บทที่ 5 ทำงานวันแรก 1

5 ทำงานวันแรก

“หนูเอามาจากไหนลูก เร็วจัง”

ชวนชมหยุดมือที่ทำอาหารแล้วหันมาถามบุตรสาวด้วยความสนใจ เงินตั้งหลายแสนลูกสาวของนางไปหามาจากไหนกันได้เร็วขนาดนี้ งานการก็ยังไม่มีทำ

“นุชไปสมัครงานที่คลินิกของหมอเจ้าของไข้ยายน่ะจ้ะ แล้วนุชก็ขอกู้เงินจากหมอแล้วค่อยทำงานผ่อนจ่ายคืนทีหลังค่ะ”

สริลนุชก้มหน้าหั่นมะเขือเปราะ ส่วนปากก็เอ่ยเล่าเรื่องให้มารดาฟังไปเรื่อย ๆ

“ทำไมหมอเขาใจดีจังล่ะลูก”

ชวนชมยังไม่อยากจะเชื่อนัก แต่ลูกสาวของนางก็ไม่เคยโกหก เป็นเด็กดีมาตลอด จึงทำให้นางเชื่อที่ลูกสาวบอกไม่ยากนัก

“ก็ไม่ได้ใจดีนักหรอกจ้ะ เขาก็คิดดอกเบี้ยด้วย แล้วก็มีข้อแม้ว่านุชต้องทำงานที่นั่นจนกว่าจะผ่อนจ่ายหนี้หมด”

หญิงสาวยังคงก้มหน้าหลบตามารดาเหมือนเดิม

“แล้วหนูได้ค่าจ้างเท่าไหร่ล่ะลูก”

“วันละสี่ร้อย เดือนนึงก็ประมาณหมื่นสองจ้ะ ผ่อนจ่ายหนี้ให้คุณหมอเดือนละหมื่น ผ่อนประมาณสามปีก็หมดแล้วจ้ะแม่”

ค่าผ่าตัดของยายที่โรงพยาบาลเอกชนประมาณไม่เกินสามแสนบาทตามที่นายแพทย์เชิญคุณบอก หญิงสาวจึงคิดคำนวณคร่าว ๆ ให้มารดาฟัง

“แล้วเริ่มงานเมื่อไหร่”

ชวนชมเอ่ยถาม พลางหันไปใช้ทัพพีคนต้มพะโล้ในหม้อไปด้วย

“วันนี้จ้ะ คลินิกเปิดตอนเย็น คุณหมออยากให้ไปเรียนรู้งานจากพนักงานคนเก่าก่อนน่ะจ้ะ”

สริลนุชเงยหน้าจากเขียงที่เธอกำลังหั่นผักขึ้นมองมารดา เพราะนี่คงเป็นประโยคเดียวที่เป็นความจริงทั้งหมด

“อืม…แล้วบอกยายเขาหรือยัง”

“ยังเลยจ้ะ เล่าให้แม่ฟังก่อนว่าจะเห็นด้วยกับนุชไหม”

“แม่ก็แล้วแต่ยายนั่นแหละ ถ้าเค้าอยากผ่าแม่ก็เห็นดีด้วย แม่เห็นยายต้องทนปวดเข่า เดินไม่ค่อยได้ แม่ก็สงสาร”

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ยายผ่าตัดเลยนะจ๊ะ”

หญิงสาวบอกออกมาอย่างดีใจ เพราะเธอเชื่อว่ายายต้องตัดสินใจผ่าตัดอยู่แล้ว จากการที่เธอไปคุยกับท่าน ก่อนที่จะไปสมัครงานที่คลินิกของคุณหมอเชิญคุณ

ชวนชมพยักหน้ารับให้ลูกสาว ก่อนจะหันกลับไปทำอาหารต่ออย่างสบายใจขึ้น อย่างน้อยตอนนี้ก็มีเงินพอจ่ายค่าผ่าตัดให้มารดาของนางแล้ว ถึงแม้จะต้องแลกมากับการทำงานของลูกสาวนางก็ตาม แต่ถ้านางขายอาหารได้เงินมาก็จะช่วยลูกสาวผ่อนจ่ายหนี้ด้วย นางจะไม่ทำให้ลูกสาวต้องลำบากอยู่คนเดียวแน่นอน

สริลนุชมายืนอยู่หน้าคลินิกตอนใกล้บ่ายสามโมง เพราะเธอนัดกับพนักงานคนเดิมของคลินิกไว้ พิมพรให้เธอมาก่อนเวลาคลินิกเปิด จะได้เริ่มสอนงานบางส่วนก่อนได้

ระหว่างที่ยืนรอพิมพรอยู่หน้าคลินิกนั้น เธอก็คิดถึงข้อตกลงระหว่างเธอกับเชิญคุณไปด้วย สิ่งที่เธอบอกกับมารดาไปเมื่อตอนเช้า มีสิ่งเดียวที่เป็นเรื่องจริงคือเธอได้ทำงานที่นี่ และได้เงินเดือนตามที่บอกไป แต่เรื่องเงินผ่าตัดหัวเข่าของยายนั้น เธอต้องขายตัวแลกมันมา มีกำหนดระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ที่เธอต้องเป็นคู่นอนให้เขา ไม่มีการต้องผ่อนจ่ายอะไรทั้งนั้น เงินเดือนเธอก็ได้รับเต็ม ๆ ถ้าครบหนึ่งเดือนแล้วเธอจะทำงานที่นี่ต่อหรือจะลาออกเขาก็ไม่ว่า แต่ต้องทำตามกฎสามข้อของเขาให้ได้ทุกข้อ และที่เธอต้องเลือกทำงานที่นี่ด้วยก็เพราะจะได้ใช้เป็นข้ออ้างกับแม่และยายได้ ไม่เช่นนั้นพวกท่านคงไม่เชื่อแน่นอนว่าเธอสามารถหาเงินหลายแสนมาได้โดยไม่ต้องทำงาน

“นุช มารอนานหรือยัง”

พิมพรเอ่ยทัก เมื่อมาถึงหน้าคลินิกแล้วเห็นสริลนุชพนักงานคนใหม่ที่คุณหมอเจ้าของคลินิกรับมาทำงานคู่กับเธอ พลางไขกุญแจเปิดประตูเหล็กม้วน

“ไม่นานค่ะ นุชมาก่อนพี่พรไม่กี่นาทีเองค่ะ”

สริลนุชเอ่ยตอบอย่างยิ้มแย้มเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี ถึงแม้ว่าเธอต้องยืนตากแดดรอร้อน ๆ ก็ตาม

“เข้าข้างในดีกว่า ป่ะ”

คนมาทีหลังเอ่ยชวนพลางไขกุญแจเพื่อเปิดประตูร้าน ก่อนจะผลักเข้าไปด้านใน เปิดไฟ พร้อมกับพลิกป้ายคำว่าปิดไว้ด้านนอก เพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดคลินิก

สริลนุชเดินตามพิมพรเข้าไปด้านใน แล้วช่วยเปิดแอร์ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหันมาเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น

“ในแต่ละวันนุชต้องทำอะไรบ้างคะพี่พร”

“หน้าที่หลัก ๆ ก็คือรับคนไข้ ทำประวัติ เก็บประวัติ และก็จ่ายยาให้คนไข้ตามที่คุณหมอสั่ง เดี๋ยววันนี้ลองทำก็น่าจะเข้าใจทั้งหมด”

พิมพรอธิบายไปเรื่อย ๆ พลางพาสริลนุชเดินไปดูตู้เก็บประวัติคนไข้ที่เรียงตามตัวอักษรอย่างเป็นระเบียบ

“ค่ะ”

“แล้วก็มีหน้าที่ทำความสะอาดคลินิกทั้งชั้นบนและล่าง อ้อ…อีกอย่างต้องหาอาหารเย็นไว้ให้คุณหมอด้วยนะ คุณหมอจะทานมื้อเย็นหลังคลินิกปิด”

ระหว่างที่อธิบายพิมพรพาพนักงานใหม่เข้าไปดูห้องครัวที่อยู่ด้านหลังคลินิก ก่อนจะพาทัวร์ด้านบน

“ค่ะ”

เรื่องง่าย ๆ สบายมาก เธอทำได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่ว่าสิ่งที่เธออยากรู้ก็คือ

“ต้องหาอาหารเย็นให้ทุกวันเลยเหรอคะ คุณหมอจะไม่กลับไปกินข้าวกับลูกและภรรยาเลยเหรอคะ”

“ไม่นะ พี่ทำงานที่นี่มาห้าปียังไม่เคยเห็นลูกกับภรรยาคุณหมอเลย เห็นทำแต่งาน วัน ๆ ก็รักษาแต่คนไข้อีกอย่างคุณหมอก็ไม่ชอบให้ถามเรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่ คงไม่มีหรอกลูกกับเมียน่ะ”

พิมพรเอ่ยเล่าตามความเป็นจริงที่เธอได้พบเจอ เห็นคุณหมออยู่แต่โรงพยาบาลกับคลินิก มีแต่รักษาคนไข้ทุกวัน และไม่เคยเห็นจะมีผู้หญิงคนไหนมาหาชายหนุ่มที่นี่เช่นกัน เธอจึงคิดว่าคุณหมอนั้นโสดไม่มีพันธะใดแน่นอน

เมื่อได้ยินแบบนั้น สริลนุชค่อยสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง เธอจะได้ไม่รู้สึกผิดที่ต้องไปนอนกับคนที่มีเจ้าของแล้ว หรืออาจจะเป็นเมียน้อยโดยไม่รู้ตัว

“วันไหนคุณหมอไม่ทานมื้อเย็นจะบอกล่วงหน้า สบายใจได้”

“อ่อ…ค่ะ แล้วคุณหมอพักที่นี่หรือเปล่าคะ”

“เป็นบางวัน แต่ส่วนใหญ่จะกลับไปนอนบ้านน่ะ แต่บ้านคุณหมออยู่ไหนพี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ”

พิมพรเอ่ยบอกพลางกลั้วหัวเราะอย่างตลกตัวเอง เคยถามคุณหมอเชิญคุณเหมือนกัน แต่เขาไม่เคยตอบเรื่องส่วนตัวเลย เธอจึงไม่ได้รู้อะไรมาก รู้เท่าที่เล่าให้สริลนุชฟังนี่แหละ

“คุณหมอจะมาถึงคลินิกกี่โมงคะ”

“มาใกล้ ๆ คลินิกเปิดเลย คลินิกปิดวันจันทร์วันเดียวเพราะคุณหมอมีออกตรวจที่โรงพยาบาลรัฐทั้งวัน วันอังคารถึงศุกร์เปิดสี่โมงครึ่งถึงทุ่มนึง ส่วนเสาร์อาทิตย์เปิดเก้าโมงถึงเที่ยง”

พิมพรตอบคำถามพนักงานใหม่ พลางบอกเวลาเปิดปิดของคลินิกไปด้วย ดูเหมือนคุณหมอมีเวลาว่าง แต่จริงแล้วนายแพทย์เชิญคุณนั้นทำงานที่โรงพยาบาลทุกวันก่อนเข้าคลินิก ทำแต่งานจนไม่มีเวลาใช้เงินขนาดนี้ เอาเงินไปเก็บไว้ไหนหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป