บทที่ 4 ตกลง

เมื่อเลขาเปิดประตูห้องเชิญนิศาชลเข้าไปภายใน เธอก็ปิดประตูตามหลังให้อย่างเบามือ นิศาชลกวาดสายตามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ เมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยของผู้เป็นเจ้าของห้อง จากที่เธอคิดว่าจะมาอาละวาดเขา แต่พอเห็นสายตาเย็นชาแกมดุนั้นก็ทำให้เธอนึกขยาดขึ้นมา กว่านิศาชลจะได้สติ คงเพราะด้วยความหล่อร้ายกาจของเขาหรือจะเพราะสายตาดุนั้นเธอก็ไม่แน่ใจ รู้ตัวอีกทีเมื่อสองมือของเธอยกขึ้นสวัสดีเขา แล้วเธอก็ทันได้เห็นรอยขมวดคิ้วของเขาก่อนที่เขาจะยกมือรับไหว้เธอ

"นั่งก่อนซิ" เสียงเอ่ยบอกพลางผายมือไปทางโซฟาชุดใหญ่ภายในห้องทำงาน

"ขอบคุณค่ะ"

นิศาชลนั่งลงได้เพียงครู่เดียว ยังไม่ทันที่เพลิงกัลป์จะลุกจากเก้าอี้ เลขาคนสวยของเขาก็นำกาแฟเข้ามาเสิร์ฟให้ นิศาชลจึงได้กาแฟพอจิบแก้เขินได้บ้าง และเมื่อเขาเดินมาถึงโซฟาแล้วทิ้งตัวนั่งด้วยท่าไขว่ห้างห้างสบายๆ ยิ่งทำให้นิศาชลแทบจะทำตัวไม่ถูกเพราะสายตาของเขาสำรวจเธอไปทั้งตัว เมื่อรู้ว่าเขาแอบสำรวจการแต่งกายของเธอ มือบางรีบรั้งชุดสูทขาสั้นตัวเก๋หวังจะให้มันยาวลงมาปิดเรียวขาเนียนนั่น แม้กางเกงขาสั้นนั้นจะไม่ได้สั้นมาก แต่เมื่อเวลานั่งลงแบบนี้มันก็ดูออกจะเรียกสายตาอยู่ในที

"เอ่อ...เอ่อ.." เสียงอ้ำอึ้งยิ่งเรียกสายตาของเขาให้จ้องมอง ว่าเธอจะพูดอะไร

"เรื่องแต่งงาน" ในที่สุดเธอก็หลุดคำพูดออกจากปาก พร้อมอาการหน้าระเรื่อขึ้นสีอ่อนๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยต่อ

"คุณทราบแล้วใช่ไหมคะ เรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกัน"

"ครับ" เขาเพียงรับคำสั้นๆ ยิ่งทำให้นิศาชลเกิดอาการประหม่า

"ทำไมคุณตอบตกลงเรื่องแต่งงาน"

"ก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายนี่"

"คุณมีแฟนอยู่แล้ว ไม่ใช่หรือไง"

"แต่ยังไม่มีเมีย"

"...คุณ..." ฟังคำตอบของเขานิศาชลก็แทบนึกอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ก่อนเธอจะระงับอารมณ์ค่อยๆ คุยกับเขาต่อ

"แล้วทำไมคุณไม่ปฏิเสธ"

"ทำไมคุณคิดว่าผมจะไม่ปฏิเสธ" ฟังคำตอบของเขานิศาชลก็ตัวชาขึ้นมาทันที ใช่ซิ ทำไมเธอคิดว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ

"คุณรู้ไหมคะ ว่าบ้านฉันกำลังจะล้มละลาย การแต่งงานกับคุณก็เพื่อพยุงฐานะ"

"ผมทราบ แต่บ้านผมก็ได้ประโยชน์จากบ้านคุณ เรื่องเส้นสายการเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูงๆ เช่นกัน"

"บ้านฉันบริหารธุรกิจแบบสมัยเก่า ต่อให้เงินอีกหลายสิบล้าน มันก็แทบจะไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นมาเท่าไร คุณจะหมดเงินไปเสียเปล่า"

"นั่นเป็นเรื่องที่ผมจะต้องคุยกับพ่อคุณเอง"

"แต่ฉันยังไม่อยากแต่งงาน เอ่อ..หมายถึงเรายังไม่รู้จักกันสักหน่อย"

"งั้นก็หมั้นไว้ก่อน อีกสักสองสามเดือน พอรู้จักกันก็ค่อยแต่ง"

"คุณ คนจะใช้ชีวิตด้วยกัน รู้จักกันแค่เดือนสองเดือน บ้าไปแล้วหรือไง"

"ขอโทษค่ะ ที่พูดแรงไป" คล้ายจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดจาไม่น่ารัก นิศาชลเห็นรอยขมวดคิ้วของเขา จึงได้รีบเอ่ยขอโทษเพลิงกัลป์ทันที

"เอาแบบนี้ไหมคุณ เราแต่งงานกันแค่ในนาม แต่งหลอกๆ น่ะ คุณก็ใช้ชีวิตของคุณ ฉันก็ใช้ชีวิตของฉัน คุณจะมีแฟนดารงดารา อะไรก็ได้เรื่องของคุณฉันจะไม่ยุ่งเลย" รอยขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อสักครู่ บัดนี้รอยนั้นแทบจะมัดเป็นปมจนแก้ไม่ออก เพราะคำพูดประหลาดๆ ของเธอ

"ผมว่าคุณควรจะดูละครให้น้อยลงหน่อยนะ" พูดจบเพลิงกัลป์ก็ยกข้อมือเพื่อดูนาฬิกา

"เที่ยงแล้ว ผมจะไปทานข้าวแล้ว"

"แต่ฉันยังพูดไม่จบ"

คล้ายนิศาชลจะพูดอะไรต่อ แต่เพลิงกัลป์ก็ไม่ทันจะอยู่ฟัง เมื่อเขาลุกขึ้นยืนแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานทันที นิศาชลได้สติก็รีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายข้างใบน้อยของเธอรีบตามเขาไป นิศาชลรีบก้าวเท้ายาวๆ ตามคนขายาวที่กำลังจะเดินเข้าไปในลิฟต์ เมื่อกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนตามทัน นิศาชลก็รีบคว้ามือเขาไว้เพื่อไม่ให้เขาเดินหนีเธอไปอีก

"คุณรอด้วยสิ"

"ผมจะไปทานข้าว"

"ฉันก็ต้องกินข้าว แล้วฉันยังพูดไม่จบด้วย"

"ผมมีเวลาแค่ช่วงพักเที่ยง หวังว่าคุณจะรีบพูดธุระของคุณให้จบ เพราะช่วงบ่ายผมต้องเข้าประชุมอีก"

"ได้ค่ะ" เมื่อเขารับปาก นิศาชลจึงรีบปล่อยมือเขาออก เพราะเห็นสายตาพนักงานหลายคนที่ยืนรอลิฟต์เริ่มสนใจหันมามองเธอกันบ้างแล้ว

เพลิงกัลป์เลือกที่จะขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน สวนทางกับพวกพนักงานของเขาที่จะลงไปทานอาหารชั้นล่างกันเสียมากกว่า นิศาชลเดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์ ก่อนที่ลิฟต์โดยสารจะพาเธอขึ้นมาชั้นที่ห้าสิบสอง ห้องอาหารสุดหรูที่ดูผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านนักออกจะเงียบสงบเสียด้วยซ้ำ นิศาชลกวาดตามองรอบๆ คงจะเพราะราคาแพงจึงมีเพียงระดับผู้บริหารเท่านั้นมั้งที่จะกล้ามานั่งทานอาหารกลางวันแสนแพงนี้

อาหารญี่ปุ่นเป็นเซตน่าทานถูกมาวางลงตรงหน้า เธอเห็นเขาทานอาหารอย่างไม่รู้สึกขัดเขิน นิศาชลจึงได้เริ่มทานของเธอบ้าง

"แล้วคุณจะยอมแต่งงานหรือคะ"

"ก็คงงั้นมั้ง"

"แล้วแฟนคุณล่ะ" ฟังคำถามของเธอเพลิงกัลป์ก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยถามบ้าง

"แล้วคุณล่ะ"

"ฉันยังไม่มีแฟน"

"งั้นก็ไม่เห็นมีอะไรยุ่งยาก"

"แต่ฉันถามแฟนคุณนะ เพราะคุณมีแฟนอยู่แล้ว"

"คุณรู้ได้ยังไง"

"ก็เห็นในข่าว" เสียงตอบอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

"สนใจเรื่องผมด้วยหรือ"

"ฉันแค่กลัวแฟนคุณจะมาแหกงานแต่งน่ะซิ" นิศาชลพูดแล้วก็ได้แต่เหลือบตามองรอยขบขันจากสีหน้าของเขา

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าจะดีสำหรับคุณ คุณจะได้ไม่ต้องแต่งไง"

"ฉันก็ได้ชื่อว่าแย่งสามีชาวบ้านน่ะซิคุณ"

"จะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดกับผมแน่" น้ำเสียงตอบของเขาเจือรอยขันจางๆ ยิ่งทำให้นิศาชลนึกหมั่นไส้เขา

"งั้นถ้าเราแต่งงาน ก็ต่างคนต่างอยู่ โดยที่ไม่มีอะไรกัน"

"ไม่" เสียงทุ้มเอ่ยเข้มจนนิศาชลแทบจะอ้าปากค้างกับคำตอบเขา

"ถ้าแต่งไปแล้วคุณเป็นเมีย ก็ต้องเป็นทั้งพฤตินัย และนิตินัย"

นิศาชลวางตะเกียบลงอย่างคนหมดหวัง เพราะเห็นเขาจะไม่ได้ทุกข์ร้อนกับการแต่งงานเลยสักนิด ยิ่งเธอพูดกับเขาเท่าไหร่ ก็เหมือนพูดคนละเรื่อง ที่ไม่มีท่าทีว่ามันจะหาจุดจบลงได้สักที

"แล้วถ้าเราเข้ากันไม่ได้ อยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะคะ"

"เรื่องของอนาคต อยู่ไม่ได้ก็เลิก แต่ก็คงจะหลังจากที่ทั้งสองครอบครัวได้ผลประโยชน์กันจนพอใจล่ะมั้ง" ฟังเขาพูดจบ นิศาชลก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เพราะเห็นก็คงจะจริงอย่างเขาว่า และคงเป็นพ่อเธอแน่ที่จะไม่ยอมให้เธอหย่ากับเขา

หลังจากอาหารเที่ยงผ่านพ้นไป นิศาชลลงลิฟต์มาพร้อมกับเขา แต่เธอเลือกที่จะลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างที่เธอจอดรถไว้

เธอขับรถออกมาจากอาคารสูงนั้นด้วยความหมดหวัง เมื่อหมดอารมณ์ที่จะทำงานในช่วงบ่าย นิศาชลจึงเลือกที่จะขับรถไปสถานที่ ที่เธอคุ้นเคยแทบจะไม่ต่างจากบ้านของเธอเลย

โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ นิศาชลรีบตรงขึ้นไปยังชั้นผู้ป่วยหนักวีไอพี ภายในห้องกระจกใสมีหญิงสูงวัยที่นอนอยู่บนเตียงภายใต้สายระโยงระยาง ใบหน้าซีดขาวนอนหลับตาคล้ายสุขสมราวกับไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ ในโลกใบนี้อีกแล้ว

"มาเยี่ยมคุณแม่หรือครับ" เสียงนุ่มเอ่ยทักทาย ทำให้นิศาชลหันไปมอง ก่อนจะยกมือขึ้นสวัสดี

"ค่ะ สวัสดีค่ะคุณหมอ คุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ"

"วันนี้ไม่มีไข้ครับ แต่โดยรวมก็ยังเหมือนเดิมครับ"

"อีกนานไหมคะหมอ กว่าแม่จะรู้สึกตัว นี่แกนอนมาหลายปีแล้วนะคะ"

"ขอโทษด้วยนะครับคุณนิ หมอก็ยังตอบไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงตัวคนไข้เองด้วยครับ"

"เข้าไปเยี่ยมคุณแม่ด้านในไหมครับ"

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"ว่าแต่คุณนิดูหน้าซีดๆ ไม่สบายหรือเปล่า ให้ผมช่วยตรวจให้ไหมครับ"

"นิแค่เหนื่อยๆ น่ะค่ะ ขอบคุณหมอมากนะคะ" นิศาชลมองหน้าหมอหนุ่มอย่างนึกขอบคุณ

"คุณหมอคะ มีเคสด่วนค่ะ" เสียงพยาบาลเอ่ยเรียกคุ

ณหมอหนุ่มสุดหล่อ ดีกรีลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล

"ผมขอตัวก่อนนะครับ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป