บทที่ 4 ไม่รู้ทำอีท่าไหน เสร็จเก้งเฉย 2/2
“จะ จะทำอะไร...”
ซาคุยะตั้งใจจะร้องถามว่าไอ้เด็กนี่คิดจะทำบ้าอะไร แต่แล้วเขาก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อปลายนิ้วของรุทกดแทรกพรวดเข้าไปในช่องทางคับแคบนั้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความเจ็บแปลบแล่นปราดจนเขาสะดุ้งโหยง ทว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างกลับอ่อนยวบ หมดแรงต่อต้าน
“ใจเย็นน่า เดี๋ยวก็สบายเอง” รุทปลอบเสียงเบาอย่างช่ำชอง นิ้วร้อนที่สอดค้างอยู่ข้างในเริ่มขยับหมุนคว้านภายในอย่างเชื่องช้า ชวนให้รู้สึกแปลกใหม่ ซาคุยะนิ่วหน้า พลันเผลอจิกปลายนิ้วลงบนไหล่รุทเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มนิ้วเข้าไปเป็นสองนิ้ว
ความคับแน่นภายในทำให้ซาคุยะครางฮือในลำคอ สองแขนแข็งแรงที่ปกติเคยยกฟาดดาบหรือยิงปืนได้อย่างไม่สะทกสะท้าน บัดนี้กลับจิกกำผ้าปูเตียงจนยับย่น เพื่อระบายความเจ็บเสียวที่ยากจะพรรณนา
“เจ็บ... ให้ตายสิ... อือ...” เสียงสบถปนลมหายใจหอบของยากูซ่าหนุ่มเล็ดลอดออกมา เมื่อรุทชักนิ้วเข้าออกอย่างหนักหน่วง ขยายช่องทางคับแคบให้พร้อมรับสิ่งที่จะตามมา
“ข้างในคุณอุ่นชะมัด”
“อึก... อื้อ...” ซาคุยะขบเม้มริมฝีปากจนได้เลือด พยายามสะกดกลั้นเสียงน่าอายที่เจ้าพ่อยากูซ่าหนุ่มไม่มีทางยอมเปล่งออกมา โดยเฉพาะเมื่อถูกเล่นงานผ่านช่องทางด้านหลังเช่นนี้
“ตอดนิ้วผมแน่นเชียว”
“อ่ะ... อ๊ะ!” ซาคุยะผวาเฮือก เมื่อจู่ๆ ความเจ็บปวดก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านวูบวาบ เมื่อนิ้วของรุทกระแทกโดนจุดกระสันภายในเข้าอย่างจัง แผงอกกว้างสะท้านเฮือก พร้อมเสียงครางต่ำที่เริ่มเปลี่ยนโทนไป
จะให้บอกว่าเขาเสียวเพราะโดนแยงก้นงั้นหรือ?! ไม่มีทาง!
“ฮ่า... ตรงนั้น... ซี๊ด... ตรงนั้นแหละ!” ซาคุยะไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะเผลอร้องขอออกมาอย่างไม่รู้จักอาย ราวกับติดอกติดใจความเสียวซ่านที่ได้รับเข้าเสียแล้ว
รุทยิ้มอย่างพึงใจเมื่อได้ยินดังนั้น เขาถอนนิ้วออก แล้วแทนที่ด้วยแก่นกายร้อนผ่าวขนาดใหญ่ของตัวเอง จ่อเข้าที่ปากทางอุ่นชื้นตรงหน้า ซาคุยะเบิกตากว้าง พยายามเพ่งสายตาพร่ามัวมองร่างอีกฝ่ายที่กำลังจะ...
“โอ๊ย!!” ซาคุยะหวีดร้องลั่น
เมื่อแก่นกายร้อนผ่าวถูกรุกดันลึกเข้ามาในกายเขาอย่างช้าๆ ความคับแน่นและขนาดที่ไม่เคยรองรับมาก่อนทำเอาเขาจุกแน่นแทบขาดใจ ชายหนุ่มเผลายกมือดันอกอีกฝ่ายออกไปตามสัญชาตญาณ
“อึก... อย่าเกร็งสิ” รุทกัดฟันกรอด ความร้อนผ่าวและแรงตอดรัดจากช่องทางคับแคบนั่นทำเอาเขาแทบคลุ้มคลั่ง
"อืมมม!!!"
“ยังเข้าไปไม่สุดเลย… ซี๊ด…” เขาสูดปาก เมื่อภายในร่างของซาคุยะบีบรัดแก่นกายเขาเป็นจังหวะ
รุทลูบไล้สะโพกสอบของอีกฝ่ายเบาๆ คล้ายปลอบโยน นัยน์ตาฉ่ำปรือจ้องลึกเข้าดวงตาคมกริบของคนใต้ร่าง ราวกับจะสะกดให้อีกฝ่ายยอมจำนน ซาคุยะหอบกระเส่า พยายามฮึดยกตัวขึ้นหมายพลิกกลับอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ผลักอีกฝ่ายออก รุทก็ฉวยโอกาสนั้นกระแทกสะโพกสวนเข้าไปจนมิดด้าม!
“อ๊าาา!!” เสียงร้องลั่นหลุดจากปากซาคุยะอย่างลืมอาย ชายหนุ่มที่เคยเอาแต่ตะโกนด่า ตอนนี้กลับร้องครวญราวกับจะขาดใจ
ความเจ็บปวดแล่นพล่านในช่องทางด้านหลังจนสติทุกอย่างพล่าเบลอ เขารู้สึกเหมือนร่างจะแหลกสลายไปกับเตียง ร่างสูงใหญ่สั่นระริกอยู่ใต้ร่างเล็ก ใบหน้าคมเหยเก บนขมับและแผงอกพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“ออก… เอาออกไป… อึก” เสียงแหบพร่าของซาคุยะเปล่งออกมาแผ่วเบาแทบเป็นกระซิบ คำสั่งที่เจ้าตัวพยายามฝืนพูด ทั้งที่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด แต่คนข้างบนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ซ้ำร้ายยังเริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ อย่างดื้อดึง
“อืม… โคตรแน่น” รุทเองก็ทั้งจุกทั้งเสียวแทบขาดใจไม่ต่างกัน แต่ความคับตึงและแรงตอดรัดนั้นกลับยิ่งเพิ่มพูนไฟปรารถนาให้เขา
“จะ.. จะทำ… อ๊ะ!” ซาคุยะพยายามจะเอ่ยปากห้ามหรือด่าอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว
เมื่อรุทเริ่มกระหน่ำสะโพกเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บแสบแล่นปราดจากเบื้องล่าง ทว่าภายใต้ความเจ็บนั้นกลับแฝงประกายเสียววูบวาบบางอย่างที่ทำให้ร่างกายเขาสั่นสะท้านตามไปด้วย และยิ่งทุกครั้งที่แก่นกายของรุทกระแทกลึกเข้ามาชนโดนจุดกระสันภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซาคุยะก็ยิ่งเผลอปล่อยเสียงครางออกมาตามสัญชาตญาณกับความเสียวซ่านที่เกินจะต้านทานไหว
“โอ… แบบนั้น… อ๊ะ… แรงอีก! ตรงนั้นแหละ… ซี๊ดดด!!” ถ้อยคำที่หลุดจากปากซาคุยะช่างสวนทางกับสติสัมปชัญญะที่ยังเหลืออยู่อย่างน่าอาย เขาคิดอยากจะผลักไอ้เด็กบ้านี่ลงไปกองกับพื้นแล้วหนีเอาตัวรอดไปเสียด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขากลับวิงวอนให้รุทอย่าหยุด
พอได้ยินเสียงครางกระเส่าและคำร้องขอจากคนใต้ร่าง รุทก็ยิ่งได้ใจ เขากระแทกสะโพกใส่หนักหน่วงขึ้นทุกขณะ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ แข่งกับเสียงครางต่ำลึกของยากูซ่าหนุ่มที่ตอนนี้สติขาดสะบั้นไปแล้ว เขารู้เพียงว่าคลื่นแห่งความเสียวสุขมหาศาลกำลังโหมกระหน่ำเข้าใส่จนหัวหมุน
“อ๊ะ… อ๊ะ… อ๊าาา!” ซาคุยะจิกเล็บลงบนแขนเปลือยของรุท เมื่อแรงอารมณ์พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด เขาคำรามลั่นพร้อมกับความอุ่นวาบที่พุ่งกระฉูดออกมา เปรอะเปื้อนหน้าท้องและแผงอกของตัวเอง
รุทรู้สึกถึงแรงตอดรัดถี่ยิบจากภายในเมื่อซาคุยะปลดปล่อยออกมา เขาสบถเสียงแหบพลางกระแทกส่งท้ายอีกไม่กี่ที ก่อนจะปลดปล่อยหยาดรักร้อนผ่าวเข้าไปลึกจนซาคุยะรู้สึกจุกแน่นไปทั้งท้องน้อย
สองร่างทรุดฮวบลงบนเตียง นอนหอบหายใจหนักหน่วงประหนึ่งเพิ่งฝ่าฟันสมรภูมิรบมาหมาดๆ ซาคุยะนอนมองเพดานห้องอย่างเหม่อลอย พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับคืนมา
นี่เขาเพิ่งมีอะไรกับผู้ชาย... ในฐานะฝ่ายรับ... แถมยังเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง!
ความคิดนั้นหมุนวนอยู่ในหัว ทว่าเขากลับไม่รู้สึกขยะแขยงหรืออับอายตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกเอ่อท้นอยู่ในอก
“แฮ่ก… สุดยอด…” เสียงครางแหบพร่าของรุทดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างตัวใหญ่ยกแขนปาดเหงื่อบนหน้าผากตัวเอง พลางหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างเหนื่อยหอบ “โอย… โคตรมันส์… คุณนี่อย่างกับ… อื๋อ?”
รุทยังพูดไม่ทันจบ เสียงก็ขาดหายไป เมื่อจู่ๆ ซาคุยะพลิกร่างเขาให้นอนหงายแล้วขึ้นคร่อมแทน มือหนาบีบแก้มรุทให้เชิดหน้าขึ้นสบตาอย่างดุดัน
“คิดว่าจะเอาฉันได้ฝ่ายเดียวเหรอ ฝันไปได้เลย” ซาคุยะโน้มหน้ากระซิบถามเสียงเย็นเยียบชิดริมฝีปากอีกฝ่าย
สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจสภาพของรุทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตของเจ้าตัวขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ช่วงเอวและตามเนื้อตัวปรากฏเป็นรอยจ้ำ แผ่นท้องมีรอยนิ้วมือกดจางๆ ส่วนเรียวขาก็ถูกจับแยกนานจนสั่นระริกด้วยความเมื่อยล้า
“ไอ้เด็กเวร…” ซาคุยะเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ประหนึ่งจะฆ่าคนได้ รุทยิ้มแหยพลางยกมือสองข้างขึ้นทำท่ายอมแพ้
ก่อนจะ...
“ขอโทษด้วยแต่ผมยังไม่อิ่ม”
เขาพลิกตัวกลับขึ้นทับโน้มตัวขึ้นจุมพิตเบาๆ ตรงมุมปากของซาคุยะที่เผยอโดยไม่ทันรู้ตัว แล้วกระซิบที่ข้างใบหู
“ส่วนเสื้อที่ขาดไป… เดี๋ยวผมซื้อคืนให้ใหม่ยกเซ็ต เอาแบบฟิตพอดีตัว ใส่แล้วผมจะได้อยากฉีกอีก”
ซาคุยะสะบัดสายตาขวับ ฟาดใส่อกรุทไปเต็มแรงทีหนึ่ง แต่ด้วยสภาพหมดแรงจึงไม่ต่างจากแค่ตบให้พอแสบ
“พูดมากนักนะ… อื้อ…” เสียงทุ้มสบถขาดช่วงเมื่ออยู่ๆ รุทก็ขยับสะโพกเข้าแนบชิด ดันแก่นกายของตัวเองฝังลึกเข้าไปอีกครั้งจนร่างสูงสะท้านเฮือก รุทหัวเราะในลำคอ
“เห็นไหมล่ะ… ข้างในคุณยังไม่อยากให้หยุดจริงๆ ด้วย” สิ้นคำเขาก็ถอนสะโพกออกมานิดหนึ่ง แล้วสวนกลับเข้าไปใหม่อย่างเนิบช้า ราวกับจะจดจำทุกมิลลิเมตรของความแน่นอุ่นนั้นไว้
“อื้อออ~ แม่งเอ๊ย...” ซาคุยะกัดฟันกรอด มือคว้าหมอนข้างใบโตมายัดใส่หน้าตัวเองแน่น เพื่อกลั้นเสียงน่าอายไม่ให้เล็ดลอดออกมา แต่ก็ไม่ทันอยู่ดี
“ซี๊ดดด!” รุทครางกระเส่าอยู่ชิดข้างหูของอีกฝ่าย ในจังหวะที่กระแทกสะโพกเน้นหนักเข้าไปหนึ่งที
“อ่าห์… ไอ้เด็ก…!” ซาคุยะสบถเสียงแหบ สะโพกที่พยายามผละหนีสั่นระริก รุทยิ้มกริ่มอย่างผู้มีชัย
“มีคนติดใจนะเนี่ย”
รุทช้อนเรียวขาของซาคุยะขึ้นพาดบ่า รั้งสะโพกอีกฝ่ายให้ยกขึ้นรับแรงกระแทกระลอกใหม่
“คืนนี้ยังอีกยาวไกล อย่าคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณได้นอนง่ายๆ”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนไปทั่วห้อง สลับกับเสียงครางพร่าและคำสบถแผ่วเบาที่ฟังแล้วกลับยิ่งกระตุ้นไฟราคะของทั้งคู่ให้ลุกโชน
แค่บนเตียงยังไม่พอ โซฟาก็โดนลากมาใช้ ผนังห้องยังกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยว รุทจิกสะโพกสอบไว้แน่นไม่ให้คนใต้ร่างหลบหนีไปได้ ขณะที่ซาคุยะก็เผลอกัดไหล่รุทด้วยความทั้งหมั่นไส้และเสียวซ่านเกินจะควบคุม
“ไอ้เลวนี่! อั่ก!” ซาคุยะกัดฟันด่าเสียงสั่น แต่กลับต้องร้องเสียงหลงเมื่อโดนสวนเข้าอย่างจังอีกครั้ง
“ครับๆ เลวก็เลว แต่ขออีกรอบนะ” รุทยังคงไม่หยุด และไม่มีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ด้วย
รุทเองก็ไม่แน่ใจว่าคืนนั้นพวกเขาทำกันไปกี่รอบ รู้แค่ว่าทุกครั้งที่ซาคุยะครางออกมา ร่างของรุทก็ยิ่งเร่าร้อนระอุจนห้ามไม่อยู่ และทุกครั้งที่อีกฝ่ายสบถด่า รุทยิ่งอยากจงใจแกล้งให้ซาคุยะส่งเสียงดังกว่านั้นอีก
ซาคุยะเคยเปรียบเสมือนภูผานิ่งสงบ แต่คืนนี้เขากลับกลายเป็นทะเลคลั่งที่โหมซัดไม่หยุด ขณะที่รุทก็ไม่ต่างจากพายุบ้าคลั่งที่พัดปั่นป่วนทุกสรรพสิ่งตลอดทั้งคืน
เสียงครวญครางแห่งความสุขสมดังกึกก้องไปทั่วห้อง สองร่างร้อนเร่าหลอมรวมกันแทบทุกตารางนิ้วของห้อง ไม่ว่าจะบนเตียง โซฟา ผนัง หรือแม้กระทั่งบนพรมพื้นห้อง
ซาคุยะแทบจำไม่ได้แล้วว่าคืนนั้นพวกเขามีอะไรกันไปกี่ครั้ง รู้เพียงว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาคิดว่าตัวเองคงหมดแรงแล้ว ไอ้หนุ่มต่างชาติคนนี้ก็สามารถจุดไฟสวาทให้เขาเสียวซ่านจนขาแทบทรุดได้อีกครั้งทุกที ราวกับว่ารุทไม่มีวันหมดพลังลงง่ายๆ
จนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของปีใหม่สาดส่องลอดม่านเข้ามาในห้อง สองร่างเปลือยเปล่าถึงได้สงบลง นอนเคียงข้างกันบนเตียงกว้าง ซาคุยะพลิกกายมองคนข้างตัวที่หลับสนิทเพราะความอ่อนล้า มุมปากเขาอดจะยิ้มบางๆ ออกมาไม่ได้อย่างนึกขัน
“แปลกชะมัด” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในความเงียบ
ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกสุดขั้วทั้งร่างกายและจิตใจได้เท่านี้มาก่อน ทั้งที่เขาเคยเป็นฝ่ายสั่งสอนคนอื่นเสมอมา แต่กลับต้องมาเสียท่าให้ไอ้หนุ่มแว่นท่าทางกระจอกคนนี้
ซาคุยะไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรืออาย แต่สิ่งนึงที่สัมผัสได้จางๆ ในความเวิ้งว้างเย็นชาของหัวใจที่ด้านชามานาน กลับรู้สึกเหมือนมีเปลวไฟเล็กๆ ถูกจุดขึ้นมาอย่างช้าๆ
