บทที่ 6 ถ้ารู้ตัวก็ดี
“คุยอะไรกัน”
“เปล่านี่คะ”
“....” แผ่นดินมองคนตัวเล็กอย่างไม่เชื่อในคำตอบของเธอ เพราะเขาคุยงานกับฟีนิกซ์อยู่นานสองนาน ใช่เหรอที่ทั้งสองจะไม่คุยอะไรกันเลย
“พี่ไม่ต้องห่วงว่าพีชจะเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่หรอกนะคะ” มันไม่ใช่นิสัยเธอเลย ลูกพีชไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ต่อให้ทั้งสองจะคบกันหรือแต่งงานกัน มันก็เป็นเรื่องของเขา หน้าที่ของเธอคือฝึกงาน จบจากนี้ก็แค่ทางใครทางมัน ต่างคนต่างก็มีชีวิตของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมายึดติดกับเรื่องในอดีต
“ถ้ารู้ตัวก็ดี”
“ลูกพีชรู้ตัวเองมาตลอดค่ะ”
“จะไปไหนต่อวะ” ในขณะที่ทั้งสองกำลังยืนถกเถียงกันอยู่ ฟีนิกซ์ก็เดินออกมาจากร้านพร้อมกับฝันดีที่ตามมาติด ๆ
“กูว่าจะกลับเลย”
“อืม” ฟีนิกซ์พยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ส่วนเขาว่าจะเข้าไปดูงานที่โกดังกับวาคินสักหน่อย น่าจะให้ฝันดีกลับเอง ก่อนหน้านั้นเขาจะให้ลูกน้องตัวเองไปส่ง แต่ฝันดีปฏิเสธ ยืนยันจะกลับเอง เขาก็ไม่ชอบเซ้าซี้ใครด้วยสิ อีกอย่าง จากร้านไปบ้านของเธอก็ไม่ได้ไกลกันมาก
“แยกย้ายกันเถอะ”
“ถึงบ้านแล้วส่งข้อความบอก” ฟีนิกซ์หันไปกำชับกับคนของตัวเอง การห่วงใยของเขาไม่ได้มาในเชิงชู้สาว มันคือการที่เจ้านายห่วงลูกน้องตามปกติเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยกันแน่นอน อีกอย่างฝันดีก็ไม่ใช่คนในสเปกของเขาด้วย
“ค่ะท่านประธาน”
“ไปละ” ฟีนิกซ์แยกตัวออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ไม่ไกล ดูแล้ววันนี้เขาน่าจะได้เคลียร์งานอยู่ที่โกดังจนเกือบเช้า
“ฝันขอตัวก่อนนะคะ ไปก่อนนะคะคุณลูกพีช” ฝันดีบอกกับคนตัวโต ก่อนจะหันไปเอ่ยลากับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างแผ่นดิน
“เดินทางปลอดภัยค่ะ” ลูกพีชส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร รอยยิ้มของเธอช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน แม้ว่าลึก ๆ จะแอบลุ้นสองคนนี้ แต่มันก็เป็นแค่ความคิดของเธอคนเดียวเท่านั้น เพราะลูกพีชดูชัดเจนกับคำพูดของตัวเองมากกว่า ว่าไม่ได้เป็นอะไรกับแผ่นดิน บอกว่าเป็นเพียงพนักงานฝึกงานเท่านั้น
“เดี๋ยวฝันดี” แผ่นดินรั้งฝันดีเอาไว้ในตอนที่เธอกำลังจะเดินออกไป
“คะ?”
“จะกลับยังไง”
“เดี๋ยวฝันเรียกแท็กซี่เอาค่ะ” บ้านเธออยู่แค่นี้เอง ห่างไปสามป้ายรถเมล์ แล้วที่เธอปฏิเสธการไปส่งของฟีนิกซ์ก็เพราะว่าเขาไม่ได้ไปทางเดียวกับเธอยังไงล่ะ
“ไม่ได้ เป็นผู้หญิงนั่งแท็กซี่เวลานี้คนเดียวมันอันตราย เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่แผ่นดิน เดี๋ยวฝันกลับเองดีกว่า อีกอย่างบ้านฝันก็ไม่ได้อยู่ไกลเลย อยู่แค่นี้เอง” แผ่นดินก็ด้วย ทั้งสองไม่ได้กลับทางเดียวกับเธอ
“มันอันตรายอยู่ดี”
“หยุดใจดีกับฝันได้แล้ว”
“เอาเป็นว่าพี่จะเป็นคนไปส่งเอง เดี๋ยวไปรอพี่ที่รถก่อน”
“พี่แผ่นดิน..”
“ให้พี่ได้ไปส่งเราเถอะนะ”
“เฮ้อ.. ก็ได้ค่ะ” สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาไปส่งจนได้ แล้วโชคดีที่รถมันนั่งได้หลายคน
“ไปรอพี่ที่รถก่อน” แผ่นดินกดปลดล็อกรถให้ฝันดีได้ขึ้นไปรอตัวเองอยู่บนรถ เนื่องจากเขามีเรื่องต้องคุยกับหญิงสาวอีกคน จะให้เธออยู่ฟังด้วยไม่ได้เด็ดขาด ฝันดีพยักหน้าเบา ๆ หญิงสาวไปนั่งรอทั้งสองอยู่บนรถ โดยที่ตัวฝันดีเลือกนั่งเบาะหลัง
ตึก ตึก
สายตาสองคู่มองไปยังหญิงสาวที่กำลังเดินตรงไปยังรถยนต์หรู กระทั่งฝันดีขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนที่ใบหน้าเรียบนิ่งจะหันมาสบตากับหญิงสาวข้างกายตัวเอง พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำเอาอีกคนถึงกับชะงักไปทันที
“ฉันจะไปส่งฝันดี เธอกลับเองนะ” เขาเลือกที่จะทิ้งเธอไว้แล้วไปส่งผู้หญิงอีกคน ทั้งที่เรามาด้วยกันแต่เขากลับทิ้งเธอ วันนี้คือวันที่สองที่เธอกลับมาอยู่ไทย ซึ่งเธอไม่รู้เกี่ยวกับการเดินทางอะไรเลย จะให้เธอกลับเองได้ยังไง ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ
“พีชไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน” เธอยังมึนงงกับเส้นทาง ยังปรับตัวไม่ทัน ถ้าให้กลับเองมีหลงทางแน่นอน อีกอย่างตอนนี้มันก็ดึกแล้ว ไม่อยากรบกวนใครด้วย
“มือถือ ปาก สองอย่างนี้สามารถพาเธอกลับไปถึงบ้านได้”
“แต่พีชมากับพี่นะ”
“แล้วไง?” คำว่าแล้วไงของเขาทำเอาเธอนิ่งชะงักไปอีกครั้ง ปกติเขาก็เป็นคนใจร้ายและเย็นชากับเธอมาตลอด แต่ไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ขนาดนี้ ลูกพีชเลื่อนสายตามองไปยังหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่บนรถ ซึ่งเธอเองก็กำลังมองมาทางนี้เช่นกัน ลูกพีชพยักหน้าสองสามทีพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่โคตรฝืน ก็ได้... เธอกลับเองก็ได้
“ก็ได้ค่ะ” สิ้นประโยคหญิงสาวก็หมุนตัวเดินออกไปทันที เธอไม่จำเป็นต้องง้อผู้ชายแบบนี้ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว เขาเองก็ดูไม่ค่อยใส่ใจเธอสักเท่าไหร่ แล้วทำไมเธอต้องไปแคร์เขาด้วยล่ะ มันก็จริงอย่างที่เขาบอกมา ในเมื่อตัวเองมีปากมีมือถือแล้วจะกลัวทำไม
“แล้วคุณลูกพีชล่ะพี่แผ่นดิน” ฝันดีถามถึงลูกพีชทันที เพราะเห็นแผ่นดินเดินมาแค่คนเดียว หรือว่าจะไปเข้าห้องน้ำ เพราะเมื่อครู่มีสายเข้ามาเสียก่อน ทำให้เธอไม่ทันเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“กลับไปแล้ว”
ทว่าคำตอบของคนตัวสูงทำเอาเธอถึงกับหันขวับไปมองทันที หมายความว่าไงที่ว่ากลับไปแล้ว ไม่ใช่ว่าต้องกลับด้วยกันหรอกเหรอ
“กลับกับใคร” ลูกพีชมากับแผ่นดินนี่ ส่วนลูกน้องของแผ่นดินก็กลับไปนานแล้ว
“นั่งแท็กซี่”
“เดี๋ยวสิ ทำไมพี่ปล่อยให้คุณลูกพีชนั่งแท็กซี่กลับคนเดียวล่ะ มันอันตรายมากเลยรู้ไหม”
“ยัยนั่นดูแลตัวเองได้” ฝันดีอึ้งไปเล็กน้อย เพราะแผ่นดินที่เธอรู้จักไม่ใช่แบบนี้เลย เขาเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนกับเธอมาก ทว่าแล้วทำไม...
“แต่ไหนคุณลูกพีชบอกว่าเพิ่งกลับมาถึงไทยเมื่อวาน หรือพี่ไปพูดอะไรกับเธอหรือเปล่า” หรือว่าแผ่นดินจะไปพูดอะไรกับหญิงสาวจนเธอต้องหนีกลับไปก่อน ส่วนฝันดีเองก็เริ่มรู้สึกผิด เป็นเพราะเธอด้วยหรือเปล่า ลูกพีชถึงไม่อยากกลับด้วยกัน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เธอต้องรีบไปขอโทษลูกพีชแล้วแหละ
“อยากกินอะไรไหม”
“พี่แผ่นดิน” ฝันดีเริ่มจริงจังขึ้นมา เขาควรห่วงคนของตัวเองสิ แล้วลูกพีชก็ตัวแค่นั้น เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะสู้ใครไหว
“....” แผ่นดินเงียบแล้วหันกลับไปมองตรง ทำไมเธอต้องห่วงผู้หญิงคนอื่นมากกว่าตัวเองด้วยวะ ทีตัวเองยังจะนั่งแท็กซี่กลับไปเลยเมื่อกี้
“ตอนนี้คุณลูกพีชน่าจะยังอยู่แถว ๆ ป้ายรถ เรารีบไปรับเถอะค่ะ”
“ฝันอย่ามองข้ามพี่ได้ไหม!” เหมือนว่าความอดทนของเขาขาดสะบั้น แผ่นดินลั่นขึ้นเสียงดัง ทำเอาคนตัวเล็กข้างกายถึงกับนิ่งเงียบไปทันที เธอไม่แม้แต่จะสนใจเขาเลยสักนิด เอาแต่มองหาคนอื่นทั้งที่เขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ รู้แหละว่าตัวเองไม่เคยอยู่ในสายตาของหญิงสาวเลย แต่อย่าเมินกันขนาดนี้ได้ไหม เพราะคนที่รู้สึกไปแล้วแม่งโคตรเจ็บ
“ฝันว่าฝันกลับเองดีกว่าค่ะ” บรรยากาศชักจะไม่ดีแล้วสิ ฝันดีเปิดประตูลงจากรถไปด้วยความรวดเร็ว แผ่นดินเห็นก็รีบตามลงไป ก่อนจะคว้าเข้าที่มือเล็กแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง
หมับ ปึก!
“หยุดนี่สักที” อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาดื่มกับเพื่อนไปก่อนหน้านั้น ทำให้เขาเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา รวมถึงคำถามมากมายที่อยากถามเธอ
“พี่คงเมา” เพราะเธอได้กลิ่น
“มันจำเป็นด้วยเหรอวะฝันดี ช่วยมองพี่เหมือนคนมีตัวตนได้ไหม อย่าทำเหมือนว่าพี่เป็นแค่อากาศของเรา”
“ฝันไม่รู้ว่าพี่กำลังพูดถึงอะไรอยู่ แต่ฝันว่าตัวเองชัดเจนพอ”
“พี่.. แม่งเอ๊ย!”
“....” หญิงสาวเบือนหน้าหนี
“ทั้งที่ฝันก็รู้ว่าพี่คิดยังไงกับฝัน พี่อยากมีเวลาอยู่กับฝันตามลำพัง อยากให้ฝันเปิดโอกาสให้พี่บ้าง แต่ไม่เลย แค่เสี้ยวเวลาฝันยังแบ่งให้พี่ไม่ได้เลย”
“พี่น่าจะเมาหนัก” เพราะแผ่นดินไม่ใช่คนแบบนี้ แผ่นดินที่เธอรู้จักเขาจะไม่ทำแบบนี้กับเธอเด็ดขาด ตอนนี้เหมือนว่าอีกคนกำลังคุมตัวเองไม่อยู่
“ฝันให้โอกาสพี่ได้ไหม” ให้เขาได้ลองจีบเธอแบบจริงจังสักครั้งได้ไหม ขอสัญญาด้วยเกียรติผู้ชายว่าจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด จะทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด แค่เธอให้โอกาสเขามาเท่านั้นเอง
“ฝันต้องรีบกลับบ้านค่ะ”
“.....” แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอด เธอมักจะหนีในตอนที่เขาพูดถึงเรื่องพวกนี้ ทำไมเหรอ เป็นแฟนเขามันน่าอายขนาดนั้นเลยใช่ไหม
“พี่พอจะมีโอกาสไหมฝันดี”
“พี่รู้คำตอบดีที่สุดค่ะ” ใช่ เธอไม่เคยรู้สึกดีกับเขาเลย เธอมองเขาเป็นแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น เป็นแค่เพื่อนสนิทของท่านประธานของเธอ สถานะอื่นเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้วัน
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว”
“ฝันไม่รบกวนพี่แล้วดีกว่า ขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“...”
สุดท้ายเขาก็ต้องปล่อยให้เธอกลับเอง แผ่นดินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาเอาแต่คิดเรื่องหญิงสาวที่เพิ่งจากไป ต่อให้เธอจะปฏิเสธเขาถึงพันครั้ง เขายังคงยืนยันที่จะสู้ต่อไป น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อน ต้องมีสักวันแหละที่เธอต้องใจอ่อนให้เขา
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากร้าน ในขณะที่เขากำลังเลี้ยวออกจากร้านมุ่งหน้าสู่ถนนหลัก สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างบางที่คุ้นเคย เธอกำลังนั่งรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ สายตาคมกริบมองไปที่หญิงสาวด้วยแววตายากจะคาดเดา ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย เมื่อมองดูรถอีกฝั่งเห็นว่าทางสะดวก เขาจึงหักพวงมาลัยเลี้ยวออกจากซอยไปทันที รถเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ กระทั่งเกือบถึงจุดที่หญิงสาวนั่งอยู่
ทว่า...
ปรื้นนน
แผ่นดินเหยียบคันเร่งขับผ่านหญิงสาวไปโดยไม่คิดหันกลับไปมองเธอแม้แต่น้อย เขาทำราวกับมองไม่เห็นเธออย่างไรอย่างนั้น ต่อให้อีกคนจะเป็นจะตายยังไง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาสนใจ
