บทที่ 4 สัมภาษณ์งาน
4 สัมภาษณ์งาน
“จบสาธารณสุข ทำไมไม่สอบราชการ”
ชายหนุ่มแปลกใจจนต้องเอ่ยถามเรื่องนี้ สอบราชการดูจะมีอนาคตมากกว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ต้อนรับที่คลินิกเล็ก ๆ ของเขาเสียอีก
“รอให้เปิดสอบก่อน ก็จะไปสอบเหมือนกันค่ะ”
สริลนุชเอ่ยตอบตามความจริงที่เธอคิดไว้ แต่มันคงไม่ถูกใจเขาเพราะ
“งั้นผมคงรับคุณเข้าทำงานที่นี่ไม่ได้ เพราะผมอยากได้คนทำงานที่อยู่นาน ๆ น่ะ ถ้าคุณทำงานที่นี่แล้วไม่กี่เดือนผ่านไปคุณสอบติดก็ต้องออก ผมก็ต้องหาคนใหม่อีก สู้รับคนที่เขาพร้อมอยู่นาน ๆ ไม่ดีกว่าหรือ เชิญคุณกลับได้เลยครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยปากไล่ทันที ไม่ต้องอ้อมค้อมกันอีกให้มากความ เพราะเขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อยากพักผ่อนมากกว่า
“คุณหมอฟังก่อนค่ะ ถ้านุชสัญญาว่าจะทำงานที่นี่นาน ๆ อย่างที่คุณหมอต้องการล่ะคะ จะรับนุชเข้าทำงานไหม”
หญิงสาวรีบเอ่ยท้วง พลางเอ่ยปากสัญญาออกไปเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ
“จะเอาอะไรมาการันตีได้ว่าคุณจะทำตามที่พูด”
ชายหนุ่มถามกลับอย่างไม่เชื่อถือนัก สายตาจดจ้องหญิงสาวอย่างจับผิด จนเธอรู้สึกประหม่า แต่ก็ต้องพยายามพูดและอธิบายความจำเป็นออกไป
“คุณหมอจำยายชบา ยายของนุชที่เป็นคนไข้ของคุณหมอได้ไหมคะ ที่ปวดหัวเข่าแล้วต้องผ่าตัดน่ะค่ะ”
เชิญคุณพยายามนึกตาม ว่าคนไข้คนไหนที่เข้าเค้าตามที่หญิงสาวตรงหน้าพูด คนไข้แต่ละวันของเขานั้นเยอะจนจำหน้าไม่หวาดไม่ไหว เปลี่ยนหน้าไปทุกวัน อีกทั้งทุกคนยังต้องใส่แมสปิดบังใบหน้าเวลาอยู่ในโรงพยาบาลหรือในคลินิกอีก เพื่อป้องกันโรคระบาด ยิ่งทำให้แทบจำใครไม่ค่อยได้เลย
“อืม”
เขาจำไม่ได้
“นุชจะรบกวนขอให้คุณหมอออกค่าผ่าตัดให้ก่อน แล้วนุชจะทำงานผ่อนจ่ายให้ค่ะ นุชทนเห็นยายต้องทรมานกับความเจ็บปวดไม่ไหวถ้าต้องรอไปถึงปลายปีกว่าจะถึงคิวผ่าตัด เลยมาขอความเห็นใจจากคุณหมอค่ะ”
สริลนุชนั่งก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ เธอมาที่นี่เพื่อมาต่อรอง ให้เธอทำงานใช้หนี้นานแค่ไหนก็ได้ แล้วเธอต้องทำให้สำเร็จด้วย เพื่อครอบครัวของเธอ
“ผมไม่ได้ใจบุญขนาดนั้น”
เชิญคุณตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ ทำไมเขาต้องเสียเงินหลายแสนไปก่อน แล้วต้องมารอการใช้หนี้ด้วยการใช้แรงงานด้วย กี่ปีถึงจะหมดกัน ค่าแรงวันละสี่ร้อยบาทที่เขาจ่ายให้พนักงาน จะผ่อนจ่ายให้เขาได้วันละเท่าไหร่กันเชียว ขาดทุนเห็น ๆ
“นะคะคุณหมอ ได้โปรดช่วยนุชหน่อย”
หญิงสาวอ้อนวอนพลางบีบน้ำตาเพื่อให้คนตรงหน้าสงสารแล้วยอมช่วยเหลือ เพราะเธอไม่มีทางอื่นแล้วจริง ๆ จะไปกู้นอกระบบก็เจอดอกเบี้ยมหาโหดเหลือเกิน ยิ่งเธอยังไม่มีงานทำด้วยแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปผ่อนจ่าย ทางนี้จึงเป็นวิธีเดียวที่เธอคิดได้
“เอาแมสออกให้ผมดูหน้าหน่อยว่าเหมือนกับในรูปบนเรซูเม่ไหม”
เขาต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า จึงเอ่ยสั่งคนตรงหน้าให้เอาหน้ากากอนามัยออกจากใบหน้า เพื่อที่เขาจะได้เห็นใบหน้าของเธอได้ชัด ๆ
สริลนุชค่อย ๆ ดึงแมสออกจากใบหน้าให้คนตรงหน้าเห็น เงยหน้าสบตาของเขาอย่างมั่นคงและจริงใจเธอไม่ได้มาหลอกลวงเขาแน่นอน โชคดีที่ก่อนออกจากบ้านเธอแต่งหน้ามาบ้างไม่ให้หน้าดูจืดชืดจนเกินไป
“คุณมีแฟนไหมหรือกำลังคบใครอยู่หรือเปล่า”
ชายหนุ่มเอ่ยถามทันทีที่ได้เห็นใบหน้าสะสวยของคนตรงหน้า และตรงกับรูปในเอกสารผลการเรียน
“ไม่มีค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยตอบพลางสั่นศีรษะเน้นย้ำไปด้วย เธอไม่มีเวลาที่จะหาแฟน และไม่มีเวลาจะแบ่งให้คนอื่น เพราะระหว่างที่เรียนอยู่ เธอต้องทำงานพิเศษเพื่อที่จะได้มีรายได้มาใช้จ่าย จะได้ไม่ต้องรบกวนเงินจากมารดามากนัก
เชิญคุณนิ่งคิด นิ้วชี้เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบา ๆ พลางพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าไปด้วย สายตาลุ่มลึกมองหญิงสาวอย่างประเมิน ผิวเธอขาวเนียนไม่มีรอยด่างดำให้เห็นแม้สักนิด หน้าผากนูนสวย คิ้วโก่งดังคันศรและเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ดวงตาคมดำขลับ มีขี้แมลงวันเม็ดเล็ก ๆ อยู่ใต้ตาข้างซ้าย จมูกโด่งรั้น และปากรูปกระจับสีแดงระเรื่อ รับกับคางมนเป็นอย่างดี ผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้มดูสุขภาพดี รูปร่างของเธอดูบอบบางแต่อวบอิ่มในบางส่วนที่ผู้หญิงควรจะมี มองดูแล้วก็น่ามองไปหมด
สายตาที่เขามองเธอมันแปลก ๆ มันดูลุ่มลึกยากหยั่งถึงเหลือเกิน จนสริลนุชดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จะตัดสินใจช่วยเธอตามที่เธอต้องการหรือเปล่า เธอยังมีความหวังอยู่ลึก ๆ ว่าคนเป็นหมอ คงมีจิตใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น ถึงทำอาชีพนี้ได้ เหมือนที่เธอเลือกเรียนสาธารณสุขก็เพื่ออยากเป็นหมออนามัย คอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจนเหมือนกันกับเธอ
“ผมจะออกค่าผ่าตัดให้”
สริลนุชยิ้มออกทันทีอย่างดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของเขา แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
“แต่มีข้อแม้ว่า…”
“ว่าอะไรคะ”
หญิงสาวรีบถามอย่างอยากรู้และมีความหวัง
“คุณต้องเป็นคู่นอนให้ผมเป็นเวลาหนึ่งเดือน”
เชิญคุณบอกออกมาอย่างที่เขาคิดทบทวนดีแล้ว แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น แล้วเธอจะเป็นอิสระ ไม่ต้องผ่อนจ่ายหนี้หลายปีอย่างที่เธอต้องการ แต่เขาไม่ต้องการ
“คุณหมอ”
สริลนุชเอ่ยเรียกเสียงอ่อนอย่างท้อแท้ เขาใจร้ายกว่าที่เธอคิดไว้มาก คนไม่ได้รักกันจะนอนด้วยกันได้อย่างไร เธอยังคิดไม่ออก
“ส่วนงานจะทำหรือไม่ทำก็ได้แล้วแต่คุณ”
“…”
หญิงสาวนิ่งอึ้งอย่างคิดไม่ตก ความรับผิดชอบบนบ่ามันกดทับให้เธอนั่งนิ่ง ไม่เช่นนั้นเธอคงวิ่งหนีเขาออกจากคลินิกไปแล้ว
“ถ้าคุณไม่รับข้อเสนอนี้ ผมก็ไม่รับเข้าทำงาน”
เขาตัดปัญหาให้มันจบ ๆ ไป จะมาหาว่าเขาใจร้ายไม่ได้เด็ดขาด เขาต้องเสียเงินไปก็ต้องได้อะไรกลับมาบ้างให้คุ้มค่าหน่อย
“เราไม่ได้รักกันนะคะคุณหมอ จะนอนด้วยกันได้ยังไง”
เชิญคุณหัวเราะออกมาทันที เมื่อได้ยินคำถามอันไร้เดียงสาของเธอ ก่อนจะเอ่ยตอบหน้าตาย
“ได้สิ การที่หญิงชายจะมีอะไรด้วยกันไม่ต้องใช้ความรักก็ได้”
“แต่นุชทำไม่ได้”
“งั้นก็เชิญคุณกลับออกไปได้เลยครับ”
เช้าวันถัดมา สริลนุชลงมาช่วยมารดาทำอาหารขายเช่นปกติในทุกวัน แต่ในวันนี้เธอต้องบอกเรื่องสำคัญให้มารดาของเธอได้รับรู้ด้วย ในระหว่างที่เธอหั่นมะเขือเปราะเพื่อใส่ในแกงเขียวหวานอยู่นั้น ก็ได้เอ่ยบอกขึ้นมาให้มารดาได้ยิน
“นุชหาเงินมาผ่าตัดยายได้แล้วนะคะแม่”
