บทที่ 8 ระยะห่างของคำว่า 'เเฟน' 1/1

กล้าดีมากนะที่เเหย่หนวดเสือเเบบผม...

ยอมรับว่าผมไม่เคยเจอใครคนไหนที่ท่าดูเอาจริงเอาจังขนาดนี้มาก่อน ทั้งคำพูด เเววตา ท่าทางของเธอมันบ่งบอกว่าจะลงสนามเเข่งอย่างจริงจัง

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเจอปัญหาพวกนี้ เเต่ผมเเค่เบื่อ... เบื่อกับการเจอปัญหาเดิมๆ เเล้วก็กลัวจะพลั้งมือทำอะไรลงไป จนผมต้องเสียโฮมเหมือนกับที่มันเเล้วๆมา ...เเค่นั้นเอง

ใครไม่เคยเจอคงไม่รู้หรอกใช่ไหมล่ะครับว่าปัญหาเเฟนเก่าเรื้อรังน่ะ มันน่ารำคาญมากขนาดไหน ซึ่งมันก็เหมือนไส้ติ่งมีไว้ก็ไร้ประโยชน์ เเต่ถ้าไม่รีบตัดทิ้งมันก็อาจจะเรื้อรังได้ในสักวัน..

"พี่หมอโอเคไหมคะ ใจต้องเย็นหน่อยนะคะ ถ้าพี่หมอใจร้อนเหมือนเเฟนคนที่เเล้วคงไม่ดีเเน่"

"พี่รู้อะตอม.. พี่กำลังระงับอารมณ์อยู่"ผมว่าพลางผ่อนปรนลมหายใจเพลิงออกมา เเอร์ในรถที่ว่าเย็นยังดับหัวร้อนๆของผมไม่ได้เลยเเม้เเต่น้อย

"ถ้างั้นพี่หมอรีบกลับไปอยู่กับพี่โฮมเถอะค่ะ ส่งอะตอมตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวอะตอมนัดเพื่อนไว้อ่ะค่ะ"

"อืม กลับบ้านดีๆอย่าให้คุณน้ากับคุณอาเป็นห่วงล่ะ"

"ค่ะ ยังไงก็อะตอมจะช่วยพี่อีกเเรงนะคะ ห้ามเป็นคุณหมอที่อ่อนเเออีกนะคะ"คนตัวเล็กย้ำกับผมเสียงเข้ม น่ากลัวจังเลยเเหะเจ้าเด็กคนนี้...

"รู้เเล้วครับ อ่ะนี่ค่าขนม เอาไป...เเล้วก็ขอบคุณมากนะที่คอยช่วยเหลือพี่"ผมบอกเเล้วควักเเบงค์พันให้น้องอะตอมไป ค่าขนมสำหรับเด็กดีอย่างอะตอม เเค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำถ้าเทียบกับสิ่งที่น้องมันคอยช่วยเหลือผมมาตลอด

"ถ้าปฏิเสธจะงอนใช่ไหมล่ะคะ งั้นอะตอมจะรับไว้นะ"คนตรงหน้าว่าก่อนจะรับเงินจากมือผมไป ทำเอาผมหลุดยิ้มออกมา รู้ใจกว่าใครเห็นจะเป็นเจ้าเด็กคนนี้ล่ะมั้งเนี่ย

"โอเค ไว้เจอกันนะ"

"ไว้เจอกันค่า บ๊าบาย~"

ผมมองร่างเล็กเดินออกไปจนลับสายตา ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลต่อ ขืนพ่อไม่เห็นหน้าผมทุกเย็นเป็นได้โทรเข้าเครื่องผมกันพัลวันเเน่ ผมก็เเค่ตัดความเป็นห่วงบวกความรำคาญไปในตัวด้วยเท่านั้นเอง

ครืดดดด~~~ ครืดดดดด~~~

'HOME'

ผมเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาปเเละปรากฏเบอร์ของผู้ชายที่ผมกำลังนึกถึงอยู่พอดี เเต่เพราะขับรถอยู่ผมเลยไม่ได้รับ พอรถติดไฟเเดงผมถึงหยิบมันขึ้นมาโทรกลับหาเขาทันที

"ว่าไงโฮม โทรมามีอะไรเหรอ พอดีผมขับรถอยู่"

( ไหนหนังสือที่คุณบอกผม )

ผมกลอกตาไปมาทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงฉุนๆของเขา ลืมไปซะสนิทเลยว่าก่อนหน้านี้ผมให้เขาไปเอาหนังสือให้ เเต่ไอ้หนังสือที่ว่ามันกลับไม่มีอยู่จริงนี่สิ

ก็รู้อยู่หรอกว่าโกหกเเบบนั้นมันไม่ดี เเต่ผมไม่อยากให้เขามาเห็นการกระทำที่ไม่ดีของผมเช่นกัน...

"อ่า..หนังสือ"

( เรามีเรื่องต้องคุยกัน..คืนนี้ )

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาไปรู้ไปเห็นอะไรมา เขากำลังโกรธผมล่ะ การตัดสายใส่กันเเบบนี้มันจะมีเฉพาะตอนที่เขาโกรธ โมโห ไม่พอใจก็เเค่นั้น

ไว้ค่อยหาวิธีง้อทีหลังละกัน..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป