บทที่ 10 กินข้าวคนเดียวไม่ได้

บทที่ 10 กินข้าวคนเดียวไม่ได้

สริลนุชมองหาแล้วไม่เห็นชายหนุ่ม จึงคิดจะโทรออกไปหาเขา แต่ยังไม่ทันได้กดโทรก็มีคนมาสะกิดที่หัวไหล่ทางด้านหลัง จึงรีบหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นคนที่เธอมองหาอยู่ก็ยิ้มให้เขาอย่างประจบประแจง ก่อนจะเอ่ยถาม

“มาถึงนานหรือยังคะ”

“เพิ่งถึงเอง”

เชิญคุณเอ่ยตอบ ตอนที่เขากำลังจอดรถในลานจอดรถด้านหน้าห้าง พลันสายตาเหลือบไปเห็นเธอกำลังเดินเข้าห้างพอดี จึงรีบเดินตามมา

เฮ้อ…ค่อยยังชั่วหน่อย แสดงว่าเธอมาถึงก่อนเขา

“เป็นอะไร ทำไมต้องดีใจขนาดนั้น”

เมื่อเห็นหญิงสาวดูยิ้มอย่างมีเลศนัยผิดปกติ เขาจึงเอ่ยถามออกไปทันที

“อ๋อ…เปล่าค่ะ รีบไปซื้อของกันเถอะ”

จะบอกว่าเธอกลัวการโดนจูบทำโทษก็ไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอหมกมุ่น จึงเลี่ยงด้วยการเอ่ยชวนเขาไปทำภารกิจตามที่ตั้งใจกันไว้

เชิญคุณเดินขนาบข้างไปกับหญิงสาว นานแล้วที่เขาไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้ ด้วยหน้าที่การงานที่ยุ่งเหยิง จึงไม่ค่อยมีเวลาเป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่ วันนี้เขาว่างก่อนที่จะเข้าไปตรวจคนไข้ที่คลินิกจึงได้โอกาสมาใช้เวลานี้กับสริลนุช ถึงแม้ว่าจะเป็นการซื้อของเข้าครัวก็ตาม

ชายหนุ่มเป็นคนเข็นรถเข็น แล้วให้สิทธิ์หญิงสาวเป็นคนเลือกของทั้งของสดและของแห้ง จะมีบ้างที่เขาอยากได้อะไรก็จะหยิบเอง อย่างเช่น …

“.!.”

สริลนุชมองของที่เขาหยิบใส่รถเข็นหลายกล่อง แล้วต้องหน้าแดงก่ำเมื่อจินตนาการถึงวิธีการใช้ ก่อนจะเดินหนีเขาไปดูของอย่างอื่นแทน ในใจก็คิดตำหนิไปด้วยว่า เขาจะรีบซื้อไปทำไมอย่างไรเสียก็ยังไม่ได้ใช้ภายในสามสี่วันนี้แน่นอน

เชิญคุณเข็นรถบรรทุกของกินของใช้เดินตามหลังหญิงสาวที่แก้เขินด้วยการเดินหนีด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม เขาแค่หยิบคอนดอมเอง ของใช้จำเป็นเลยนะ!

เมื่อได้ของทุกอย่างตามที่ต้องการ เชิญคุณก็เป็นคนจ่ายเงินค่าของทั้งหมด

“คุณอยากได้อะไรเพิ่มไหม นอกจากของพวกนี้”

ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างหวังดี ดูนาฬิกาแล้วยังพอมีเวลาเหลือเฟือ เผื่อเธอจะอยากได้อะไรเป็นของตนเองบ้าง

“ไม่ค่ะ กลับคลินิกดีกว่า นุชต้องไปจัดของพวกนี้อีก”

สริลนุชเอ่ยปฏิเสธ เธอไม่ได้อยากได้อะไรตอนนี้ อีกทั้งเธอต้องเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็นด้วย จะมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้

“เค”

ชายหนุ่มยักไหล่อย่างเสียดาย เขาหรืออุตส่าห์คิดจะซื้อของที่เธออยากได้ให้เสียหน่อย ในเมื่อไม่ต้องการเขาก็ตามใจเธอ

เมื่อกลับมาถึงคลินิก เชิญคุณก็ช่วยหญิงสาวขนของเข้ามาไว้ในครัวจนครบ

สริลนุชหยิบน้ำเย็นมาให้เขาดื่มดับกระหาย เมื่อเห็นเขามีเม็ดเหงื่อที่ไรผมจากการช่วยเธอขนของจากรถเข้ามาในครัวตั้งหลายรอบ จริงๆ แล้วเขาไม่ต้องช่วยก็ได้เพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอแต่เขาก็ยังมีน้ำใจช่วย เธอจึงทำอะไรตอบแทนเขาบ้าง

“ขอบคุณครับ”

ชายหนุ่มรับแก้วน้ำมาดื่มจนหมด ก่อนจะยื่นคืนให้เธอแล้วบอกเป็นเชิงสั่ง

“เดี๋ยวผมขึ้นไปนอนพักข้างบนนะ ถ้าถึงเวลาคลินิกเปิดแล้วไม่ลงมา ขึ้นไปตามด้วย”

“ได้ค่ะคุณหมอ แล้วเย็นนี้อยากทานอะไรคะ นุชจะได้เตรียมของไว้ก่อน”

สริลนุชยิ้มรับคำสั่ง แล้วเอ่ยถามถึงอาหารมื้อเย็น  

“อืม…เอาข้าวผัดแซลมอนแล้วกัน ทำเผื่อตัวคุณด้วยนะ”

ต้องกำชับไว้ก่อน เธอจะได้อยู่ทานข้าวเย็นกับเขา เมื่อเห็นเธอพยักหน้ารับอย่างจำใจ ก็เดินขึ้นไปที่ห้องพักชั้นบนทันที ปล่อยให้หญิงสาวทำงานของตัวเองไปคนเดียว

“อะไรว้า…กินข้าวคนเดียวไม่ได้หรือไง”

สริลนุชแอบบ่นและย่นจมูกใส่อย่างไม่พอใจตามหลัง นึกว่าเธอจะได้กลับบ้านเร็วเสียหน่อยเมื่อได้ยินเมนูอาหาร เฮ้อ…

สริลนุชจัดของที่ซื้อมาเข้าตู้เย็น ส่วนของแห้งก็ใส่ตู้เก็บของให้เป็นระเบียบ ก่อนจะเตรียมวัตถุดิบไว้ทำข้าวผัดตามที่ชายหนุ่มต้องการในตอนหลังคลินิกปิด

เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดคลินิก สริลนุชก็ออกไปเปิดประตูด้านหน้าเพื่อรอรับคนไข้ที่มารอก่อนเวลาคลินิกเปิด และไม่นานนักพิมพรก็มาทำงานตรงเวลาคลินิกเปิดพอดิบพอดี เธอจึงยิ้มทักทายเพื่อนร่วมงานอย่างเป็นกันเอง เพราะเริ่มสนิทกันบ้างแล้ว ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบที่นางชอบอู้งานก็ตาม

“วันนี้พี่มาช้าไปหน่อย คุณหมอมาหรือยังอ่ะนุช”

พิมพรเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล เพราะเชิญคุณให้พนักงานมาก่อนเวลาคลินิกเปิดอย่างน้อยสิบห้านาที เพื่อที่จะได้เตรียมเอกสารและรับคนไข้ก่อนที่คุณหมอจะมา แต่วันนี้เธอมาช้าเพราะมัวแต่เอ้อระเหยกับการดูซีรี่ส์ติดพัน

“มาแล้วค่ะพี่พิม แต่ยังอยู่ข้างบนไม่ลงมาเลย”

สริลนุชตอบยิ้มๆ

“ดีๆ นึกว่านั่งรอในห้องตรวจแล้ว”

คนมาช้ายิ้มออก อย่างน้อยเจ้านายก็ไม่เห็นและไม่รู้ถ้าไม่มีใครบอก

“เดี๋ยวนุชไปตามคุณหมอก่อนนะคะ ฝากพี่พิมเตรียมประวัติคนไข้ให้หน่อย”

“ได้จ้ะได้ อย่าบอกคุณหมอนะว่าพี่มาช้า”

“ค่ะ”

คนที่ต้องไปตามคุณหมอเจ้าของคลินิกยิ้มรับเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป เธอไม่บอกหรอก ยังไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานตอนนี้ แต่ถ้าทนพฤติกรรมไม่ไหวก็ไม่แน่

สริลนุชเดินขึ้นไปชั้นบนของอาคารพาณิชย์ที่เชิญคุณทำเป็นคลินิกรักษาโรคกระดูกและข้อ โดยชั้นบนสุดนั้นใช้เป็นที่พักผ่อนของเจ้าของคลินิกในยามที่เหนื่อยล้าอย่างเช่นวันนี้

หญิงสาวเคาะประตูห้องส่งสัญญาณเข้าไปก่อน

เงียบ!

ลองเคาะอีกครั้งให้ดังกว่าเดิม

เงียบ!

เธอเลยลองบิดลูกบิดประตู เมื่อมันไม่ได้ล็อกจึงค่อยๆ เปิดเข้าไป แล้วลอบมองภายในห้องว่าเชิญคุณอยู่ตรงไหน บนเตียงหกฟุตก็ไม่มี แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกดชักโครกจากในห้องน้ำ จึงยืนรออย่างสงบเสงี่ยม จนกระทั่งเขาเปิดประตูห้องน้ำออกมา บนใบหน้ามีหยดน้ำเกาะพราว

“ได้เวลาลงไปตรวจคนไข้แล้วค่ะ”

มีคนไข้มารอตรวจแล้ว เธอจึงขึ้นมาตาม ถ้ายังไม่มีคนไข้ เธอก็จะให้เขาพักผ่อนไปก่อนนั่นแหละ

“อืม…โทษทีหลับเพลินไปหน่อย”

เขาทำงานหนักมาหลายวัน พอได้มีเวลาพักเลยชาร์จแบตนานไป จนเกือบเลยเวลาเปิดคลินิก 

“ไม่เป็นไรค่ะ อยากได้อะไรเย็นๆ ไหมคะจะได้สดชื่น”

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเขายังดูง่วงงุนอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะล้างหน้ามาแล้วก็ตาม 

“อืม…ก็ดี ขอเป็นน้ำเย็นแก้วนึงก็พอ”

“ค่ะ”

“แต่ตอนนี้ผมขออะไรอุ่นๆ ก่อนก็แล้วกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป