บทที่ 12 ขอค่าแรงเพิ่ม
บทที่ 12 ขอค่าแรงเพิ่ม
เมื่อใจสบาย เธอก็รีบตักข้าวเข้าปากด้วยความหิว อีกทั้งเพื่อเป็นการเร่งเวลาด้วย
“ทำไมต้องรีบกินขนาดนั้น”
คนเป็นหมอเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“กลัวไม่ทันรถค่ะ”
“เดี๋ยวผมไปส่ง”
ได้ยินอย่างนั้นสริลนุชเลยตักข้าวช้าลง มุมปากมีรอยยิ้มนิดๆ อย่างพึงพอใจ อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจกับเธอ ไม่ได้เป็นคนเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว
เมื่อทานข้าวกันอิ่ม สริลนุชก็ลุกขึ้นเก็บล้าง โดยมีความระแวงว่าเขาจะเข้ามาจูบเธอเหมือนเมื่อวานอีกหรือเปล่า จึงหันหลังมามองเชิญคุณที่นั่งเล่นมือถืออยู่ที่โต๊ะทานข้าวบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นจนเธอทำทุกอย่างเสร็จ
เชิญคุณลุกขึ้นเมื่อเห็นสริลนุชพร้อมกลับบ้าน แล้วเดินนำเธอออกไปขึ้นรถที่ด้านหลังคลินิก แล้วขับรถไปส่งเธอจนถึงบ้านอย่างปลอดภัย
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยบอกพลางยิ้มหวานให้เขาอย่างจริงใจที่สุด ก่อนจะลงจากรถแล้วเข้าบ้านไปด้วยหัวใจที่อบอุ่นเป็นพิเศษ
เชิญคุณขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ต่างจากหญิงสาวโดยสิ้นเชิง เขาต้องอดทนอดกลั้นอย่างหนักที่จะไม่รังแกเธอ เพราะเขากลัวอดใจไม่ไหว แล้วปล้ำเธอเสียตั้งแต่วันนี้ พอได้ลองชิมเธอบ้างแล้วก็เลยติดใจ อยากได้อีกมากกว่านั้น แต่ก็ต้องรอเวลาตามที่ตกลงกันไว้ ให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะ เขาจะฟัดเธอให้หนำใจเลยทีเดียว!
วันผ่าตัดของยายชบามาถึงตามกำหนดเดิม สริลนุชพายายไปแอดมิทที่โรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่วันพฤหัสบดีตามที่ได้ตกลงกับเชิญคุณไว้ โดยมีมารดาของเธอตามมาด้วย เนื่องจากว่าท่านต้องเป็นคนอยู่เฝ้ายายแทนเธอ ที่ต้องกลับไปทำงานที่คลินิกในช่วงเย็น
ห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลที่เชิญคุณเตรียมไว้ให้นั้นกว้างขวางและหรูหราเหมือนโรงแรมระดับห้าดาวเลยทีเดียว มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ชีวิตคนจนแบบครอบครัวของเธอเพิ่งมีโอกาสได้สัมผัสกับความสะดวกสบายแบบนี้ แม้จะเป็นในโรงพยาบาลก็ตาม แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยร่างกายของเธอ
ยายได้ขึ้นเตียงผ่าตัด ส่วนเธอก็ต้องขึ้นเตียงเพื่อเป็นคู่นอนให้กับเจ้าของเงินเช่นกัน!
“นุชไปทำงานก่อนนะจ๊ะ แล้วพรุ่งนี้จะมาแต่เช้าจ้ะ”
เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปทำงานที่คลินิก สริลนุชจึงเอ่ยลากับยายที่ใส่ชุดผู้ป่วยกำลังนอนอยู่บนเตียงและมารดาที่นั่งอยู่บนโซฟาคู่กับเธอ
“จ้ะลูก ตั้งใจทำงานนะ ให้สมกับที่คุณหมอเขาใจดีให้กู้เงิน”
ชวนชมพยักหน้ารับ พลางเอ่ยสอนลูกสาวคนเดียวของนางให้รู้คุณคนมีบุญคุณ
“จ้ะแม่ ไปแล้วนะจ๊ะยาย”
หญิงสาวรับคำแล้วหันไปเอ่ยลาผู้เป็นยายอีกครั้ง
“โชคดีลูก”
ชบาและชวนชมมองตามหลังสริลนุชที่เดินออกจากประตูห้องพักผู้ป่วยไปด้วยสายรักและห่วงใหญ่ไม่ต่างกัน
สริลนุชเดินออกมารอรถโดยสารประจำทางที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงพยาบาล เพื่อเดินทางไปทำงานที่คลินิกของเชิญคุณ เมื่อรถสายที่ผ่านหน้าคลินิกกำลังจะขับผ่านมา เธอจึงมือยกขึ้นโบกเมื่อรถจอดสนิทตรงหน้า หญิงสาวจึงรีบขึ้นไปนั่งท้ายรถ ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปตามทาง
หญิงสาวลงจากรถโดยสารที่หน้าคลินิกพอดี และมีผู้โดยสารหญิงชราตามลงมาด้วย ตอนเธอกำลังเปิดประตูด้านหน้าคลินิก หญิงชราคนนั้นก็เดินกะเผลกตามหลังเธอมาด้วย จึงรีบเอ่ยถาม
“คุณยายมาหาหมอที่คลินิกนี้เหรอคะ”
แล้วชี้มือเข้าไปยังคลินิกด้านหลังตัวเอง
“ใช่จ้ะหนู ยายไม่รู้ว่าเปิดกี่โมง”
“เปิดบ่ายสี่โมงครึ่งค่ะยาย”
“แล้วตอนนี้มันกี่โมงแล้วล่ะ”
สายตาฝ้าฟางของหญิงชราพยายามมองหาพระอาทิตย์เพื่อคำนวณเวลา จนหญิงสาวต้องรีบตอบ
“เพิ่งบ่ายสามครึ่งค่ะ แต่ยายเข้าไปนั่งรอข้างในก่อนก็ได้นะคะ”
เธอดูอาการของหญิงชราแล้วคงเดินไปไหนไม่ไหว ไหน ๆ ก็มาหาหมอที่นี่แล้วเธอก็ให้นางเข้าไปนั่งรอข้างในคลินิกเลยก็แล้วกัน
“ขอบใจนะหนู”
หญิงชรายิ้มอย่างดีใจ เพราะจะให้นางยืนรอหรือนั่งรอข้างนอกเป็นชั่วโมงก็คงไม่ไหว อีกทั้งไม่มีที่นั่งบนทางเท้าริมถนนให้ได้นั่งพักเลยด้วยซ้ำ นางตั้งใจมาหาหมอที่นี่เพราะปวดเข่ามากจะรอลูกๆ พาไปหาหมอวันหยุดเพราะต้องทำงานกันหมดก็รอไม่ไหว เลยต้องถ่อสังขารมาหาหมอด้วยตัวเองก่อน
“คุณยายเคยมาหาหมอที่นี่ไหมคะ”
เมื่อเข้ามาอยู่กันในคลินิกเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงเอ่ยถามเพื่อจะได้ค้นหาประวัติคนไข้เก่าหรือจะทำประวัติใหม่ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของหญิงชรา
“ไม่เคยจ้ะ”
“งั้นนุชขอถามประวัติหน่อยนะคะ”
หลังจากนั้นเธอก็ทำการซักประวัติคนไข้ใหม่ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่อาศัย อาการเบื้องต้น ประวัติการแพ้ยา และกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มของทางคลินิก แล้วค่อยใส่ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ในภายหลัง
เมื่อซักประวัติและทำบัตรคนไข้เสร็จสริลนุชก็เอ่ยบอกกับหญิงชรา
“ยายนั่งรอได้ตามสบายเลยนะคะ กว่าคุณหมอจะมาก็ใกล้สี่โมงครึ่งเลยค่ะ”
“จ้ะ”
หลังจากนั้นหญิงสาวก็เข้าไปในครัวเพื่อดูว่าจะทำอาหารอะไรเป็นมื้อเย็นดี จะได้เตรียมวัตถุดิบไว้ก่อน พอคลินิกปิดจะได้ลงมือทำได้เลย
ดูจากหลายวันที่ผ่านมา เขาจะชอบอาหารต้มๆ เป็นพิเศษ วันนี้เธอจะทำต้มยำปลาแซ่บๆ ก็แล้วกัน เผลอๆ อาจจะใส่ยานอนหลับเข้าไปด้วย เชิญคุณกินแล้วจะได้หลับไปเลย
เมื่อเตรียมวัตถุดิบอาหารเย็นเสร็จ สริลนุชก็ออกไปด้านหน้าคลินิก เห็นมีคนไข้มายืนรอด้านหน้า เธอจึงเปิดประตูให้เข้ามานั่งรอด้านใน
ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่โชคดีหรือโชคร้ายของเธอกันแน่ที่พิมพรขอลาไม่มาทำงานหนึ่งวัน แล้วคนไข้ก็นั่งกันเกือบเต็มคลินิกแล้วในเวลาคลินิกเปิด มีทั้งคนไข้นัดและคนไข้วอร์คอิน
เชิญคุณเดินเข้าคลินิกมาทางด้านหลัง แล้วเห็นสริลนุชเดินมาพอดีจึงเอ่ยถาม
“พายายไปแอดมิทเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
หญิงสาวที่ตั้งใจเดินมาดูว่าคุณหมอมาหรือยังเอ่ยตอบคนที่เธอกำลังรอ พลางส่งยิ้มหวานให้เขาด้วย
“เยี่ยม…เหนื่อยหน่อยนะวันนี้ ต้องทำงานคนเดียว”
คนเป็นหมอเอ่ยชม และให้กำลังใจไปพร้อมกัน
“คุณหมอต้องเพิ่มค่าแรงให้แล้วล่ะค่ะ”
สริลนุชเอ่ยขอยิ้มๆ ได้เพิ่มก็ดี ไม่ได้เพิ่มก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็ได้ลองขอแล้ว
เชิญคุณเดินเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว แล้วก้มลงบอกเบาๆ ใกล้ใบหูของเธออย่างหยอกเย้า
