บทที่ 6 ทำงานวันแรก 2
6 ทำงานวันแรก 2
เมื่อเดินดูชั้นบนจนครบก็พากันเดินลงมาชั้นล่าง เพราะหญิงสาวต้องขึ้นไปทำความสะอาดด้วย พิมพรจึงจำเป็นต้องพาขึ้นไป พอมาถึงชั้นล่างพิมพรก็เริ่มสอนให้สริลนุชหาประวัติคนไข้ที่นัดวันนี้มาเตรียมไว้ก่อน จะได้รวดเร็วไม่ต้องรอนาน
พอถึงเวลาสี่โมงเย็นกับอีกสิบห้านาทีพิมพรก็เดินไปพลิกป้ายให้คำว่าเปิดอยู่ด้านนอก ไม่นานก็มีคนไข้คนแรกของวันเดินเข้ามา เป็นผู้ชายวัยกลางคนพยุงหญิงชราสูงอายุ เธอจึงให้สริลนุชลองซักประวัติและทำประวัติคนไข้เตรียมไว้ให้คุณหมอ
เชิญคุณเดินเข้าคลินิกมาทางด้านหลัง บนใบหน้ามีหน้ากากอนามัยเหมือนทุกวัน แล้วตรงเข้าห้องตรวจทันที ก่อนจะส่งสัญญาณหาพนักงานให้เรียกคนไข้คิวแรกมาได้เลย ด้วยการส่งไลน์ไปหาพิมพร
“นุช คุณหมอมาแล้ว เรียกคิวแรกได้เลย และเอาประวัติคนไข้คิวแรกเข้าไปให้คุณหมอด้วยนะ”
พิมพรเอ่ยบอกกับพนักงานใหม่เมื่อเห็นข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวพร้อมกับสอนการทำงานให้สริลนุชด้วย
“ค่ะพี่”
สริลนุชรับคำแล้วเรียกคนไข้คิวแรกเข้าห้องตรวจ พลางเดินถือเอกสารเข้าไปให้คุณหมอในห้องตรวจด้วยตัวเอง โดยไม่ลืมยกมือไหว้ทักทายเขาก่อนวางประวัติคนไข้ให้ตรงหน้า เห็นเขาพยักหน้ารับเธอก็ออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้คุณหมอตรวจคนไข้ไปตามลำพัง
เมื่อคนไข้เปิดประตูออกจากห้องตรวจ สริลนุชก็เดินเข้าไปรับเอกสารจากมือของคุณหมอหนุ่ม
“จ่ายยาตามนี้ และนี่ค่ารักษาทั้งหมด”
เชิญคุณใช้นิ้วชี้ไปตามเอกสาร พร้อมกับบอกให้พนักงานใหม่ได้รู้วิธีการทำงานของเขา
“รับทราบค่ะ”
สริลนุชรับเอกสารมาแล้วออกจากห้องตรวจเพื่อให้คนไข้คนถัดไปได้เข้าตรวจ พลางคิดว่าวันนี้คนเป็นหมอช่างเคร่งขรึมและภูมิฐานต่างกับเมื่อวานที่ดูเจ้าเล่ห์เหลือเกิน
หญิงสาวให้พิมพรช่วยอธิบายการจ่ายยาตามที่คุณหมอสั่งให้คนไข้ และเธอต้องจดจำรายการยาทั้งหมดที่คลินิกมีให้แม่น และห้ามจ่ายยาผิดเด็ดขาด
เวลาผ่านไปจนใกล้คลินิกปิด คนไข้รายสุดท้ายก็ออกจากคลินิกไป เหลือเพียงสามคนเท่านั้น ทางด้านเชิญคุณยังคงนั่งอยู่ในห้องตรวจ ส่วนทางด้านสองสาวต่างวัยนั้น
“นุชไปเตรียมอาหารให้คุณหมอไป ตรงนี้พี่ดูเอง อ้อ…ทุ่มตรงพี่ขอกลับเลยนะ มีธุระน่ะ”
“ค่ะพี่”
สริลนุชเดินมาที่ห้องครัวก็เห็นอาหารถุงที่พิมพรเป็นคนซื้อมาวางอยู่บนโต๊ะทานข้าว เธอจึงเข้าไปหยิบดู เห็นเป็นข้าวสวยหนึ่งถุง ไข่พะโล้ และผัดผัก หญิงสาวจึงจัดอาหารใส่จาน ก่อนจะนำไปอุ่นในไมโครเวฟ แล้วเอากลับมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิม พร้อมกับเตรียมแก้วน้ำเปล่าไว้ให้เสร็จสรรพ
เธอเดินออกไปที่หน้าคลินิกก็พบว่าพิมพรนั้นเก็บของกลับบ้านไปแล้วตามที่บอกเธอไว้จริงๆ เมื่อไม่มีคนไข้มาแล้วเธอจึงทำการปิดประตูคลินิก ก่อนจะไปเคาะห้องตรวจแล้วเปิดประตูเข้าไปเห็นคุณหมอนั่งอ่านอะไรในมือถืออยู่จึงเอ่ยบอกออกไป
“คนไข้หมดแล้วค่ะ และอาหารเย็นก็พร้อมแล้ว คุณหมอจะทานเลยไหมคะ”
“ครับ”
เชิญคุณพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำหญิงสาวเข้าไปในครัว
“ทานด้วยกันสิ ผมทานคนเดียวไม่หมดหรอก”
ชายหนุ่มเอ่ยชวนเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ตรงที่มีอาหารวางอยู่บนโต๊ะ พลางถอดหน้ากากอนามัยออกจากใบหน้า มองอาหารอย่างเบื่อหน่าย แต่ก็ต้องรับประทานเข้าไปเพื่อยังชีพ แต่มีคนนั่งทานด้วยก็คงดี
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวนุชกลับไปทานที่บ้านค่ะ”
สริลนุชเอ่ยปฏิเสธ จะให้เธอนั่งทานอาหารกับเขาที่เป็นเจ้านายก็ดูจะกระไรอยู่ ถึงแม้ว่าหลังจากนี้เธอจะต้องเป็นคู่นอนของเขาก็ตาม ขอให้ถึงเวลานั้นก่อน เพราะตอนนี้เธอยังไม่ได้สนิทกับเขาสักเท่าไหร่ ความหน้าตาดีแบบไม่หล่อมากของเขาที่เธอเพิ่งเห็นหลังจากเขาถอดหน้ากากอนามัยก็ไม่ช่วยให้เธอตอบรับ
“นั่งเถอะ จะคุยเรื่องผ่าตัดของยายคุณด้วย”
ชายหนุ่มบอกเป็นเชิงบังคับ ดูซิว่าเอาเรื่องยายของเธอมาอ้างแล้วจะยอมนั่งทานดีๆ ไหม
สริลนุชจำใจไปเอาจานมาใส่ข้าวอีกหนึ่งใบ แล้วลงนั่งตรงข้ามคุณหมอ เห็นเขาเลื่อนอาหารมาวางตรงกลางโต๊ะให้ เธอก็เอ่ยขอบคุณเบาๆ รอให้ชายหนุ่มตักอาหารก่อน เธอถึงค่อยตักตามแล้วค่อยเอ่ยถาม
“จะให้ยายไปผ่าตัดแล้วใช่ไหมคะ”
“อืม…วันศุกร์หน้าเลย ผมจองห้องผ่าตัดไว้ให้แล้ว”
ชายหนุ่มเอ่ยตอบ
“แล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ”
สริลนุชถามอย่างสนใจ เพราะตอนนี้ยายของเธอยังทรมาน อยู่ได้ด้วยการทานยาแก้ปวดประทังไปแค่นั้น เธอจึงอยากให้ยายได้ผ่าตัดเร็วๆ ถึงแม้ว่านั่นจะถึงเวลาที่เธอต้องเป็นคู่นอนให้เชิญคุณก็ตาม
“ก็เข้าโรง’บาลตั้งแต่พฤหัส เพื่อเตรียมร่างกายก่อน แล้วจะผ่าเช้าวันศุกร์ ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนวันจันทร์ก็กลับบ้านได้”
“เอ่อ…แล้ว…”
“แล้วอะไร”
เชิญคุณเอ่ยถามแทรก เมื่อเห็นว่าหญิงสาวดูพูดอึกอักเหลือเกิน
“งานนั้นของนุช จะ…ให้เริ่มเมื่อไหร่คะ”
เธอคิดว่าเป็นงานงานหนึ่งก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียดายความสดความซิงและความบริสุทธิ์ แลกกับการที่ยายของเธอจะเดินได้เป็นปกติ เธอยอมทำได้ทั้งนั้น
“วันนี้”
เชิญคุณเอ่ยตอบ พลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาลุ่มลึก เห็นเธอทำหน้าตกใจแล้วเขายิ่งอยากแกล้ง
“คุณหมอ! ให้ยายผ่าตัดให้เรียบร้อยก่อนได้ไหมคะ”
เธอต่อรองด้วยสีหน้าอึ้งสุดขีด ไม่ยุติธรรมเลย ถ้าเธอยอมนอนกับเขาวันนี้แล้วเขาเบี้ยวไม่ผ่าตัดให้ยายของเธอจะทำยังไง อีกทั้งวันนี้เธอไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเพื่อมาพลีกายให้เขาด้วย
“งั้นก็วันพฤหัส คืนก่อนยายคุณผ่าตัด”
เขาเป็นคนเสียเงิน เขาต้องได้กำไร!
“แต่นุชต้องอยู่เฝ้ายาย”
“ผมจองห้องพิเศษไว้ให้ มีพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง”
เขายังคงไม่ยอม จะเสียเงินหลายแสน เขาต้องได้จับมากกว่าแขนถึงจะยอม
“แต่นุชก็อยากดูแลยายเองอยู่ดีค่ะ”
ยื้อเวลาเสียตัวออกไปได้อีกวันก็คงจะดี แต่…
“งั้นก็ยกเลิกข้อตกลง”
“คุณหมอ”
สริลนุชร้องเรียกเสียงหลง ไม่คิดว่าเขาจะยกเลิกกันได้ง่ายๆ แบบนี้
“ว่าไง”
คนเป็นหมอเลิกคิ้วถามกวนๆ
“ก็ได้ค่ะ”
แล้วเธอจะตอบอะไรได้อีก ปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะเขาเป็นความหวังเดียวที่จะทำให้ยายของเธอหายจากอาการปวดเข่า และกลับมาเดินได้เป็นปกติ
“ก็แค่นั้น”
เชิญคุณยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้หญิงสาว จนเธองอนสะบัดหน้าออกไม่ยอมมองเขาอีก แต่ใครจะสนใจ เขาจึงนั่งทานข้าวได้อร่อยขึ้นจนอิ่ม
