บทที่ 13 พนักงานใหม่
นิศาชลเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อแสงแดดที่สาดส่องทะลุรอยแยกของผ้าม่านแยงตา จนเธอนึกรำคาญ แต่เพียงครู่เดียว นิศาชลก็ต้องตกใจตื่นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าทำไมแสงแดดถึงได้จ้านัก หญิงสาวสำรวจตัวเองแล้วก็เกิดอาการหน้าแดงขึ้นมาเสียดื้อๆ
'เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่ บ้าไปแล้วนังนิ' นิศาชลได้แต่บ่นให้ตัวเองในใจ แต่ก็ไม่ลืมที่จะชำเลืองไปมองพื้นที่ของเตียงข้างเธอ เมื่อไม่เห็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเสียอาการ นิศาชลจึงได้แอบโล่งใจขึ้นมาบ้าง เธอจึงรีบเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ แต่เมื่อถึงหน้าประตูห้องน้ำ นิศาชลก็เกิดอาการประหม่าขึ้นเสียอีกครา เมื่อพาลคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ครั้งนี้เธอจึงได้ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปก่อนพลางสำรวจในห้องน้ำว่าจะปลอดภัยแน่ใช่ไหม
นิศาชลลงมาที่ห้องอาหารเมื่อเวลาเที่ยงวัน แต่เธอก็ต้องแปลกใจที่วันนี้มีอาหารจัดสำรับไว้เพียงสองที่เท่านั้น ทีแรกเธอยังนึกว่าคนที่จะอยู่กินข้าวเที่ยงกับเธอก็คือเพลิงกัลป์ แต่เมื่อเสียงทักทายที่ดังมาจากประตูห้อง ทำให้นิศาชลหันไปมองตามเสียง
"เธอไม่ได้ออกไปกับพี่เพลิงหรือ" เสียงรุจิรา น้องสาวบุญธรรมของเขานั่นเอง นิศาชลมองเห็นสายตาของเธอที่ดูเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าอึดอัดไปเสียทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่อะไรก็ไม่ร้ายไปกว่ามือของที่ นิศาชลนึกขยาดเจ้าตัวสีดำตัวยาว ที่พันอยู่รอบแขนของรุจิรา และในบางครั้งน้องสาวของเขาก็เอาเจ้างูตัวนั้นขึ้นมาหอม ราวกับมันเป็นลูกสุนัขตัวน้อย นิศาชลแอบมองใบหน้าเจ้าตัวสีดำ แม้ใบหน้ามันจะดูไม่ดุร้ายสักเท่าไหร่ แต่มันก็ชวนให้เธอขนลุกอยู่ไม่น้อย
"พี่เพลิงบอกเธอไว้หรือเปล่าว่าจะกลับตอนไหน" เสียงรุจิราที่เอ่ยถามอีกครั้ง เรียกสตินิศาชลให้กลับมา เพราะเธอมัวแต่เหม่อมองเจ้าตัวยาวนั้นอย่างไม่วางตา
"อ๋อ... เอ่อ.. ไม่ได้บอกไว้" นิศาชลตอบเพียงเท่านั้น เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเขาไปไหน แล้วจะกลับเมื่อไหร่
นิศาชลนั่งลงที่โต๊ะอาหาร เธอมองจานอาหารตรงหน้าก็นึกโชคดี ที่วันนี้แม่บ้านทำอาหารจานเดียวให้ คงจะเห็นว่าที่บ้านเหลือกันแค่นี้ เพราะถ้าเป็นอาหารที่ต้องตักร่วมกัน เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ร่วมโต๊ะกับเจ้าของงูสีดำตัวนั้นได้หรือไม่ แต่ถึงกระนั้น ยามที่เธอตักอาหารใส่ปาก นิศาชลก็ยังคงเหลือบมองเจ้าตัวดำที่แขนของรุจิราเป็นระยะๆ
"ตัวนี้ชื่ออะไรคะ" นิศาชลพยายามเอ่ยทำลายความเงียบ เป็นฝ่ายชวนคนฝั่งตรงข้ามสนทนา เดิมทีเธอก็ไม่ได้อยากจะรู้จักมันหรอก แต่เธอก็ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร
"สีนิล น่ารักไหม ลองอุ้มไหมล่ะ" รุจิราไม่พูดเปล่า พลางยื่นแขนที่มีงูพันอยู่ด้วยนั้นมาทางเธอ นิศาชลเขยิบถอยหลังโดยทันที ก่อนจะยิ้มแหยๆ
"ไม่ ไม่จ้ะ" นิศาชลเอ่ยตอบเพียงเท่านั้น เธอก็รีบรับประทานอาหารต่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะขอตัวกลับขึ้นไปห้องของตัวเองอีกครั้ง
เพลิงกัลป์กลับมาถึงบ้านตอนห้าทุ่มกว่า นิศาชลที่เพิ่งจะเอนตัวลงนอนได้สักพัก แต่ก็ยังไม่ทันได้หลับเสียทีเดียว เธอได้ยินเสียงเขาอยู่ด้านนอก เสียงแก้วกระทบพื้นที่เธอจำได้แม่น เขาคงจะดื่มเบียร์หรือเหล้าอีกเช่นเคย และยังแว่วๆ เสียงเขาพูดอยู่คนเดียว น่าจะโทรศัพท์ นิศาชลก็ไม่ได้ใคร่สนใจนัก เลือกที่จะนอนต่อ
จวบจนเช้าวันอาทิตย์ วันหยุดสุดท้ายก่อนที่จะต้องไปทำงาน เพลิงกัลป์ก็ยังคงออกจากบ้านหลังอาหารเช้า และเขาก็หายตัวไปตลอดทั้งวัน นิศาชลก็เลือกที่จะไม่ได้เอ่ยถามเขาอีกเช่นเคย มีเพียงเขาที่บอกเธอแค่ว่า ออกไปธุระ และเขาก็กลับมาในเวลาเดิมเหมือนเช่นเมื่อวาน
"พี่นิ เดี๋ยวตอนเช้าไปทำงานพร้อมผมนะครับ พี่เพลิงมีงานด่วนออกไปเมื่อกี้นี้เอง" พันเจตน์รีบเอ่ยบอกพี่สะใภ้ทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามาภายในห้องอาหาร
"อ๋อ เดี๋ยวพี่ขับรถไปเองก็ได้จ้ะ ตอนเย็นจะเลยไปโรงพยาบาลด้วย" นิศาชลรีบเอ่ยอ้างกับน้องชายเขา
"รถพี่นิ ไม่ค่อยจะดีนะ เมื่อวันเสาร์ผมให้คนขับไปเอารถพี่มา เขาว่ามันกระตุกๆ ผมก็ยังไม่ได้บอกพี่เลย"
"มันเป็นแบบนั้นแหละจ้ะ เริ่มเกเร พอดีแหละ เดี๋ยวพี่จะได้เอาเข้าศูนย์เลย" นิศาชลยังคงปฏิเสธ
"แน่ใจนะพี่" พันเจตน์ยังคงถามซ้ำ
"จ้ะ ไม่เป็นไรหรอก" นิศาชลยิ้มแหยๆ ให้น้องชายสามีอีกครั้ง โชคดีที่คงมีแค่พันเจตน์อยู่ร่วมอาหารเช้าด้วย ถ้าเกิดพ่อแม่ของเขาอยู่ด้วย เธออาจจะปฏิเสธได้ไม่เต็มปากเท่านี้
นิศาชลมาถึงสำนักงานจนเกือบได้เวลาทำงาน เมื่อมาถึงที่หน้าห้องทำงานของเพลิงกัลป์ หญิงสาวก็ต้องแปลกใจที่ดูหน้าห้องเขาออกจะวุ่นวาย ไม่เว้นแม้แต่คุณเมย์เลขาคนสนิทของเขา ที่ดูสาละวนอยู่กับโต๊ะทำงานตัวใหม่ เมื่อเธอสังเกตดีๆ จึงได้เห็นว่ามีโต๊ะทำงานข้างๆ คุณเมย์เพิ่มขึ้นมาอีกตัว
"น้องเมย์ มีพนักงานใหม่หรือ ทำไมดูวุ่นวายจัง" นิศาชลเอ่ยถามเลขาสาว
"ใช่ค่ะ คุณนิ"
"แล้ว.. คนไหนล่ะ ยังไม่มาหรือ" นิศาชลเอ่ยถามพลางมองไปรอบๆ
"อยู่ในห้องกับคุณเพลิงค่ะ" คำตอบของเลขาสาวทำเอานิศาชลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย พลางพยักหน้ารับรู้
เมื่อรู้ว่าพนักงานใหม่อยู่ในห้องของเพลิงกัลป์ นิศาชลจึงไม่ลืมที่จะเคาะประตูก่อนที่จะเปิดเข้าไปภายในห้องทำงานใหญ่ของเขา และเช่นกันมันก็เป็นห้องทำงานของเธอด้วย
แต่นิศาชลก็ต้องแปลกใจกับท่าทางพนักงานใหม่ เมื่อสิ่งที่นิศาชลเห็นหญิงสาวใบหน้าเฉี่ยวจนสวยเลยก็ว่าได้ ยิ่งลิปสติกสีแดงสดนั้น ยิ่งส่งให้ใบหน้าคมสวยนั้นดูน่ามองยิ่งขึ้น ยังไม่เท่ากับกิริยาที่นั่งไขว่ห้างแม้จะนั่งอยู่ตรงข้ามกับเพลิงกัลป์ แต่ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ดูรู้ทันทีว่าสองคนนี้รู้จักและค่อนข้างจะสนิทสนมกันเป็นแน่ คงไม่ใช่พนักงานใหม่ธรรมดาแน่นอน
"อ้าว มาพอดีเลย" เสียงเพลิงกัลป์เอ่ยแทรกทำลายภวังค์ของนิศาชล เธอจึงเดินตรงไปที่โซฟารับแขกชุดใหญ่
"นี่คุณเพียว เขาจะมาเป็นผู้ช่วยเลขาให้คุณเมย์ แล้วนี่คุณนิ ผู้ช่วยของผม"
"สวัสดีค่ะ คุณนิ รบกวนคุณนิด้วยนะคะ"
"เอ่อ สวัสดีค่ะ ยินดีค่ะ แต่นิอาจจะยังช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกค่ะ นิก็เพิ่งมาใหม่เหมือนกัน"
"คุณเพียวเป็น ลูกสาวคุณพิมพ์แข เพื่อนคุณแม่ผมน่ะ เมื่อก่อนเธออยู่บ้านข้างๆ เรา" เสียงเพลิงกัลป์อธิบาย นิศาชลได้แต่ยิ้มรับ
"แหม เพลิงคะ เกรงใจเกินไปแล้วค่ะ แค่คุณรับเพียวมาทำงานด้วย เพียวกับแม่ก็เกรงใจแย่แล้ว เดี๋ยวเพียวต้องเข้าไปขอบคุณคุณป้าด้วย
"เพียวไปทำงานเถอะ ขาดเหลืออะไรก็บอกคุณเมย์ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"
หลังจากผู้ช่วยเลขาคนใหม่ออกไปประจำที่โต๊ะหน้าห้องของเธอ นิศาชลก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองเงียบๆ ส่วนเพลิงกัลป์นั้นยังคงนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิม อ่านเอกสารจากแทปเล็ตเครื่
องบาง
"เอ่อ...คุณนิ"
"คุณเพลิงคะ"
