บทที่ 11 เจ็บเหรอ
เวลา 19:30
“ทำไมแผ่นดินยังไม่มาอีก” เสียงของชายวัยกลางคนพูดขึ้น น้ำเสียงเริ่มโมโห นัดหนึ่งทุ่ม แต่จนป่านนี้แล้วแผ่นดินยังมาไม่ถึง มันใช้ได้ที่ไหนกัน
“.....” พรเกียรติและคนรัก รวมถึงผืนป่ายืนรอลูกชายคนโตอยู่หน้างาน ไม่รู้ว่ามันหายหัวไปไหนหรือทำอะไรอยู่
“โทรเรียกมัน”
“ไม่ต้อง” ผืนป่ายกมือห้ามลูกน้องที่กำลังจะโทรหาแผ่นดินตามคำสั่งผู้เป็นนาย เพราะคนที่ทุกคนกำลังรออยู่ขับรถมานั่นแล้ว
ปรื้นน เอี๊ยด!~
“....” ทุกสายตาจับจ้องไปยังเจ้าของร่างสูงที่ก้าวลงจากรถมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แผ่นดินในชุดสูทสีดำดูสง่า ทรงผมถูกเซตให้เข้ากับชุด ทุกอย่างบนร่างกายของเขาลงตัวไปหมด แผ่นดินส่งกุญแจให้ลูกน้องเอารถไปเก็บแล้วเดินเข้าไปหาทุกคนที่กำลังรออยู่
ตึก ตึก
“มัวทำอะไรอยู่”
“หลับ”
“แกคิดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่หรือไงแผ่นดิน”
“คุณคะ พอแล้ว ไหน ๆ ลูกก็มาแล้ว เข้างานกันเถอะ”
“....” สายตาคมกริบสองคู่จ้องกันอย่างไม่ลดละ ก่อนที่พรเกียรติจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วหมุนตัวเดินเข้างานไปพร้อมกับภรรยา
“ไง” แผ่นดินทักทายน้องชายตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ทว่าอีกฝ่ายกลับเอาแต่ยืนเงียบไม่ทักทายตอบ
“....”
“ไม่ดีใจที่เห็นพี่ตัวเองหรือไง”
“....”
“หรือเสียใจที่เธอไม่มาด้วย”
“ระวังปากหน่อย”
“หึ ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ”
“ไอ้แผ่นดิน!”
ในตอนที่ทั้งสองกำลังมีปากเสียงกัน ก็ได้มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาจอดไม่ไกลจากทั้งสอง สายตาสองคู่หันไปมองพร้อมกัน ก่อนจะพบกับหญิงสาวสองคนที่ก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่เพิ่งขับเข้ามาจอด ลูกพีชอยู่ในชุดราตรีสีขาวเข้ารูปลายลูกไม้ ด้านหลังเผยสัดส่วนโชว์แผ่นหลังขาวเนียน ชุดที่ดูจะเรียบร้อย ทว่าด้านหลังกลับดูเซ็กซี่ชวนเหลียวมอง พอไปอยู่บนตัวเธอแล้วช่างสวยสง่าเหลือเกิน ถัดไปก็เป็นเพื่อนสาวคนสวยอย่างเซลีน หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มแต่แฝงความเย่อหยิ่ง ชุดที่เซลีนใส่เป็นเดรสสีขาวสายเดี่ยวกระโปรงยาวลายลูกไม้ที่สวยสะดุดตา ต้องบอกว่าทั้งสองกินกันไม่ลงจริง ๆ แต่ที่น่าสะดุดตาแขกในงานที่สุดคงจะเป็นสีผมของเซลีนมากกว่า ชมพูเด่นมาแต่ไกลเชียว
“พี่แผ่นดิน พี่ผืนป่า” ลูกพีชพึมพำเรียกชื่อชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขา ตามด้วยเซลีนที่ยกมือไหว้ทั้งสองตามมารยาท แต่เดี๋ยวนะ? แผ่นดินงั้นเหรอ เซลีนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกคุ้นชื่อนี้จัง เอ๊ะ.. หรือว่าเขาจะเป็นคนเดียวกับที่โทรเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน ใช่แผ่นดินคนเดียวกันใช่ไหม
“ลุงกับป้าอยู่ไหน” ผืนป่าถาม
“อยู่ในงานแล้วค่ะ” ท่านทั้งสองมาถึงงานก่อนเธอแล้ว เพราะมัวแต่เลือกชุดช่วยยัยเซลีนเลยทำให้มาช้าหน่อย
“อืม”
“เราเข้างานกันเถอะค่ะ” แผ่นดินมองคนตัวเล็กด้วยแววตายากจะคาดเดา เขาไม่แม้แต่จะทักทายหญิงสาว ทำเพียงยืนล้วงกระเป๋ามองเธอเท่านั้น แต่ในขณะนั้นเอง..
“เอ๊ะ ฉันลืมของ” ลูกพีชลืมมือถือไว้ที่รถ เธอหยุดเดินแล้วหันไปบอกกับเพื่อนด้านหลัง
“แกเข้าไปหาพ่อกับแม่ฉันก่อนนะ เดี๋ยวขอไปเอามือถือก่อน”
“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม”
“ไม่ต้อง ไปให้พวกท่านเห็นก่อนว่าเรามาแล้ว”
“เอางั้นเหรอ”
“อือ ๆ”
“รถอยู่ไหน” ผืนป่าที่เงียบอยู่เอ่ยขึ้น
“อยู่ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ”
“เดี๋ยวไปเอาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ แค่นี้เอง พีชไปเอาเองดีกว่า”
“ตามใจ”
“ทุกคนเข้างานเถอะค่ะ” ส่วนเธอจะไปเอามือถือก่อน เดี๋ยวตามเข้าไปทีหลัง
“รีบมานะแก”
“อือ!” พยักหน้ารัว ๆ
ลูกพีชหมุนตัวเดินกลับไปเอามือถือที่รถตัวเอง ซึ่งรถจอดอยู่ไม่ไกลมาก แต่ก็ค่อนข้างมืดพอสมควร ทุกคนเข้างานไปแล้ว มีเพียงชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แผ่นดินขยับสายตามองตามน้องชายกับหญิงสาวอีกคนที่เดินเข้างานไป ก่อนที่เขาจะกระตุกยิ้มแล้วเดินออกไปอีกทาง
ตึก ตึก
“อยู่ตรงไหนเนี่ย” หรือว่าฉันจะลืมไว้ที่ห้อง ให้ตายเถอะ! ทำไมถึงกลายเป็นคนขี้ลืมไปได้
ฉันก้ม ๆ เงย ๆ หามือถือมาหลายนาที แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ คิดว่าคงลืมที่ห้องจริง ๆ แล้วแหละ ฉันว่า
“เฮ้อ ช่างเถอะ” ฉันเลิกหาแล้วปิดประตูรถให้สนิท
“น่าจะลืมที่ห้องค่ะลุงชัย” ลุงชัยคือคนขับรถที่บ้าน วันนี้ลุงเป็นคนไปรับฉันกับยัยเซลีนมางาน ต้องรีบเข้าไปในงานแล้ว เดี๋ยวยัยเซลีนบ่นหูชาอีก ฉันหมุนตัวเพื่อจะกลับไป ทว่า..
ปึก!
“อ๊ะ พะ พี่แผ่นดิน” เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด
“....”
“อะ อะไรคะ” ทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นด้วยล่ะ หรือว่ามีอะไรติดหน้าฉันงั้นเหรอ ฉันรีบยกมือจับหน้าตัวเองดู เผื่อจะมีอะไรติดหน้าตัวเองจริง ๆ
“เธอไปอยู่กับมันได้ยังไง”
“คะ?”
“ทำไมถึงไปอยู่กับมัน”
“อ่า..” คงจะหมายถึงเรื่องที่เธอไม่นอนกับพี่ผืนป่าสินะ จะถามว่ารู้ได้ยังไงก็คงตลกไปหน่อย เพราะเมื่อคืนตอนที่พี่แผ่นดินโทรมา คงได้ยินเสียงพี่ผืนป่าคุยกับฉัน ไม่แปลกที่พี่เขาจะรู้
“พี่ผืนป่าให้ไปนอนค่ะ”
กึก!
“เธอว่าไงนะ” ฉันพูดอะไรผิดงั้นเหรอ ก็พูดตามความจริงทั้งนั้น แล้วทำไมต้องทำเหมือนไม่พอใจฉันด้วยล่ะ ก็พี่แผ่นดินเองไม่ใช่เหรอที่ทิ้งฉันไว้แบบนั้น เขาจะมาโกรธทำไม แทนที่จะเอาเวลาไปสนใจคนของตัวเอง จะมาสนใจเธอทำไมก็ไม่รู้
“พีชต้องรีบเข้างาน”
“หึ จะรีบเข้างานหรือไปหามันกันแน่”
“พี่เป็นอะไรไปพี่แผ่นดิน”
“จะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉัน”
“งั้นพีชจะไปหาใครมันก็เรื่องของพีช รบกวนปล่อยด้วยค่ะ” พี่เขาเล่นกักขังฉันไว้แบบนี้จะให้หนีได้ยังไง วันก่อนยังทำเหมือนเกลียดฉันอยู่เลย พอมาตอนนี้กลับทำเหมือนไม่ชอบที่ฉันเข้าใกล้คนอื่น เขายังปกติอยู่ใช่ไหม
“จะอวดเก่งก็ดูสถานการณ์หน่อย” ที่นี่ไม่ใช่บ้านหรือห้องทำงานที่เขาจะมาออกคำสั่งกับเธอได้ ฉะนั้นเขานั่นแหละที่ควรดู
“พี่เกลียดอะไรพีชนักหนา”
“พี่เกลียดอะไรพีชนักหนา”
ประโยคที่เธอพูดยังวนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ เขากำลังทำอะไรอยู่ จะไปยุ่งกับเธอทำไม ในเมื่อตัวเองก็ไม่ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนั้นอยู่แล้ว สายตาคมกริบขยับมองผู้คนในงาน ก่อนจะไปสะดุดกับหญิงสาวสองคน
“อยากได้ก็ไปเอาคืนมา”
ขวับ!
“ไอ้ฟีนิกซ์”
“....” ฟีนิกซ์ปรายตามองเพื่อนสนิท เขายืนดูมาสักพักแล้ว เห็นมันเอาแต่มองลูกพีชไม่ละสายตา ถ้ามันจะมองขนาดนั้นก็เอากลับไปนอนกอดที่บ้านเถอะ
“มึงมะ..”
“ไอ้วาคิน” เขาไม่รอให้เพื่อนพูดจบก็แทรกขึ้นทันที ทั้งที่ฝันดีก็ชัดเจนว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับมัน แล้วทำไมยังดึงดันที่จะตามตื๊ออยู่ได้ เขารู้ว่าลึก ๆ แล้วมันกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ เพียงแค่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง แต่ถ้ามากไปก็คงต้องพูด
“..อือ”
ในขณะที่ทั้งสองยืนพูดคุยกันอยู่นั้น แผ่นดินได้เอื้อมมือไปหยิบเครื่องดื่มมากระดกรวดเดียวหมดแก้ว แล้วมีเพียงแก้วเดียวเท่านั้นที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้มือเขา ซึ่งพนักงานนำมาให้เขาโดยเฉพาะ ทันทีที่น้ำสีอำพันถูกกลืนหายลงไปในลำคอ พร้อมกับแก้วเปล่าวางลงที่เดิม แผ่นดินก็กลับไปคุยกับเพื่อนตัวเองต่อ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังจับจ้องอยู่
