บทที่ 10 อย่าเดินหนีฉัน
คอนโดแห่งหนึ่ง
ครืน ครืน
“ว่าไงเซลีน”
(คิดถึง~)
“รีบกลับมาสิ”
(ฉันมีข่าวดีจะบอกด้วยแหละ)
“อะไร อย่าบอกนะว่ามีแฟนแล้ว”
(ไม่จ้ะ ตราบใดที่ยังไม่เจอเนื้อคู่ ฉันจะไม่มีวันยกเวอร์จิ้นของตัวเองให้ใครไปฟรี ๆ แน่นอน)
“ค่า ๆ ว่าแต่มีอะไร”
(พรุ่งนี้มารับที่สนามบินด้วยนะ)
“กลับมาแล้วเหรอ กรี๊ด!” ร่างเล็กร้องพร้อมกระโดดด้วยความดีใจที่เพื่อนคนเดียวของเธอกำลังจะกลับประเทศไทยในอีกไม่ช้า ความจริงเธอมีเพื่อนหลายคน เพียงแต่คนนี้เป็นเพื่อนที่เธอสนิทที่สุด อาจเพราะเราทั้งคู่เป็นคนไทยเลยคุยกันง่าย บวกกับเซลีนมีนิสัยเข้ากับคนง่าย ทั้งยังเป็นคนเฮฮา ชอบเล่าเรื่องตลกให้เพื่อนฟังอยู่บ่อย ๆ เซลีนเลยเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ในกลุ่ม นี่ก็คงจะเที่ยวจนหนำใจแล้วสินะ ถึงกลับมาได้สักที เราสองคนเคยสัญญากันเอาไว้ ถ้าจะเรียนก็เรียนด้วยกัน หากคนใดคนหนึ่งไม่ต่อแล้ว อีกคนก็จะไม่ต่อเช่นเดียวกัน
(ใช่ ฉันถึงประเทศไทยพรุ่งนี้เที่ยง ฉะนั้นเธอต้องมารับฉันด้วย)
“ได้สิ ๆ ฉันจะรีบไปรอตั้งแต่เช้าเลย”
(ถ้าไม่มานะ จะบ่นให้หูชาเลย)
“ฮ่าฮ่า”
(พรุ่งนี้อย่าลืม)
“อืม ๆ”
(แค่นี้แหละ)
“พรุ่งนี้ชวนยัยเซลีนไปด้วยดีกว่า” พรุ่งนี้ถือว่ามีคนไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนแล้ว ไม่ต้องไปยืนเหงาอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้าคนเดียว แค่รู้ว่าเพื่อนจะกลับมาเธอก็ดีใจจนนอนไม่หลับ อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง จริงสิ! เธอต้องส่งข้อความไปลางานกับพี่แผ่นดิน ยัยเซลีนมาถึงเที่ยง งั้นก็ทำถึงแค่สิบเอ็ดโมง นึกได้ก็รีบกดเข้าแชตคนตัวโตทันที พร้อมกับพิมพ์ข้อความแล้วกดส่งให้กับประธานหนุ่ม
ลูกพีชวางมือถือไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วเดินไปทิ้งตัวนอนราบไปกับเตียงใหญ่ ผ่านไปสักพักเสียงแจ้งเตือนมือถือก็ดังขึ้น ร่างเล็กดีดตัวลุกนั่งแล้วเอื้อมมือไปหยิบมาดู
พี่แผ่นดิน: จะไปไหน
ลูกพีช: ไปรับเพื่อนค่ะ
พี่แผ่นดิน: ไม่ให้ลา
ลูกพีช: พีชลาแค่ครึ่งวันค่ะ หรือไม่ก็ให้พีชไปรับเพื่อนก่อนแล้วจะรีบกลับมาทำงาน
พี่แผ่นดิน: อย่าคิดว่าพ่อฉันดีด้วยแล้วฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้นะลูกพีช
ลูกพีช: พีชไม่ได้ลาไปเที่ยวค่ะ ไปรับเพื่อน
คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเบา ๆ ทำไมคุยกับเขามันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ แผ่นดินดูเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากที่สุด ไหนจะเรื่องที่เขาทิ้งเธอไว้วันนี้อีก อยากรู้เหมือนกันว่าเธอไปทำอะไรให้เขาเกลียดหนักหนา ในขณะที่นั่งคิดเรื่องชวนปวดหัว จู่ ๆ มือถือก็แผดเสียงร้อง พอหลุบมองมือถือในมือก็เห็นเบอร์แปลกโทรเข้ามา
“ใคร” ลองรับดูหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง
ติ๊ด!
“สวัสดีค่ะ”
(ฉันไม่ให้ลา) เสียงนี้มัน ถึงขนาดต้องโทรมาเลยเหรอ เมื่อกี้เขาก็ตอบมาแล้วแท้ ๆ ว่าไม่ให้ลา แล้วจะโทรมาย้ำอีกทำไม
“ค่ะ”
(พรุ่งนี้ฉันต้องไปงานเลี้ยง เธอต้องไปกับฉัน)
“....” งานเลี้ยงงั้นเหรอ ลืมไปเลยว่าครอบครัวเราสนิทกันมาก งั้นก็แสดงว่าพรุ่งนี้พวกเราสองครอบครัวต้องไปเจอกันที่นั่นสินะ
(เงียบทำไม)
“เปล่าค่ะ”
(หรือโกรธที่ฉันปล่อยให้กลับเอง)
“ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นค่ะ” เธอไม่จำเป็นต้องโกรธให้เสียเวลาตัวเองเลย ในเมื่อตัวเธอกลับมาถึงที่พักอย่างปลอดภัยแล้ว แม้ว่าตอนนั้นจะมีความรู้สึกน้อยใจอยู่ลึก ๆ ก็ตาม
(หึ อวดดี)
“สรุปพีชลางานไม่ได้ใช่ไหม”
(หางเสียงไปไหน)
“เฮ้อ..”
(ถอนหายใจทำไม)
“นี่พะ..”
ทันใดนั้นเอง..
แกร็ก!
“.. /..” ลูกพีชและผืนป่าสบตากันนิ่ง ชายหนุ่มไม่คิดว่าหญิงสาวจะเข้ามานอนห้องนี้ เขานึกว่าเธอจะไปนอนห้องที่ตัวเองนอนเป็นประจำ เพราะห้องนี้ยังไม่ได้ให้คนมาทำความสะอาดให้ เขาเลยตั้งใจจะเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนชุดสักหน่อย ทว่ากลับมาเจอเธอนั่งคุยมือถืออยู่ในห้องพอดี
“เอ่อ..” เนื่องจากผืนป่าสวมเพียงกางเกงสแล็กสีดำเท่านั้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้าม ทำเอาหญิงสาวในห้องนิ่งชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้สติเธอจึงรีบเบือนหน้าหนีด้วยความรวดเร็ว ทำให้หญิงสาวลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังถือสายใครอีกคนไว้อยู่
“ทำไมไม่นอนห้องฉัน”
“พีชเห็นว่าห้องนี้พอนอนได้ก็เลย..”
“ไปนอนที่ห้องฉัน” ฝุ่นเยอะขนาดนี้จะมานอนได้ยังไง ปกติจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุก ๆ อาทิตย์ เผอิญว่าแม่บ้านที่มาทำประจำดันป่วย เลยไม่มีใครมาทำแทน อาทิตย์หน้าถึงจะกลับมาทำงานปกติ
“มะ..”
“จะอาบน้ำไหม”
“พีชไม่มีชุดค่ะ”
“เอาเสื้อฉันไปใส่ก่อน” ผืนป่าหายเข้าไปในห้องแต่งตัว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่และกางเกงวอร์มสีเทา
“ขอบคุณค่ะ”
(หึ~)
“ฮัลโหลพะ.. อ้าว วางสายไปแล้ว” ลูกพีชเลิกสนใจแล้วหันไปมองอีกคน ทว่าผืนป่ากลับหายไปแล้ว น่าจะเข้าไปอาบน้ำแล้วมั้ง คนตัวเล็กเก็บเอาของตัวเองแล้วออกจากห้องไป เพื่อไปอาบน้ำล้างตัวให้ผ่อนคลาย จะได้นอนพักผ่อนเอาแรงไปสู้รบกับท่านประธานจอมเอาแต่ใจของเธอ
วันรุ่งขึ้น
ตึก ตึก
“ลูกพีช!” เสียงตะโกนเรียกชื่อคนตัวเล็กดังมาจากอีกทาง ใบหน้าสวยหันไปมองยังที่มาของเสียง ก่อนจะเผยรอยยิ้มหวานอ่อน ๆ
“พี่ทิชา”
“เป็นไงบ้าง”
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“ที่ไปทำงานกับคุณแผ่นดินมาเมื่อวาน” พอท่านประธานใหญ่บอกว่าลูกพีชจะออกไปคุยงานข้างนอกกับแผ่นดิน ทำให้เธอรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย กลัวว่าแผ่นดินจะทำอะไรกับลูกพีชหรือเปล่า รายนั้นยิ่งไม่ค่อยชอบขี้หน้าลูกพีชอยู่ด้วย
“ไม่มีอะไรนี่คะ ปกติดี” ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่ตัวเองถูกทิ้งให้กลับเอง เธอจะแกล้งทำเป็นลืมเหตุการณ์เมื่อคืน จะถือเสียว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอก็แล้วกัน
“เฮ้อ แล้วไป”
“พี่ทิชามีอะไรหรือเปล่า” ทำไมถึงทำเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง หรือว่ากลัวผู้ชายคนนั้นจะทำไม่ดีกับฉัน กลั่นแกล้งฉันแบบนั้นเหรอ งั้นก็คงไม่ทันแล้ว เพราะเขาทำไปแล้ว
“เปล่าหรอก เราไปทำงานกันดีกว่า”
“ค่ะ” แล้วทั้งสองก็เดินควงแขนพากันไปทำงานของตัวเอง
“ลูกพีชไปกินข้าวกัน”
“พี่ทิชาจะไปกินอะไรเหรอคะ”
“ร้านข้างบริษัทนี่เอง แต่เป็นร้านอาหารอีสานนะ เราไหวไหม”
“เอ่อ.. พีชยังไม่ดีกว่าค่ะ” เธอไม่ค่อยถนัดอาหารแนวนี้สักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ารังเกียจนะ กินได้ แต่ถ้าให้เลือกก็เอาแนวที่ตัวเองชอบดีกว่า เธอถนัดพวกอาหารอิตาเลียนมากกว่า
“โอเค งั้นพี่ไปก่อนนะ”
“ค่ะ”
หลังจากที่ทิชาออกจากห้องไปแล้ว ลูกพีชก็กลับมาเคลียร์งานตัวเองต่อ เธอแยกเอกสารที่ทำเสร็จแล้วไปวางยังชั้นวางของด้านหลัง ตอนนี้เหลืองานอีกไม่เยอะ ไว้ค่อยกลับขึ้นมาทำต่อก็แล้วกัน ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังวุ่นอยู่กับกองเอกสาร จู่ ๆ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมองเพราะเข้าใจว่าคนที่เข้ามาคือทิชา
“พี่ทิ..” ทว่า..
“....” ยืนจ้องหน้า
“พี่แผ่นดิน”
“หลับสบายดีไหม” แสยะยิ้มมุมปาก
“..ค่ะ” คนตัวเล็กนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป ถ้าเธอไม่เข้าข้างตัวเองเกินไป สายตาที่แผ่นดินใช้มองเธอเต็มไปด้วยความดุดัน ราวกับว่าเขาไม่พอใจอะไรสักอย่างในตัวเธอ หรือจะเป็นเรื่องที่เธอลางานวันนี้ แต่เขาก็ไม่ให้ลานี่
เมื่อเช้าลูกพีชส่งข้อความไปบอกเซลีนว่าไม่ได้ไปรับ แต่ให้คนที่บ้านไปรับแทน ตอนนี้ก็น่าจะถึงคอนโดเธอแล้ว เนื่องจากคืนนี้เซลีนต้องไปงานเลี้ยงกับเธอ หญิงสาวจึงไปพักผ่อนที่คอนโดลูกพีชแทน เพราะไม่อยากเดินทางไปมาให้เหนื่อย เนื่องจากบ้านเธออยู่แถบชานเมือง เลยขออยู่กับเพื่อนสักสองสามวันแล้วค่อยกลับก็แล้วกัน
“คงจะมีความสุขมากที่ได้อยู่กับมัน หึ”
“คะ?” เขากำลังจะสื่ออะไรกันแน่
“ไหนคำตอบ”
“ไม่ว่างค่ะ” เขาคงจะหมายถึงเรื่องไปงานด้วยกันเมื่อคืน เพราะเราคุยกันยังไม่จบแต่สายก็ตัดไปก่อน
“ทำไม” เธอจะไปไหน ทำไมถึงไม่ว่าง แล้วมันสำคัญถึงขนาดต้องปฏิเสธเขาทันควันเลยหรือไง
“พีชต้องไปกับครอบครัวค่ะ” เธอต้องไปกับครอบครัว ส่วนเขาก็ต้องไปกับครอบครัวตัวเองเหมือนกัน ยังไงซะเราก็ต้องไปเจอกันที่งานอยู่ดี ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน ต่างคนต่างไปน่ะดีแล้ว เธอไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างถนนอีก
“ไปพร้อมฉันแล้วมันจะทำไม” หรือกลัวมันรู้ หึ~ สุดท้ายแม่งก็เป็นแบบนี้จนได้
“พีชขอตัวไปพักเที่ยงก่อนดีกว่า” ลูกพีชวางทุกอย่างในมือลงแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย คนตัวเล็กเดินผ่านหน้าอีกคนไป ทว่า..
หมับ!
“อย่า..” น้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับกำลังอ้อนวอนไม่ให้เธอไป สร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวอยู่ไม่น้อย แต่มันก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“อย่าเดินหนีตอนที่ฉันกำลังพูดอยู่”
กึก!
“....” ดวงตาคู่สวยหลุบมองข้อมือตัวเอง แผ่นดินออกแรงบีบจนเธอนิ่วหน้าเจ็บ กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองยืนจับมือกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็หันหลังให้กัน
“เจ็บเหรอ”
‘เจ็บเหรอ’
“อ๊ะ!” จู่ ๆ ลูกพีชก็ร้องขึ้นพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งทั้งที่มือยังไม่หลุดจากกัน
“....”
“พะ พี่”
“ไปสิ ออกไป”
พรึ่บ~
“อึก..”
“แค่นี้ไม่ตายหรอก” สิ้นประโยคแผ่นดินก็เดินเข้าห้องนอนที่อยู่ในห้องทำงานไป ทิ้งให้หญิงสาวนั่งจมอยู่กับคำพูดของเขา เหตุการณ์เมื่อกี้มันคืออะไร ประโยคที่แทรกเข้ามา เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน..
