บทที่ 4 มองหน้าฉันสิ
“สวัสดีค่ะ..!!” คำพูดถูกกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อพบกับใครบางคนที่เธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดีกำลังนั่งกอดอกส่งสายตาเรียบนิ่งมายังเธอ หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ก้าวขาไม่ออก ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู สายตาของคนที่กำลังจ้องมาทำให้เธอรู้สึกประหม่าอยู่ลึก ๆ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน สายตาของเขายังคงเย็นชากับเธอเสมอ
“ต้องให้ไปอุ้มไหม?” เสียงที่คุ้นเคยซึ่งไม่ได้ยินมาหลายปีดังขึ้น แผ่นดินเอาแต่จ้องมองไปยังหญิงสาว ทำเอาเธอไม่กล้าสบตา เขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก ดูไม่ใช่พี่ชายข้างบ้านที่เธอเคยรู้จักเลย มีอย่างเดียวที่ยังเหมือนเดิม นั่นก็คือสายตาว่างเปล่าของเขา
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ” เรียวขาสวยก้าวขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของคนตัวโต โดยที่ใบหน้าของเธอเอาแต่ก้มมองพื้น แล้วท่าทางของเธอมันดันชวนหงุดหงิดเสียด้วยสิ ทำเหมือนกับว่าเขาเป็นผีอย่างนั้นแหละ
“มองหน้าสิ” การจะทำงานด้วยกันต้องสบตากันสิ ถ้าขืนเอาแต่ก้มหน้าอยู่แบบนั้นคงคุยกันไม่รู้เรื่องพอดี เธอคงเข้าใจใช่ไหม
“ลูกพีชต้องทำอะไรบ้างคะ” หญิงสาวเลือกที่จะพูดเกี่ยวกับงาน ถามในส่วนที่ตัวเองได้รับผิดชอบ เธอรู้แค่ว่าโต๊ะทำงานของเธออยู่ในห้องเดียวกับเขาเท่านั้น แล้วไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองต้องทำอะไรบ้าง
“แก้ไม่หายเลยสินะ นิสัยแบบนี้” นิสัยอวดดี ทำเป็นเก่งทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เรื่องห่าเหวอะไรเลย ถ้าไม่ติดว่าพ่อสั่ง เขาคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก
“พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ” ก่อนที่เธอจะเถียงกลับมาอย่างไม่ยอม เมื่อก่อนเธออาจจะยอมให้เขาว่า แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เธอไม่ใช่ลูกพีชคนอ่อนแอที่เขาเคยกระทำในเมื่อก่อน แล้วไม่ต้องถามหาความอ่อนโยนที่เธอมีต่อเขา เธอทิ้งมันไปหมดแล้ว
“อย่าปากดี ลูกพีช ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอ”
“ช่วยแจ้งงานด้วยค่ะ”
“ไปชงกาแฟมาให้ฉัน”
“อันนี้เกี่ยวกับงานด้วยไหมคะ”
“อย่ายอกย้อน”
“ไม่ได้ยอกย้อนค่ะ แค่อยากรู้ว่าเกี่ยวกับงานด้วยหรือเปล่า” หรือเป็นเพราะความไม่ชอบส่วนบุคคล ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เธอจะได้ไม่ต้องไปทำตามคำสั่งของเขา หน้าที่ของเธอคือมาฝึกงาน ไม่ได้มาให้ใครแกล้ง ฉะนั้นเขาควรทำความเข้าใจไหมซะ
“ถ้าบอกว่าเกี่ยวล่ะ”
“รอสักครู่ค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวเดินออกจากห้องเพื่อไปชงกาแฟมาให้ชายหนุ่ม เธอไม่รู้หรอกนะว่าเขากินกาแฟรสชาติไหน เอาเป็นว่าเธอจะชงตามใจตัวเองก็แล้วกัน เธอไม่อยากเสวนากับเขาไปมากกว่านี้ อยากนั่งทำงานของตัวเองอย่างมีความสุขเงียบ ๆ
“อวดดี” แผ่นดินว่าตามหลังหญิงสาวไป เขาเกลียดที่สุดคือพวกผู้หญิงอวดดีใส่ อย่านึกว่าเป็นหลานรักแล้วเขาจะไม่กล้าทำอะไร เธอกำลังคิดผิด
“กาแฟค่ะ” ผ่านไปไม่นานหญิงสาวก็นำกาแฟมาเสิร์ฟ เธอวางมันลงบนโต๊ะด้วยความเบามือ จากนั้นก็ยืนนิ่งเพื่อรออีกคนสั่งงาน ระหว่างที่รอแผ่นดินสั่งงาน เธอเอาแต่ยืนมองเขายกแก้วกาแฟขึ้นมาสูดดมกลิ่น แล้วจิบมันเล็กน้อยก่อนที่เขาจะนำมันวางลงที่เดิม
“รสชาติห่วยแตก”
“พี่ก็คงต้องไปชงเองแล้วล่ะค่ะ”
“เพื่อนเล่น?”
“^^”
“วันนี้ฉันมีนัดคุยงานกับลูกค้าข้างนอก”
“ค่ะ”
“เธอต้องไปกับฉัน”
“ทำไมต้องเป็นพีช” เธอเพิ่งมาทำงานวันแรก ยังไม่รู้เกี่ยวกับเนื้องาน คงไม่เหมาะหากจะให้เธอออกไปพบลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน พี่แผ่นดินควรเลือกพนักงานที่เป็นงานมากกว่านี้ เช่น เลขาที่อยู่หน้าห้อง
“ฉันเป็นเจ้านาย เป็นคนจ่ายเงินเดือน ฉันอยากให้ใครไปมันก็เรื่องของฉัน”
“รับทราบค่ะ” ในเมื่อเขาอยากให้เธอไปมากนัก เธอก็จะไปให้ แต่หากคำถามไหนที่ลูกค้าถามมาแล้วเธอไม่สามารถตอบได้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าเธอเช่นกัน
“ก็ดูเข้าใจง่ายนี่ แล้วจะทำให้ฉันหงุดหงิดทำไม”
“ลูกพีชขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” เธอเหลือบไปเห็นกล่องเอกสาร คิดว่าน่าจะเป็นงานที่เธอควรได้รับผิดชอบ เธอควรเอาเวลาที่มายืนเถียงเขาอยู่ตรงนี้ไปทำงานไม่ดีกว่าเหรอ
“เชิญ”
ภายในห้องทำงานกลับมาเงียบอีกครั้ง ทั้งแผ่นดินและลูกพีชต่างก็ก้มหน้าทำงานของตัวเองโดยไม่มีใครพูดหรือเอ่ยอะไรออกมา ยิ่งเวลาทำงานแล้วทั้งสองจะมีมุมคล้ายกันมาก ถึงเวลาเล่นก็คือเล่น เวลางานก็คืองาน
ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตครับนาย” คราม เลขาส่วนตัวของแผ่นดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารมากมาย
“เอาไปให้เธอ”
“ขออนุญาตนะครับคุณลูกพีช” ครามขออนุญาตพร้อมกับวางเอกสารที่ตนนำมาไว้บนโต๊ะหญิงสาว แล้วงานบนโต๊ะมันล้นจนมองไม่เห็นใบหน้าคนตัวเล็ก นี่เขากะจะรับน้องใหม่เลยหรือไง เห็นว่าเรียนจบด้านนี้มา ก็อยากจะทดลองงานเธอสินะ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยทำงานในบริษัทมาก่อนก็ตาม แต่เอกสารพวกนี้เธอก็พอจะรู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไรและต้องทำตรงไหน เพราะเธอเรียนสายนี้โดยตรง เอาเป็นว่าเธอจะแกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วตามน้ำอีกคนไปก็แล้วกัน ภายนอกที่ดูเรียบร้อย แต่ข้างในมันแก่นจนตัวเธอเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน
เวลา 17:00
“คะ?” ลูกพีชเลิกคิ้วถามคนที่เอาแต่ยืนมองไม่พูดไม่จา
“ฉันจะสายเพราะเธอ”
“ลูกค้านัดพี่กี่โมงเหรอ”
“คำถามนี้เธอไม่ควรถามนะ”
“การที่พี่จะเอาพีชไปทำงานด้วย อย่างน้อยพี่ก็ควรแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับงานให้พีชทราบ บอกเวลานัดของลูกค้าให้ชัดเจน เพราะถ้าพี่เงียบแล้วมายืนกดดันพีชแบบนี้ พีชก็คงไม่ตรัสรู้ว่าพี่ต้องไปทำงานกี่โมง”
“อยากรู้จังว่าอาจารย์ที่นั่นเขาสอนเธอยังไง กลับมาครั้งนี้ดูปีนเกลียวดี”
“พีชให้เกียรติคนที่แก่กว่าเสมอค่ะ แต่นี่มันคือเวลางาน เราก็ควรจะจริงจังและเนี้ยบมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ...คะ?” เหมือนกับว่าเขากำลังโดนเด็กมันด่าว่าแก่ยังไงไม่รู้
“หึหึ” ปากเก่ง อวดดีเป็นที่หนึ่ง เขาจะไม่มีทางเอาชนะผู้หญิงคนนี้ได้เลยใช่ไหม ยอมรับว่าเธอเป็นคนที่เก่งและหัวไว เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้จะไปได้สักกี่น้ำ จะรอดูว่าเธอจะทนอยู่กับเขาได้ถึง 3 เดือนหรือเปล่า ถ้าเธอทนได้ แสดงว่าเธอเป็นคนที่มีความอดทนสูงอยู่พอตัว
“สรุปแล้วพีชต้องวางงานแล้วไปใช่ไหมคะ”
“จะทำให้เสร็จก่อนก็ได้นะ” งานยังกองอยู่ล้นโต๊ะ ถ้าจะให้ไปก็สงสารเด็กน้อย เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องรีบมาเคลียร์งานอีก เลทนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะงานก็ไม่ได้สำคัญมาก คนที่เขาจะไปคุยงานด้วยก็คือเพื่อนเขาเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน
“ความจริงพีชทำงานเสร็จนานแล้วค่ะ แต่เห็นว่าพี่เอาแต่เล่นโทรศัพท์ พีชเลยไม่อยากรบกวน” พร้อมกับส่งยิ้มอ่อน
“ว่าไงนะ” เธอบอกว่าเธอทำงานเสร็จแล้ว ตลกหรือเปล่าวะ งานที่เขาให้ลูกน้องไปขนมาไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ
“เราจะไปกันเลยไหมคะ” คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย พลางส่งยิ้มให้คนตัวสูงตรงหน้า
แผ่นดินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินนำหน้าหญิงสาวออกจากห้องไปโดยไม่รอเธอ ลูกพีชรีบตามคนตัวสูงไปด้วยความรวดเร็ว เห็นว่าตัวสูงหน่อยจะเดินยังไงก็ได้งั้นเหรอ
“เราไปกันแค่สองคนเหรอคะ” คนตัวเล็กถามเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ
“แล้วทำไมต้องไปกันเยอะ”
“โอเคค่ะ” เธอจะไม่ถามเซ้าซี้ก็แล้วกัน เบื่อจะเถียงกับเขา
ในระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกจากบริษัท หญิงสาวก็เอาแต่ทอดสายตามองตรงไปข้างหน้า ส่วนแผ่นดินก็ทำหน้าที่ขับรถไปเงียบ ๆ เป็นการกลับมาเจอกันในรอบหลายปี ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกันในระยะกระชั้นชิดขนาดนี้ ทุกอย่างมันดูรวดเร็วและลงล็อกไปหมด ยอมรับว่าในหัวตัวเองมีแต่คำถามมากมายที่อยากถามครอบครัว แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่เงียบแล้วปล่อยให้มันผ่านไป ความรู้สึกของเขามันบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เหมือนว่ากำลังมีเรื่องจะเกิดขึ้นกับเขาในอีกไม่ช้า แล้วเขาดันเป็นพวกเซนส์แรงด้วยสิ
“พี่แผ่นดินสบายดีใช่ไหม” ถ้าจะไม่ถามก็ดูน่าเกลียดไปหน่อย ยังไงซะเราสองคนก็เป็นเพื่อนบ้านกัน เป็นพี่น้องที่เคยเล่นด้วยกันมาก่อน ถามสารทุกข์สุกดิบคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
“แฮปปี้” ตั้งแต่ที่เธอไม่อยู่ ชีวิตเขามีความสุขมาก ไม่เคยต้องมาคิดหนักว่าจะต้องเลี้ยงเด็กน้อยขี้แยคนหนึ่ง เขารู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกับลูกพีช มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน หรือเป็นเพราะเขาไม่เคยรู้สึกกับเธอเหมือนอย่างที่เธอเคยรู้สึกกับเขามาก่อน
“ก็คงจริงแหละ”
“ขอไม่ถามนะ”
“รู้อยู่แล้วแหละว่าจะไม่ถาม”
จากนั้นทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ที่บอกว่าอึดอัดเวลาอยู่กับเธอ เขาไม่ได้พูดเล่น เขามีความรู้สึกนั้นจริง ๆ แต่ที่ยอมก็เพราะไม่อยากให้พ่อไปยุ่งกับฝันดี คนที่ตัวเองกำลังตามจีบอยู่ในตอนนี้
