บทที่ 7 งูในบ้าน
ตลอดระยะเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา นิศาชลมีโอกาสเจอเพลิงกัลป์อยู่เพียงสองสามครั้งเท่านั้น และนั่นก็ล้วนเป็นความพยายามของพ่อเธอที่บังคับให้เธอไปทานข้าวที่บ้านเขา นิศาชลจึงได้รู้ว่าเพลิงกัลป์มีน้องชายอีกคนชื่อพันเจตน์ และน้องสาวบุญธรรมอีกหนึ่งคน พันเจตน์ดูจะเป็นมิตรอัธยาศัยดีต่างจากน้องสาวบุญธรรมของเขาที่ชื่อ รุจิรา
นิศาชลสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ และดูเธอจะหวงพี่ชายของเธอมากเสียด้วย ผิดกับผู้เป็นมารดาที่แม้จะดูหน้าตาคมดุแทบไม่ต่างจากลูกชายคนโตนั้น แต่ก็ดูใจดี ตลอดเวลาบนโต๊ะอาหารคุณเมตตา แม่ของเพลิงกัลป์แทบจะเป็นคนเดียวที่คอยเทคแคร์เธอ คอยพูดคุยอยู่ด้วยตลอด ส่วนเจ้านายใหญ่ของบ้านอย่างคุณสุนทร ก็ดูจะเรียบเฉยแทบไม่ต่างจากเพลิงกัลป์
นิศาชลยืนมองกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ชุดไทยเรียบหรูราคาเรือนแสน ใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยหวาน ผิดก็แต่สายตาที่ดูจะไม่ได้สดใสสักเท่าไหร่ และแค่เพียงครู่เดียวที่เด็กรับใช้เปิดประตูห้องมาตามให้เธอลงไปที่งานได้แล้ว
งานแต่งที่ถูกจัดขึ้นภายในครอบครัว เธอขอร้องพ่อว่าขอจัดแบบเงียบๆ แต่กระนั้นแขกเหรื่อก็ยังจะดูหนาตา งานแต่งที่ถูกจัดขึ้นแค่เพียงพิธีเช้า งดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองมงคลสมรสและการเชิญสื่อมวลชน ในคราแรกเธอคิดว่าทางเพลิงกัลป์จะขัดข้องในเรื่องนี้เสียอีก แต่เขากลับตอบรับเอาอย่างง่ายๆ
เสื้อผ้าบางส่วนของเธอถูกส่งไปที่บ้านของเขาเรียบร้อย เหลือแค่พิธีจบเธอก็จะต้องเดินทางไปอยู่บ้านเขาเท่านั้นเอง พิธีการที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของเธอ รอยยิ้มที่เธอเพียรพยายามแค่นมันออกมาแม้มันจะดูไม่สดใสสักเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยให้เธอผ่านพ้นมาจนเสร็จพิธีได้ ในหลายๆ ครั้งที่เธอแอบมองหน้าของเขา ดูเขาจะไม่ทุกข์ร้อนพูดคุยกับแขกผู้ใหญ่ด้วยความเป็นธรรมชาติของเขา มีสิ่งหนึ่งที่เธอต้องยอมรับกับตัวเองนั่นก็คือความหล่อเหลาของเขายิ่งอยู่ในชุดไทยแปลกตา ยิ่งส่งให้ใบหน้านั้นมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
หลังเสร็จพิธีเพลิงกัลป์ก็พานิศาชลมาที่บ้านเขา แม้งานจะไม่ได้มีพิธีฉลองมงคลสมรสแต่กว่าที่คู่บ่าวสาวจะกลับมาถึงบ้านก็จวนเกือบจะเย็นค่ำเสียแล้ว บ้านหลังใหญ่ทรงสมัยใหม่ที่ดูจะใหญ่กว่าบ้านของเธออยู่มาก แม้นิศาชลจะเคยมาบ้างแล้ว แต่ในครั้งนี้กลับยิ่งตื่นเต้น เพราะนั่นหมายถึงว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตแต่งงานของเธอ เพลิงกัลป์พาเธอขึ้นไปที่ชั้นสองทางปีกซ้ายของบ้าน
"ชั้นสองแถมปีกซ้ายนี้ จะเป็นส่วนของฉัน ยายรุ กับเจ้าเจตน์จะอยู่ชั้นสาม พ่อกับแม่ฉันจะอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ทั้งหมดจะแบ่งโซนกัน เพราะงั้นเธอน่าจะไม่อึดอัดเท่าไหร่มั้ง" เสียงเอ่ยอธิบายพื้นที่ของบ้านของเขา ทำให้นิศาชลค่อยโล่งใจขึ้นมานิด อย่างน้อยเธอก็ยังพอเหลือพื้นที่ส่วนตัว แม้จะต้องใช้สอยร่วมกันกับเขาก็เถอะ
"ค่ะ" นิศาชลรับคำ ก่อนจะใช้สายตาสำรวจ ห้องรับแขกชั้นสองของเขามีเคาน์เตอร์บาร์ใหญ่ เธอมองขวดเหล้าหลากหลายยี่ห้อด้วยความตื่นตา เขาชอบดื่มขนาดนี้เลยหรือ
"ของสะสม" เสียงตอบของเพลิงกัลป์ทำเอานิศาชลตกใจ เพราะคล้ายเขาจะรู้ที่เห็นเธอมองขวดเหล้าของเขา
"อ๋อ ค่ะ"
"ห้องนอนทางด้านนั้น เสื้อผ้าของเธอเห็นเด็กมาจัดให้แล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้"
คำว่าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เพลิงกัลป์เอ่ยในทีแรก เธอแทบจะไม่กล้าเข้าไปในห้องนอน แต่พอเธอเห็นเขาตรงเข้าไปที่หลังเคาน์เตอร์บาร์ นิศาชลก็เลยรีบเข้าห้องนอนเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเขาว่า เพราะเธอก็อึดอัดกับชุดไทยนี้เต็มทีแล้ว
ห้องนอนใหญ่ถูกตกแต่งไว้ด้วยสีสะอาดตา นิศาชลเดินหายเข้าไปที่ทางเดินใหญ่อีกมุมของห้องเธอเดาว่าน่าจะเป็นห้องน้ำ ระหว่างทางเดินกว้างนั้น เธอเห็นประตูบานเลื่อนจึงได้เปิดออกดู ห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เรียกว่าใหญ่พอๆ กับห้องนอนเลยทีเดียว เธอได้เห็นเสื้อผ้าของเธอ แขวนอยู่ตรงข้ามกับเสื้อผ้าของเขา เคาน์เตอร์ตรงกลางห้องมีตู้กระจกที่มีเนกไทวางเรียงอยู่ราวกับชั้นขายเสื้อผ้าในห้างหรู นอกจากชุดที่เธอเตรียมมา เธอยังได้เห็นชุดผู้หญิงที่ดูจะเป็นไซซ์เดียวกับของเธอเสียด้วยซ้ำในตู้เสื้อผ้านั้น แต่ทุกตัวล้วนเป็นของใหม่และของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ไม่เว้นแม้แต่ชุดนอนหรือชุดชั้นใน
นิศาชลมองดูชุดเหล่านั้นด้วยใบหน้าขึ้นสีก่อนที่เธอจะหยิบชุดที่เธอเตรียมมาแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำอีกฝั่งของห้องแต่งตัว
นิศาชลใช้เวลาไม่นานในห้องน้ำก็กลับออกมาพร้อมชุดนอนขายาว เธอออกมาที่ส่วนห้องรับแขกด้านนอก ก็เห็นเพลิงกัลป์ยังนั่งดื่มอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ ในมือของเขายังเขี่ยสมาร์ตโฟนเครื่องหรูไปมา
"จะนอนแล้วหรือ" เสียงถามพร้อมรอยขมวดคิ้ว เพราะเห็นภรรยาของเขาออกมาด้วยชุดนอนทั้งที่ยังเป็นเวลาเย็น
"ค่ะ เดี๋ยวอาจจะนอนเลย เมื่อยมาทั้งวัน"
"งั้นเดี๋ยวผมให้เด็กยกอาหารเย็นมาให้ข้างบนแล้วกัน คุณจะได้ไม่ต้องลงไป เพราะผมก็อาจจะไม่ทานข้าวเย็นแล้ว"
"ค่ะ"
แค่เพียงครู่เดียวอาหารชุดใหญ่ก็ถูกนำมาเสิร์ฟให้ที่ชั้นสอง อาหารถูกจัดมาสองชุดวางไว้บนโต๊ะอาหารหน้าเคาน์เตอร์ แต่กระนั้นเธอก็เห็นเพลิงกัลป์ยังคงนั่งจิบเหล้าอยู่ที่โซฟา เด็กรับใช้เพียงนำอาหารว่าง ที่เหมาะกับสุราชั้นดีสองอย่างไปวางให้เขาบนโต๊ะกลางโซฟา
"กินก่อนเลย ผมยังไม่หิว"
"ค่ะ"
เมื่อเห็นเขาบอกเช่นนั้น นิศาชลจึงไม่รอช้า เพราะเธอก็เริ่มที่จะหิวเสียแล้ว และเมื่อเธอทานอาหารนั้นเข้าไปได้เพียงนิด ก็เห็นเขาเดินหายเข้าไปในห้องนอนที่เธอเพิ่งออกมาเมื่อสักครู่ เขาก็คงอึดอัดชุดไทยนั่น
"กรี๊ดดดดดดด"
เพลิงกัลป์ตกใจกับเสียงกรีดร้องภายนอก ซึ่งเดาว่าคงจะเป็นเสียงของภรรยาหมาดๆ ของเขานั่นเอง ด้วยความตกใจหลังจากที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันจะได้แต่งตัวเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำทั้งตัวจึงมีเพียงผ้าขนหนูพันเอวออกมา
ภาพที่เขาเห็นคือนิศาชล ยังคงร้องกรี๊ดๆ พร้อมปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ที่เธอนั่งทานข้าวอยู่เมื่อครู่ เขากวาดสายตามองไปที่พื้นจึงได้เข้าใจว่าเธอร้องเพราะอะไร งูตัวอ้วนสีเหลืองทอง ที่เลื้อยช้าๆ อยู่ที่พื้นใต้โต๊ะอาหาร ข้างๆ ตัวของมันมีน้ำเปียกอยู่ เขาจึงเดินมาจับเจ้างูตัวปัญหาออก หิ้วมันเดินไปที่โซฟาอย่างไม่ทะนุถนอมพลางหยิบโทรศัพท์โทรหาใครบางคน
"ยายรุ มาเอางูของเธอไปเดี๋ยวนี้"
นิศาชลได้แต่ยืนมองตาปริบๆ อยู่บนเก้าอี้ เห็นเขาคว้าเจ้าตัวสีทองอ้วนนั้นเดินไปอีกทาง เธอจึงค่อยๆ ลงมายืนที่พื้นตามปกติ และครู่เดียวก็มีเสียงเคาะประตูใหญ่ คนที่ก้าวเข้ามาก็คือรุจิรา น้องสาวบุญธรรมของเขานั่นเอง นิศาชลได้แต่มองสองพี่น้องด้วยความมึนงง
"ดูแลงูของเธอดีๆ อย่าปล่อยให้มันเพ่นพ่านออกมาแบบนี้ คุณนิตกใจ ดีเขาไม่เอาอะไรขว้างมัน"
"ถ้ามันเป็นอะไร พี่เพลิงก็ต้องรับผิดชอบ" เสียงตอบกลับของรุจิรา แบบลอยหน้าลอยตาโดยไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือรู้สึกผิดอะไร
"แล้วมันมาอยู่ห้องพี่ได้ยังไง"
"อ๋อ น้องเอาชุดของคุณเขา ที่มาส่งใหม่มาเก็บให้ พอดีเจ้าลายทองมันติดมือมาด้วย คงลืมน่ะค่ะ"
"ทีหลังก็อย่าเอามันลงมา ไปเถอะ"
"ค่ะ ก็ได้" เสียงสูงเอ่ยตอบเพราะถูกตำหนิ ทำให้รุจิรา ต้องออกจากห้องไปด้วยใบหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ก่อนจะหันมามองนิศาชล แล้วก็สะบัดหน้ากลับออกไป
เพลิงกัลป์ที่กำลังจะเดินเข้าห้องนอน เพียงแค่ผ่านนิศาชลไปได้เพียงนิด เขาก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆ มือของเธอก็คว้าข้อมือเขาไว้
"คุณ มันจะมาอีกไหม แล้วมันมีกี่ตัว"
"ผมบอกยายรุแล้วไม่ให้พามา ไม่ได้ยินหรือ"
"ได้ยินค่ะ แต่มันจะมาเองได้ไหม"
"ปกติจะใส่กล่องไว้ ถ้ามันไม่หลุด แต่คงไม่มาถึงนี่หรอกมั้ง"
"มันฉกไหม"
"ฉก แต่ไม่มีพิษ"
คำตอบของเพลิงกัลป์ไม่ได้ช่วยให้นิศาชลดีขึ้นสักน้อย มือที่เผลอจับมือเขาไว้แน่นยิ่งแน่นขึ้นอีก จนเพลิงกัลป์ต้องมองที่มือเธอ นิศาชลจึงได้สติว่าบีบแขนเขาไว้แน่น จึงได้รีบคลายมือออกราวกับกำของร้อนเอาไว้
เมื่อเพลิงกัลป์เดินเข้าห้องนอน นิศาชลจึงได้รีบเดินตามเขาเข้าไปด้วย ทิ้งอาหารที่เพิ่งทานได้ยังไม่ทันอิ่มดีเสียด้วยซ้ำไว้อย่างนั้น เพราะความกลัว
นิศาชลเดินไปที่เตียงนอนใหญ่ ส่วนเพลิงกัลป์เดินหายเข้าไปที่ห้องแต่งตัว นิศาชลทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงเธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์เครื่องบางของเธอขึ้นมาดู พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์เตือนว่ามีข้อความเข้า นิศาชลเปิดดูข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียว ข้อความที่ถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก
นิศาชลมองด้วยความสงสัย ในทีแรกเธอคิดจะไม่ตอบ
รับ แต่ก็คิดเผื่อว่าจะเป็นคนรู้จักจึงได้กดเข้าไปดู
