บทที่ 3 ขอพบ
อาหารเช้าของบ้านหลังใหญ่นอกจากข้าวต้มกุ้งของผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างคุณไพบูลย์ ก็ยังคงต้องมีอาหารเช้าสไตล์อเมริกันสำหรับคุณเอมอรและลูกสาวของเธอ นิศาชลเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านตรงเข้ามายังห้องอาหารด้วยชุดที่เตรียมพร้อมจะออกไปทำงาน
"คุณนิจะรับอะไรดีคะ" เสียงสาวคนรับใช้เอ่ยถาม นิศาชลชะโงกหน้ามองโถข้าวต้ม
"ข้าวต้มนี่แหละจ้ะ" เสียงใสเอ่ยตอบก่อนจะนั่งลงข้างบิดาของเธอ
ภายในโต๊ะอาหารเช้าวันนี้เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะดูบรรยากาศจะเงียบเหงากว่าทุกครั้ง แม้แต่ผู้เป็นพ่อที่มักจะเอ่ยถามอะไรต่อมิอะไร วันนี้กลับเงียบแปลกๆ สงสัยจะกลับดึกจากงานเลี้ยงเมื่อคืนซะมั้ง เมื่อคิดได้แบบนั้นนิศาชลก็คร้านจะสนใจ เธอเพียงตักข้าวต้มเข้าปากอย่างอร่อยเงียบๆ คนเดียว
"เดี๋ยวกินข้าวเสร็จไปคุยกับพ่อในห้องหน่อย" เสียงผู้เป็นพ่อที่เอ่ยออกมาในทีแรกเธอไม่คิดว่าเขาจะหมายถึงเธอ แต่เมื่อเธอเงยหน้าหันไปมองพ่อถึงได้รู้ว่าท่านหมายถึงเธอ
"อ๋อ ได้ค่ะ"
ห้องทำงานบนชั้นสองของผู้เป็นประมุขแห่งบ้าน นิศาชลเดินตามบิดาของเธอเข้าไปอย่างระแวดระวัง เพราะที่ฟังจากน้ำเสียงเธอคิดว่าน่าจะต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ที่บิดาของเธอไม่ยอมพูดที่โต๊ะอาหารแต่เลือกที่จะมาคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานนี้แทน
"นั่งซิ" นิศาชลนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่
"คุณพ่อมีเรื่องอะไรหรือคะ"
"คุณสุนทร เขามาทาบทามเราให้คุณเพลิงกัลป์ลูกชายของเขา"
"คุณเพลิง" น้ำเสียงสูงตกใจแทบจะไม่ต่างจากสีหน้าของเธอในตอนนี้เลยทีเดียว
"ใช่ คุณเพลิง"
"เขาไม่รู้จักหนูเสียหน่อย หนูก็ไม่ได้รู้จักเขา ทำไมเขาจะแต่งงานกับหนูคะ"
"มันเรื่องธุรกิจของครอบครัวเราด้วย"
"ทำไมพ่อไม่ให้ยายเอมแต่งล่ะคะ"
"เขาเจาะจงว่าต้องเป็นแก"
"หนูยังไม่แต่งหรอกค่ะ หนูยังไม่พร้อม"
"ฉันไม่ได้ถามความพร้อมแก ฉันแค่บอกให้แกรับรู้ไว้"
"ยังไงหนูก็ไม่แต่ง"
"แกอยากให้บ้านเราล้มละลายหรือไง"
"พ่อ" น้ำเสียงตัดพ้อเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาอ้างกับพ่อของเธอ
"แล้วถ้าแกไม่แต่ง บ้านเราล้มละลาย แกก็เตรียมหาเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม่แกเองแล้วกัน ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน รู้ไหมเดือนหนึ่งฉันต้องหมดไปกับแม่ของแกกี่แสน"
บริษัทผลิตเครื่องปรุงรสยี่ห้อเก่าแก่ที่ถูกสร้างมาแต่รุ่นปู่ย่าของคุณไพบูลย์ แต่เมื่อนานวันเข้าธุรกิจที่เคยมีชื่อเสียงของครอบครัวก็เริ่มที่จะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา บวกกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกสู่ท้องตลาดมีมากขึ้นส่วนแบ่งการตลาดก็ยิ่งน้อยลง
นิศาชลได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานฝ่ายการตลาดเมื่อปีที่แล้วนี้เอง หลังจากที่เธอเรียนจบปริญญาโท แต่คนบริหารงานหลักก็ยังคงเป็นพ่อของเธอ ครั้นวิธีการตลาดสมัยใหม่ที่เธอเพียรนำเสนอก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เป็นพ่อ เพราะยังไม่เชื่อในความสามารถของเธอเท่าไรนัก
หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าที่พ่อของเธอเรียกว่าบอกให้รู้ตัวนั้น จิตใจของเธอก็แทบจะไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทำงาน จนในท้ายที่สุดเวลาเพียงแค่สิบนาฬิกาเท่านั้น นิศาชลก็ทนอึดอัดแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไป
"คุณแต้ม เดี๋ยวนิออกไปธุระข้างนอก ช่วงบ่ายอาจจะไม่ได้เข้าออฟฟิศแล้ว ถ้ามีอะไรด่วนโทรหานิได้เลยนะคะ"
"อ๋อ ได้ค่ะ" เสียงเลขารับคำ ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร เจ้านายสาวของเธอก็พุ่งตัวไปไกลเสียแล้ว
อาคารสำนักงานทรงทันสมัยสูงกว่าห้าสิบชั้น นิศาชลเลี้ยวรถญี่ปุ่นสีขาวคันเก่าของเธอเข้าไปภายในอาคารนั้นอย่างไม่ลังเล เมื่อได้ที่จอดรถเสร็จ เธอก็รีบเดินตรงไปแจ้งความจำนงที่ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าอาคารทันที ก่อนจะได้คำแนะนำว่าให้เธอขึ้นไปที่ชั้นสามสิบเก้า ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทพ่อของเขา โชคดีที่เธอพอจะรู้จักเขาจากข่าวแวดวงสังคมมาบ้าง
หน้าสำนักงานหรูหราทันสมัยสมกับเป็นบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ นิศาชลรีบตรงไปที่ประชาสัมพันธ์คนสวยทันที
"ดิฉันมาขอพบคุณเพลิงกัลป์ค่ะ"
"จากไหนคะ นัดไว้หรือเปล่าคะ"
"เอ่อ... ไม่ได้นัดค่ะ แต่รบกวนติดต่อให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าดิฉันนิศาชลลูกสาวคุณไพบูลย์มาขอพบ เขารู้จักดิฉันค่ะ"
"เดี๋ยวแจ้งให้นะคะ"
นิศาชลมองดูประชาสัมพันธ์คนสวยยกหูโทรศัพท์แจ้งไปตามที่เธอต้องการ แต่คงเพียงได้ยินเสียงเธอตอบรับคำแค่ค่ะๆ เท่านั้น ก่อนที่จะวางหู แล้วหันมาบอกกับเธอ
"คุณเพลิงกัลป์ติดประชุมอยู่ค่ะ ฉันแจ้งเลขาของท่านไว้แล้ว คุณจะทิ้งนามบัตรไว้ไหมคะ แล้วให้ทางเลขาท่านติดต่อไปอีกที" ฟังคำตอบของประชาสัมพันธ์นิศาชลก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนจะตอบ
"เดี๋ยวดิฉันขอรอคุณเพลิงที่นี่ได้ไหมคะ ใกล้จะเที่ยงแล้ว"
"เอ่อ..ได้ๆ ค่ะ" น้ำเสียงติดขัดของประชาสัมพันธ์คนสวย ก่อนจะพานิศาชลมารอที่ห้องรับรองของบริษัท เดิมทีคิดจะให้เธอรอที่ห้องรับรองของประชาสัมพันธ์นั่นเอง แต่เมื่อเห็นเป็นแขกของเจ้านาย ประชาสัมพันธ์คนสวยจึงเลือกที่จะให้เธอเข้ามารอที่ห้องรับรองภายใน
"คุณรอที่นี่ก่อนนะคะ ถ้าคุณเพลิงประชุมเสร็จแล้ว ทางเลขาจะแจ้งให้ท่านทราบ แล้วจะแจ้งคุณอีกครั้งค่ะ"
"ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ"
หลังจากนิศาชลเข้าไปรอที่ห้องรับรองได้เพียงครู่ใหญ่ๆ เพลิงกัลป์ก็ออกจากห้องประชุมตรงกลับไปที่ห้องทำงานของเขาทันที
"คุณเพลิงคะ มีแขกมารอพบค่ะ เธอแจ้งว่าชื่อคุณนิศาชลลูกสาวคุณไพบูลย์ บอกว่าคุณเพลิงรู้จักเธอค่ะ" เสียงเลขาเอ่ยแจ้งเจ้านายหนุ่ม ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตูเข้าห้องทำงาน มือที่จับลูกบิดประตูก็ต้องชะงัก
ไร้เสียงตอบจากเจ้านายหนุ่มสุดหล่อ เขาเพียงเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบให้เลขาสาว โดยที่เธอก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ทำงานด้วยความงุนงง เจ้านายจะให้พบหรือไม่ให้พบหว่า
เสียงโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะทำงานของเลขาสาวดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ภายในของใครเธอก็รีบยกหูรับสายทันที
"ค่ะ"
"คุณเมย์ ให้คุณนิศาชลเข้ามาพบได้"
"ค่ะ" เลขาสาวรับคำด้วยความโล่งใจ
เดิมทีเพลิงกัลป์คิดจะแกล้งเธอให้รออีกสัก
หน่อย แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่อยากรู้การมาของเธอ
