บทที่ 6 EP.6 พรหมลิขิต
วันเสาร์
คลับ YOU.
"เป็นไงมึง" หวังถามไฟแช็ก "นี่ขนาดเปิดร้านสักเล่นๆ ยังมีคนมาต่อคิวเยอะมาก"
"มึงรู้ไหมว่าทำไม"
"ทำไมวะ"
"เด็กแว่นนั่นเอาร้านกูไปลงเพจโปรโมตซะยิ่งใหญ่อลังการคนติดต่อมาจนกูงง!"
"ก็ดีแล้วไงเมียช่วยผัวทำมาหากิน"
"กูไม่ได้อยากมีเมีย!"
ไฟแช็กยังหวงอิสระแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามเขาก็ยังรู้สึกเสียดายที่ต้องแต่งงาน
"ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้แต่งกับเด็กแถวบ้านที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก" ไฟแช็กย้อนความหลัง
"พรหมลิขิตไง" หวังฉีแซว
"พรหมลิขิตหรือเวรกรรม แล้วที่สำคัญเป็นกรรมของกูด้วย!!"
"มึงจะได้เลิกเคียว! องคชาตมึงจะได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งบ้าง ฮ่าๆ ใช้งานเยอะเกิน"
"มึงก็ใช่ย่อยนะครับ"
สองหนุ่มเพื่อนซี้ยังคงทะเลาะเชิงเย้ยหยัน สักพักก็มีสาวสวยเดินเข้ามานั่งริมข้าง มือเรียวลูบไล้ไหล่กว้างของไฟแช็กพร้อมโน้มตัวกระซิบกระซาบ จากนั้นเขาก็ลุกเดินตามออกไป
หลังคลับ
ปึก!
แผ่นหลังหนาปึกถูกผลักกระแทกติดกำแพง สองสายตาส่อแววเสน่หายั่วยวนกันไปมา
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ"
"คิดถึงน้องมิ้วเหมือนกัน"
"แน่ใจนะคะว่าคิดถึง ดีเอ็มไปก็ไม่ตอบกลับ"
"พี่เพิ่งเปิดร้านสักใหม่งานก็เลยยุ่ง"
เพราะเป็นคู่นอนเก่าเลยไม่ต้องพูดถึงรสนิยมเรื่องความร้อนแรงที่เธอผู้รู้จักมักคุ้น ไฟแช็กหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบควันสีขาวโขมง ส่วนสาวสวยก็คุกเข่านั่งลงจดจ่ออยู่กับเป้าที่เริ่มตึงเพราะอวัยวะแข็งรู้งานมันพองโต มือเรียวรีบปลดเข็มขัดเธออยากจะเล่นอนาคอนดายักษ์เต็มทน
ครืนนน ครืนนน
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ในกระเป๋าไฟแช็กจึงรีบล้วงขึ้นมา เมื่อมองหน้าจอเขาก็ขมวดคิ้วเพราะเป็นคนที่ไม่อยากจะเจรจาด้วยที่สุด
"มีอะไรอีกยัยแว่น!"
(หนูทำเสื้อพี่ไหม้ค่ะ)
"เอาไปทิ้งสิ จะโทรมาทำไมเรื่องแค่นี้"
(คือว่า....คือ)
เสียงปลายสายดูเหมือนจะมีเรื่องอึดอัดใจคำพูดติดขัดเริ่มทำให้ไฟแช็กสงสัย
"เป็นอะไร"
(แต่เป็นเสื้อตัวโปรดพี่นะคะ หนูขอโทษ)
"ตัวไหน"
(ลายดอกทอง)
"เหี้ยยยย!!"
ยังไม่ทันได้เริ่มบทสวาท ไฟแช็กรีบทิ้งบุหรี่ในมือพร้อมใช้เท้าเหยียบจนควันจางหาย จากนั้นร่ำลาสาวคู่นอนบอกว่าวันนี้คงไม่สะดวกแล้วก็รีบวิ่งออกจากร้านไป เหยียบรถหรูมิดไมล์เพื่อกลับบ้านเคลียร์ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้น
บ้านซอยสี่
แกร๊ก
ทันทีที่ประตูเปิดเข้ามาก็จ้ำอ้าวมายังกลางห้องโถงที่มีเสื้อวางกองเป็นภูเขา
"เธอรีดผ้าภาษาอะไรวะ!!"
"หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ"
"แล้วไหม้ไปกี่ตัว?!"
"แค่ตัวเดียวค่ะ"
"โอ๊ย แล้วเป็นตัวโปรดของกูอีก!"
คำด่าทอเริ่มออกมาจากปากไม่พัก แต่ครั้งนี้แปลกนิดหน่อยเพราะตัวเล็กเอาแต่นั่งนิ่งก้มหน้า "ด่าแค่นิดหน่อยทำเป็นซึม!! ไม่ตบให้ฟันกระเด็นหลุดออกมาก็ดีแค่ไหนแล้ว"
อารมณ์ฉุนเฉียวยังถาโถมไม่พัก แต่ตัวเล็กกลับไม่ตอบโต้
"เป็นอะไรแป้งฝุ่น?" ครั้งนี้น้ำเสียงอ่อนลง
"หนู โดน"
"โดนอะไร..."
"หนูโดนไฟดูดค่ะ"
"ฮะ!! แล้วทำไมไม่บอกฉันวะ"
เสื้อตัวโปรดที่อยู่ในมือถูกเขวี้ยงลงพื้น เขารีบตรงดิ่งเข้ามาหาแล้วจับร่างกายของตัวเล็กพลิกไปมา ก่อนจะรีบคว้ากุญแจเพื่อจะพาไปหาหมอ
"ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ! ดีขึ้นแล้วแค่ ตะ..ตกใจ"
"แล้วทำไมถึงโดนไฟดูดได้"
"เตารีดมันพังแต่หนูแอบซ่อมแล้วมันก็ยังใช้ได้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยนะคะ"
"เฮ้ย!! เธอไม่ใช่ช่างที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าซ่อมเองแบบนี้มันอันตรายตายมานักต่อนักแล้วนะ โอ๊ยกูจะบ้าาา!!"
"ตอนโดนดูดหนูกลัวมากๆ ฮึก"
น้ำตาที่กลั้นเอาไว้เริ่มไหลออกมาแต่รู้ว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงงอแงจึงรีบใช้หลังมือปาดเช็ด
"เจ็บไหม" น้ำเสียงไฟแช็กถามห่วงใย
"เจ็บค่ะ"
"เธอนี่แม่ง...เฮ้อ"
"หนูขอโทษนะคะที่สร้างแต่ปัญหา"
ครั้งนี้เขาไม่ด่าทอแต่กลับใช้มือลูบผมยาวเพื่อปลอบประโลมความตกใจที่เกิดขึ้น
ควับ!
แป้งฝุ่นโผเข้ากอดร้องไห้สะอื้น พรั่งพรูความรู้สึกออกมา
"หนูกลัวว่าตายแล้วจะไม่ได้เจอพี่ ฮือ~"
"จะตายแล้วยังคิดถึงแต่ฉันอีก"
"หนูรู้ดีว่าถ้าตายไปคนดีอย่างหนูจะต้องได้ขึ้นสวรรค์ แต่คนไม่ดีอย่างพี่ก็ต้องลงนรก"
"ขอบคุณที่อวยพร ถุ้ยยย!! เดี๋ยวเธอจะได้ตายจริงปากดีนักเด็กแว่น"
"หนูล้อเล่นค่ะ ฮึบ~ ตะ แต่หนูกลัวมาก"
"จากนี้ไปถ้าอะไรพังให้มาเบิกเงินที่ฉันไปซื้อไม่ต้องซ่อมเองมันอันตราย!"
"ได้ค่ะ"
"ฉันเองก็ผิดที่มาถึงก็ด่าเธอไม่ยอมฟังอะไร ดีนะที่เธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน"
เขาพูดจาอ่อนลง ถึงจะยังปากร้ายแต่สายตาส่อแววถึงความเป็นห่วงและกังวล รีบตรวจเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านทุกชิ้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ อีกทั้งยังดูแลตัวเล็กอย่างดี เตรียมยาให้กินและพากลับเข้าไปพักผ่อนโดยนอนอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน มือเรียวสวมกอดร่างกำยำไว้
คงเป็นคืนที่นอนหลับฝันดีมากๆ แน่เลย
