขนาดนี้… คอยดูเด็กเวรแถวนี้ร้องไม่ออกแน่”
รุทเงยหน้าสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่ในใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมาจากอก
“เค้าเป็นกวางน้อย~ อยากถูกเสือขย้ำ ง่าว~!”
ซาคุยะหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างพึงใจ แววตาวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนา ก่อนจะกระชากแขนคนตัวสูงใหญ่ตามเขาไปทางห้องวีไอพีด้านหลังทันที แม้รูปร่างของอีกฝ่ายจะไม่ใช่สเป็คที่เขาชอบนัก แต่ในเมื่อมีเหยื่อเป็นๆ มาเสิร์ฟตรงหน้า...
มีหรือที่เสือร้ายอย่างเขาจะคิดปฏิเสธ!
