บทที่ 4 อ้อนหมอ 1/2

เสียงงัวเงียจากปลายทางทำเอาผมหลุดหัวเราะออกมาน้อยๆ

วันๆ เรียนในห้องก็แทบจะไม่มีเวลาได้หลับแล้ว ถ้าหาโอกาสได้ที่ไหนก็คือหลับ

ให้ผมเลือกนะระหว่างกินข้าวกับนอนหลับ ผมเลือกนอนครับ เพราะผมแทบหาเวลานอนให้ตัวเองไม่ได้เลย

ขนาดเวลาโฮมมารับผมก็ต้องอ่านหนังสือควบคู่ไปด้วย มันเหนื่อยแต่ผมเชื่อว่าผมทำได้

“โอเค ผมรอคุณอยู่หน้าโรงพยาบาลนะ”

(โอเคครับ)

ผมวางสายแล้วหาที่นั่งตรงโต๊ะหินอ่อนด้านหน้า

ตอนนี้อย่างที่บอกว่ามันจะตีหนึ่งแล้ว แต่ยังคงมีผู้คนเข้าออกโรงพยาบาลพลุกพล่านเต็มไปหมด

โรงพยาบาลของเรามันเป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ คนก็เลยค่อนข้างเยอะ

บางครั้งคนรักษามีไม่พอคนเจ็บ แบบนี้ผมถึงอยากจะเรียนให้เก่งและต้องจบเพื่อที่จะช่วยพวกเขา และผมจะต้องจบออกมาเป็นคุณหมอที่มีประสิทธิภาพครบเครื่องแน่นอน

เเต่ตอนนี้ผมได้เวลาออกเวรเเล้ว เป็นเหมือนช่วงเวลาเเห่งสวรรค์ ผมจะได้นอนพักสักที

สายตาผมกำลังนั่งไล่สมุดโน้ตที่ตัวเองจดมันด้วยลายมือยุกยิกตอนที่ฟังอาจารย์พูดอยู่

ผมก็จดตามเขาในนี้นี่แหละ จะได้เอากลับมาอ่านทีหลังได้อีก เวลานั่งรอโฮมจะได้ไม่เสียเวลาด้วย

แต่ยังอ่านไม่ถึงไหนผมก็โดนสิ่งรบกวน แสงไฟจากรถยนต์สาดส่องมาทางผมพอดีเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมเงยหน้ามองแล้วต้องหรี่ตาสู้แสง ก่อนที่จะเก็บสมุดโน้ตลงกระเป๋าเป้ตัวเองตามเดิม

“ให้ผมช่วยนะครับ” ผมเอ่ย ก่อนที่จะเข้าไปช่วยพยุงคุณยายวัยราวเจ็ดสิบกว่าๆ ลงจากรถ แล้วพาลงมานั่งบนรถเข็นวิวแชร์ตรงล็อคด้านหน้า

เพราะคนที่มามีแค่คนขับรถแล้วเธอก็เป็นผู้หญิงซะด้วย ขับรถในตอนกลางคืนคงอันตรายน่าดูแถมต้องพาผู้สูงอายุมาอีกด้วย

“ขอบคุณมากนะคะ” เธอว่าพร้อมรอยยิ้ม คุณยายเองก็หันมายิ้มให้ผมด้วยเช่นกัน

“ดูแลสุขภาพด้วยนะครับคุณยาย อยู่กับลูกหลานไปนานๆ นะครับ” ผมพูดพร้อมรอยยิ้ม

เห็นแล้วคิดถึงคุณย่าเลยครับ ไม่รู้ตอนนี้จะนอนหลับไปแล้วหรือยัง

คุณย่าชอบดื้อไม่ยอมนอนเพราะรอผมไปหาตลอดเลย ผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลา

แต่พอจะมีวันหยุดทีผมก็ชอบใช้ชีวิตอยู่บ้านหรือไม่ก็ตามใจโฮมเขาซะมากกว่า

“ขอบใจจ้ะหนู..”

ผมยืนรอบุรุษพยาบาลมาทำหน้าที่แต่ดูเหมือนว่าด้านในจะค่อนข้างชุลมุนไม่น้อย แต่ไม่นานบุรุษพยาบาลก็มาเข็นพาคุณยายไปด้านในเรียบร้อย

ผมพ่นลมทิ้งสั้นๆ ไม่ใช่เพราะสิ้นหวังแต่มันเป็นเพราะผมได้แรงบันดาลขึ้นมานิดๆ แล้วล่ะครับ

แค่นี้ผมว่าทั้งวันที่ผมเหนื่อยมามันก็หายไปซะดื้อๆ แล้วล่ะมั้ง

อืม ผมคิดว่ารอยยิ้มของพวกเขาคือความสุขของผมนะครับ :)

“หมอเนียร์”

“โฮม..”

ผมหันไปตามเสียงเรียกของใครบางคนที่ผมจำเสียงเขาได้ดี

คนตัวสูงกำลังยืนอ้าแขนอยู่ข้างๆ รถของเขาแล้วฉีกยิ้มกว้าง ตาหยีนิดๆ

ผมเดินเข้าไปสวมกอดเขาแน่นเป็นการชาร์ตพลังก่อนนอนไปด้วยเลย อันที่จริงผมก็อยากจะอยู่อ้อนเขาทั้งคืนนั่นแหละแต่ติดที่พรุ่งนี้มีเรียนเช้า

น่าเสียดาย..

“เหนื่อยไหมเนี่ย หื้ม?” คนตรงหน้าพูดพลางลูบที่หัวผมปอยๆ ขณะที่ผมกำลังซุกอกแกร่งของเขาอยู่

อ่า โฮมตัวอุ่นแล้วก็น่านอนมากเลยครับ

ปกติถ้าผมไม่นอนที่หอพักที่มหาวิทยาลัยผมก็จะนอนกับเขานี่แหละ

บางทีเขาก็จะมานอนที่หอผมด้วย สลับกันไปมาแบบนี้ก็ดีนะ ผมจะได้เช็คสาวๆ เขาด้วย ได้ข่าวว่าฮอตเหลือเกิน ฮึ

แต่น่าแปลกที่เวลามีเขาอยู่ด้วยทีไร ผมนอนหลับสบายทุกที

“ก็เหนื่อย แต่ก็สนุกดี” ผมตอบกลับแต่ดวงตายังคงปิดสนิท

“คืนนี้นอนค้างห้องผมนะ”

“พรุ่งนี้มีเรียนเช้าอะดิ” ผมปฏิเสธไปอย่างน่าเสียดาย ไม่ได้อยากจะปฏิเสธเขาหรอกนะครับ แต่พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าเลยน่ะสิ ไม่งั้นก็จะตามใจโฮมอยู่หรอก

“ตื่นทันอยู่แล้วแหละ เดี๋ยวโฮมปลุกคุณก็ได้” คนตัวโตกว่าว่าน้ำเสียงกระเง้ากระงอด แถมยังฮึดฮัดใส่ผมอีกด้วย

นี่ไงพอตื่นมาแล้วโดนขัดใจก็งอแงแบบนี้ใส่ แล้วอย่างนี้ทำไมทุกคนยังมองว่าโฮมเป็นเสืออยู่ล่ะครับ เห็นไหมเขางอแงเหมือนลูกแมวชัดๆ

“โฮมขี้เซาจะตาย จะตื่นทันเหรอ ไม่ใช่ผมปลุกคุณแล้วมาหงุดหงิดใส่นะ” ผมบอกแล้วเงยหน้ามองเขา

“ถ้าตื่นไม่ทันคุณหมอก็ปลุกผมสิครับ น้า~ คืนนี้นอนค้างห้องโฮมนะครับ”

เด็กน้อยตรงหน้าก็ยังไม่ลดละความพยายามจนผมเริ่มตอบเสียงอ่อนกับเขา

อันที่จริงสายตาของเขาค่อนข้างมีอิทธิพลกับผมไม่น้อย แล้วสายตาของโฮมก็บอกอะไรผมหลายอย่าง

เวลาเจ้าตัวโกหกมีหรือที่ผมจะจับไม่ได้..

“ผมมีเรียนเช้าโฮม..”

“ทำไมคุณหมอใจร้ายจังครับ อุตส่าห์มารับไปนอนด้วยนะเนี่ย คิดถึงอะ ..อยากฉีดยาให้” เขาตอบแล้วเบะริมฝีปากล่างเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะฟัดแก้มผมทั้งสองข้างเบาๆ

โชคดีที่แถวนี้ไม่มีคนพลุกพล่านผมก็เลยไม่ได้ว่าอะไรเขา ที่จริงการแสดงออกว่ารักกันมันก็ดีนะครับ แต่เราก็ต้องเคารพสถานที่ด้วย

ความจริงก็คือผมกลัวพ่อมาเห็นด้วยแหละ เดี๋ยวจะนั่งเทศนาจนผมไม่ต้องนอนกับพอดีวันนี้

คิดถึงหรือต้องการอย่างอื่นกันเเน่.. คนเจ้าเล่ห์

“แค่นอนนะ เรื่องอื่นเอาไว้วันหลัง สัญญาไหม?” ผมว่า พร้อมกับชูนิ้วก้อยไปตรงหน้าคนตัวสูง ซึ่งเขาก็เกี่ยวก้อยอย่างว่าง่ายแล้วก็รับปากผมด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเเฝงตวามเจ้าเล่ห์อยู่เต็มไปหมด

ถึงเเม้ผมจะรู้ดีว่าคืนนี้ยังไงเขาก็ไม่ทำเเค่นอนอยู่เเล้ว เเต่ผมก็ยังเลือกที่จะไปอยู่ดี

ลูกเเมวมันอ้อนทำไงได้ล่ะ ฮึ

“สัญญาครับ แค่นอนอย่างเดียว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป