บทที่ 11 มีคนไข้รออยู่

บทที่ 11 มีคนไข้รออยู่

เชิญคุณรีบคว้าแขนของหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากไปไว้ก่อน แล้วดึงเข้าหาตัวมากอดไว้แนบอก

“อุ้ย…อย่าค่ะ มีคนไข้รออยู่นะคะ”

สริลนุชรีบใช้มือปิดปากของเขาไว้ได้ทัน เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะจูบเธอ แล้วอ้างถึงคนไข้ที่รอการรักษาจากเขาอยู่ด้านล่าง หวังว่าเขาจะไม่ทำให้คนอื่นต้องรอนาน

“แป๊บเดียวน่า…”

ชายหนุ่มจับมือที่ปิดปากของเขาออกแล้วไปไขว้ไว้ด้านหลังของเธอ เพื่อไม่ให้ขัดขืนได้อีก

“ไม่นะคะ”

เธอส่ายหน้าหนีการจู่โจมของเขา ปากของชายหนุ่มเลยพลาดเป้าไปที่แก้มนุ่ม จนเขาต้องใช้มือข้างหนึ่งจับล็อกศีรษะของเธอไว้ แล้วเอ่ยเย้าเหมือนที่เธอใช้เหตุผลนี้กับเขา

“มีคนไข้รออยู่”

แล้วใช้ปากของเขาแตะสัมผัสริมฝีปากจิ้มลิ้มของเธอทันทีที่พูดจบเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้า ก่อนจะเริ่มคลอเคลียหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์ ปากของเธออุ่นจนเขาตื่นตัวเลยทีเดียว

“อื้อ”

สริลนุชทำได้แค่ครางประท้วงอย่างเหนื่อยใจ แต่หัวใจกลับเต้นระส่ำ แล้วก็ยอมยืนให้เขาจูบจนพอใจ ส่วนเรื่องที่จะจูบตอบเขานั้น ไม่มี เพราะเธอทำไม่เป็น และยังไม่อยากเรียนรู้ตอนนี้ด้วย

เชิญคุณสอดลิ้นเข้าไปสัมผัสกับลิ้นอุ่นร้อนของหญิงสาวอย่างหยอกเย้า ดูดรัดพันเกี่ยวจนเธอตัวอ่อนระทวย เขาถึงพอใจแล้วปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

“อย่าลืมน้ำเย็นของผมล่ะ”

เขาเอ่ยเตือนยิ้มๆ แล้วก้มลงหอมแก้มของเธออีกครั้ง ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องเพื่อลงไปตรวจคนไข้อย่างอารมณ์ดี

นี่เขาหลอกให้เธอขึ้นมาตามแล้วจูบเธอหรือเปล่าเนี่ย!

คนโดนจูบยืนคิดอย่างโกรธๆ ยังได้ยินเขาผิวปากเป็นทำนองเพลงเลยด้วย น่าหมั่นไส้นัก!

สริลนุชเดินตามลงไปหลังจากนั้นไม่นานนักเมื่อควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติได้ โดยไม่ลืมเทน้ำเย็นใส่แก้วแล้วเอาไปเสิร์ฟให้เขาที่ห้องตรวจ เลี่ยงการมองหน้าเขาไปซะ เพราะเขิน แถมปากของเธอก็ยังเจ่ออยู่เลย ก่อนจะไปทำงานในหน้าที่ของตัวเองต่อ

พอถึงเวลาคลินิกปิด แต่ยังเหลือคนไข้อีกสามราย พิมพรก็ขอตัวกลับบ้านก่อน โดยอ้างว่ามีธุระสำคัญต้องรีบไปทำ สริลนุชจะว่าอะไรได้ในเมื่อถึงเวลาเลิกงานแล้ว จึงปล่อยไป แต่ก็แอบไปบอกเชิญคุณให้รับรู้เสียหน่อย

“พี่พิมกลับไปแล้วนะคะ และยังมีคนไข้ที่คุณหมอต้องตรวจอีกสามคน”

“อืม”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ที่เขาต้องรับพนักงานเพิ่มก็เพราะเหตุนี้ พิมพรมาทำงานและเลิกงานตรงตามเวลาเกินไป บางครั้งก็ปล่อยให้เขาตรวจคนไข้อยู่คนเดียว อีกทั้งคนไข้ที่คลินิกของเขาเพิ่มขึ้นมาก การจัดการเรื่องเอกสารและการเก็บประวัติคนไข้เริ่มใช้พนักงานคนเดียวไม่พอ เขาจึงประกาศรับสมัครงานเพิ่ม แล้วก็ได้สริลนุชมาทำงานด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าหลังจากหนึ่งเดือนตามที่ตกลงไว้ เธอจะยังทำงานที่นี่หรือเปล่า 

หลังจากจ่ายยาให้คนไข้รายสุดท้าย และภายในคลินิกไม่มีใครแล้วนอกจากเธอและเขา สริลนุชจึงไปปิดล็อกประตูด้านหน้าคลินิก แล้วเข้าครัวไปทำอาหารเย็นให้เชิญคุณ และทำเผื่อตัวเองด้วยตามคำสั่งของเขา

คนเป็นหมอเดินเข้าไปในครัวแล้วนั่งรอที่โต๊ะอาหาร นั่งมองหญิงสาวทำอาหารก็รู้สึกเพลิดเพลินดีเหมือนกัน เรียวแขนเสลาที่จับตะหลิวคนอาหารในกระทะไปมาดูคล่องแคล่วไม่ติดขัด พอได้มองแล้วก็เลยเลื่อนสายตาไปตามแผ่นหลังบอบบางภายใต้เสื้อเชิ้ตพอดีตัวสีชมพูอ่อน เธอรัดผมเป็นมวยไว้กลางศีรษะอวดลำคอระหง เอวคอดกิ่ว สะโพกผายอวบอัด และเรียวขาสวยภายใต้กางเกงยีนสกินนี่สีดำ แล้ววกกลับไปที่สะโพกใหม่

“คุณหมอรอแป๊บนะคะ ใกล้จะเสร็จแล้ว”

นั่นแหละเขาถึงดึงสายตาหื่นๆ หลบกลับมาได้เมื่อเธอหันมาบอก แต่คำพูดของเธอนั้นเขาคิดดีไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้คิดอะไรอยู่ก็ตาม แต่เขาคิด!

คิดจนเป้าตุงแล้วเนี่ย!

“ครับ”

เขาต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูฆ่าเวลา แล้วไม่มองไปทางคนทำอาหารอีก เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้กินข้าว แล้วจะกินคนทำแทน

เมื่อผัดข้าวผัดแซลมอนเสร็จ สริลนุชก็ตักแบ่งใส่จานสำหรับสองที่ แล้วตักต้มจืดเต้าหู้หมูสับที่ทำไว้ก่อนที่จะเปิดคลินิกใส่ถ้วยไว้เป็นซุปทานกับข้าวผัด จะได้ไม่ติดคอจนเกินไป หญิงสาวนำทุกอย่างที่เตรียมไว้ไปวางเสิร์ฟให้ชายหนุ่มที่โต๊ะอาหาร พร้อมทั้งของตัวเองด้วย ก่อนจะนั่งทานพร้อมกัน

“ทานข้าวค่ะคุณหมอ”

สริลนุชเอ่ยชวนเมื่อเห็นเขายังมัวแต่สนใจโทรศัพท์มือถือ เพราะเธอจะรีบทานแล้วรีบกลับบ้านเดี๋ยวไม่ทันรถโดยสาร

“ขอคุยงานแป๊บนึง”

ชายหนุ่มเอ่ยบอกโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมอง เมื่อส่งข้อความคุยงานเสร็จเขาก็วางมือถือลงบนโต๊ะข้างตัว แล้วลงมือทานข้าวตามคำชวนของเธอ และเมื่อได้สัมผัสกับรสชาติข้าวผัดคำแรกก็รู้สึกทึ่ง

“ไม่ถูกปากเหรอคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเงยหน้ามองเธอ

“เปล่า อร่อยดี”

ถ้าครบระยะเวลาหนึ่งเดือนแล้วเธอไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่แล้ว เขาจะคิดถึงฝีมือการทำอาหารของเธอไหมเนี่ย คิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่เพิ่มหน้าที่ให้เธอทำอาหารให้ทานด้วย

“ขอบคุณค่ะ นุชได้สืบทอดวิชาทำอาหารมาจากยายเลยนะคะ ยายทำอร่อยกว่านุชอีก แค่นี้ยังเทียบกับยายไม่ได้เลยค่ะ”

สริลนุชเล่าอย่างภาคภูมิใจ ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขเมื่อได้พูดถึงบุคคลอันเป็นที่รัก จนชายหนุ่มต้องยิ้มตามไปด้วย

“อืม…แล้วยายคุณเป็นยังไงบ้างตอนนี้”

“ก็ยังปวดหัวเข่าเหมือนเดิมค่ะ นุชให้ยายนั่งนอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้เดินไปไหนนะคะ”

ถึงยายอยากจะเดินก็เดินไม่ไหวเพราะปวดหัวเข่า เธอกับแม่รู้สึกสงสารเหลือเกิน หญิงสาวเอ่ยเล่าให้คนเป็นหมอรับรู้

“ดีแล้ว เดี๋ยวผ่าตัดเรียบร้อยก็เดินได้ปกติ”

“ยายจะหายใช่ไหมคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามให้แน่ใจ ว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นมันจะเป็นผลดีต่อยายของเธอ

“หายครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยบอก เพราะการผ่าตัดข้อเข่าเทียม เป็นการรักษาข้อเข่าเสื่อม โดยการผ่าตัดที่ตัดผิวข้อส่วนที่เสื่อมออก แล้วทดแทนด้วยโลหะสังเคราะห์ วิธีนี้สามารถลดอาการปวดลงได้ และสามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม

“ค่อยสบายใจหน่อยค่ะ”

ถ้ายายหายเป็นปกติ เธอจะได้ไม่รู้สึกเสียดายความสาวที่ต้องเสียไป แลกกับเงินค่ารักษาและค่าผ่าตัดที่เชิญคุณออกให้ โดยมีสิ่งแลกเปลี่ยนคือร่างกายของเธอ สริลนุชจึงยิ้มออกได้อย่างสบายใจขึ้น อีกไม่กี่วันแล้วที่ยายของเธอจะได้ผ่าตัด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป