บทที่ 7 ข้อจำกัด
บทที่ 7 ข้อจำกัด
สริลนุชเก็บจานชามไปล้างตามหน้าที่ ส่วนคนเป็นหมอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เธอเลยไม่สนใจเขาอีก ตั้งหน้าตั้งตาล้างจานให้เสร็จเพื่อที่จะได้รีบกลับบ้าน เดี๋ยวรถโดยสารจะหมดเสียก่อนแล้วเธอจะกลับบ้านไม่ได้
“คุณทำอาหารเป็นไหม”
เชิญคุณพอจำได้ว่าบ้านของหญิงสาวนั้นขายข้าวแกง เลยลองเอ่ยถามเธอดู
สริลนุชชะงักมือไปนิด ก่อนจะเอ่ยตอบ
“เป็นค่ะ”
“อร่อยหรือเปล่า”
เขาจะเอาอะไรกับเธออีก
“ก็พอทานได้ค่ะ”
เชิญคุณนิ่งคิดไปนิดก่อนจะเอ่ยออกมา
“งั้นต่อไปนี้ทำอาหารให้ผมทานด้วยละกัน จะได้ไม่ต้องให้คุณพิมซื้อเข้ามา มันไม่ค่อยถูกปาก”
เขาอยากทานอาหารปรุงสุกสดใหม่บ้าง
“…”
แล้วเธอทำจะถูกปากเขาไหมล่ะเนี่ย!
“ว่าไง ทำได้ไหม”
ชายหนุ่มเร่งเอาคำตอบ
“แต่ในครัวนี่ไม่มีของสดให้ทำอาหารได้เลยนะคะ”
เธอหันมาตอบเมื่อล้างและคว่ำจานเสร็จเรียบร้อย โดยเธอยังใช้สะโพกยืนพิงขอบอ่างล้างจานพลางคิดว่าในตู้เย็นที่เธอเห็นมีแต่น้ำเปล่าและเครื่องดื่ม อุปกรณ์การทำอาหารมีครบ ขาดก็แต่วัตถุดิบเท่านั้น จะให้เธอเสียเงินซื้อเข้ามาก็ใช่เรื่อง
“ไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวซื้อเข้ามาก็ได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้นและเห็นสีหน้าของเขาดูจริงจังเธอเลยตอบออกไปว่า
“นุชทำให้ได้ค่ะ แต่จะถูกปากคุณหมอหรือเปล่า”
“พรุ่งนี้ก็ลองทำมาจากบ้านให้ผมลองทานก่อนก็ได้”
ชายหนุ่มแนะนำ
“ได้ค่ะ”
ก็ดีเหมือนกันถ้าไม่ถูกปากเขา เธอจะได้ไม่ต้องมีงานเพิ่ม
“มีข้อจำกัดอะไรบ้างไหมคะ”
เธอต้องถามเผื่อไว้ก่อนเพื่อเป็นข้อมูล
“ผมทานง่าย ขอแค่ไม่เค็มจัด ไม่หวานจัด ไม่เปรี้ยวจัด และก็ไม่เผ็ดมาก ไม่ชอบต้นหอม ไม่กินของหมักดอง”
“…”
นี่นะทานง่าย ข้อแม้เยอะจัด ดีที่เธอถามไว้ก่อน จะได้ไม่โดนบ่นทีหลัง
“อ้อ…อีกอย่าง อาหารมันๆ ผมไม่กินนะ เลี่ยน”
ชายหนุ่มบอกด้วยสีหน้าเอียนจัด ขนาดบอกพิมพรไปแล้ว ทุกวันมานี้ยังได้อาหารมันๆ อยู่เลยหวังว่าสริลนุชจะเข้าใจเขา
“รับทราบค่ะ”
พรุ่งนี้ก็ทานไข่ต้มไปก็แล้วกัน!
หลังจากนั้นสริลนุชก็ขอตัวกลับบ้านทันที ซึ่งเขาก็ปล่อยให้เธอกลับไปแต่โดยดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกทางด้านหลังคลินิกเพื่อขับรถกลับไปนอนที่บ้านเช่นกัน
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่บอกวันเวลาที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดข้อเข่าให้กับยายและมารดาของเธอได้รับรู้เรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายสริลนุชก็เข้ามาทำงานที่คลินิกก่อนเวลาเปิดนานพอสมควร เพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ภายในคลินิกด้วยตัวเองอีกครั้ง โดยเฉพาะห้องครัว เธอต้องสำรวจนานเป็นพิเศษเพราะต้องจดว่าต้องซื้อของอะไรเพิ่มเติมบ้าง โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ที่นี่สักคน เธอจึงทำงานของตัวเองได้อย่างสบายใจ
พอใกล้ถึงเวลาคลินิกเปิด พิมพรก็เดินเข้าคลินิกมา มุ่งตรงมาหาสริลนุชที่กำลังนั่งดูรายชื่อคนไข้นัดหมายในวันนี้ หญิงสาวจึงเอ่ยทักอย่างเป็นกันเอง
“สวัสดีค่ะพี่พิม”
“สวัสดีจ้ะ เออนี่ คุณหมอเขายกเลิกให้พี่ซื้ออาหารเย็นมาให้ เป็นเพราะอะไรรู้ไหม”
พิมพรวางกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวในตู้ใต้เคาท์เตอร์ พลางทักตอบคนที่มาก่อนไปด้วย ไม่ลืมเอ่ยถามในเรื่องที่สงสัยและไม่กล้าถามเอากับเจ้านาย
“อ๋อ…คุณหมอเปลี่ยนให้นุชเป็นคนจัดมาให้ค่ะ เพราะที่บ้านนุชขายข้าวแกงพอดี จะได้ไม่ลำบากพี่พิม”
หญิงสาวเอ่ยอธิบายยิ้มๆ แต่ภายในใจนั้นมีความกังวลว่าพิมพรจะว่าเธอว่าแย่งหน้าที่หรือเปล่า
“ดีเลย เอาตามตรงก็ลำบากพี่จริงๆ นั่นแหละ ต้องนั่งรถเลยคลินิกเข้าไปในตลาดเพื่อซื้อกับข้าวแล้วค่อยนั่งรถกลับมานี่อีก เสียเวลามาก”
พิมพรบ่น แต่ก็กระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความดีใจที่ไม่ต้องลำบากไปซื้ออาหารให้คุณหมออีกแล้ว
“อ่อ…ค่ะ”
สริลนุชพยักหน้ารับ แล้วลงมือจัดเรียงประวัติคนไข้นัดต่อเป็นการตัดบทสนทนา ไม่นานนักก็มีคนไข้รายแรกเข้ามารอการรักษาที่คลินิก ตามด้วยคนไข้ใหม่ จึงไม่ได้คุยอะไรกันมากอีก เพราะต้องรีบทำประวัติคนไข้ก่อนที่คุณหมอจะเข้าคลินิก
พอถึงเวลาคลินิกเปิด เชิญคุณจอดรถไว้ด้านหลังคลินิก ก่อนจะเดินเข้าคลินิกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะวันนี้เขามีคิวผ่าตัดทั้งวันอีกแล้ว แต่ก็ต้องพาสังขารมาตรวจคนไข้ที่คลินิกของตนเองต่อ ไม่อยากเลื่อนนัดคนไข้ เพราะอาการเจ็บป่วยนั้นไม่เข้าใครออกใคร เขาไม่อยากให้คนไข้ต้องลำบากทนเจ็บปวด ในเมื่อเขายังไหวก็ต้องมาทำหน้าที่ในแต่ละวันให้เสร็จสมบูรณ์ พลางส่งข้อความหาสริลนุชแทนพิมพรบอกว่าเขามาถึงแล้ว
สริลนุชเหลือบมองข้อความบนหน้าจอมือถือ ก็เอ่ยบอกกับเพื่อนร่วมงาน
“คุณหมอมาแล้วนะคะพี่พิม”
“จ้ะ นุชเรียกคนไข้คนแรกได้เลย”
พิมพรพยักหน้ารับ พลางเอ่ยใช้หญิงสาวให้ทำหน้าที่แทนตน เพราะเธออยากนั่งอยู่กับที่ ไม่อยากลุกเดินไปเดินมาให้เมื่อย รอจัดยาอยู่กับที่ดีกว่า
แต่ก่อนที่สริลนุชจะเรียกคนไข้คนแรก เธอเลือกเดินไปดูเชิญคุณที่ห้องตรวจก่อนว่าพร้อมตรวจคนไข้หรือยัง เธอเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปเบาๆ เห็นเขานั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาอยู่ เธอจึงเอ่ยถามออกไปเบาๆ อย่างเกรงใจ
“คุณหมอจะรับอะไรเย็นๆ หน่อยไหมคะ จะได้สดชื่น”
ดูเขาอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าเหลือเกิน เธอจึงหวังดีเผื่อเขาจะต้องการ
เชิญคุณลืมตาเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ของหญิงสาว พลางมองเธอด้วยสายตาลุ่มลึกที่ยากจะอ่านความรู้สึกได้ออก ก่อนจะเอ่ยถาม
“มีอะไรนอกจากเบียร์กับน้ำเปล่าในตู้เย็นด้วยเหรอ”
“มีน้ำผลไม้ค่ะ นุชซื้อมาแช่ไว้”
สริลนุชเอ่ยตอบ พลางยิ้มให้คุณหมออย่างเป็นกันเองมากขึ้น ไม่ได้รู้สึกเกร็งเหมือนก่อนหน้านี้
“อืม…เอาก็ได้ แล้วเรียกคนไข้เข้ามาได้เลย”
“ค่ะ”
เชิญคุณมองตามหลังสริลนุชที่กำลังเปิดประตูออกจากห้องตรวจไปด้วยแววตาสั่นไหว บนริมฝีปากมีรอยยิ้มแต้มบางๆ อย่างพึงพอใจ
สริลนุชเดินไปหยิบน้ำทับทิมกล่องในตู้เย็นที่เธอซื้อมาแช่ไว้เพื่อจะทานเอง แต่พอเห็นอาการเหนื่อยล้าของเชิญคุณเธอก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อเดินกลับมาที่หน้าคลินิก เธอก็เรียกคนไข้รายแรกเข้าห้องตรวจ พลางเดินนำคนไข้ไปพร้อมประวัติคนไข้เข้าไปให้คุณหมอด้วย โดยไม่ลืมวางกล่องน้ำทับทิมให้เขาด้วย
“ขอบคุณครับ เจาะให้หน่อย เชิญนั่งครับคุณลุง”
เชิญคุณหยิบกล่องน้ำทับทิมคืนหญิงสาวพลางเอ่ยสั่งให้เจาะหลอดให้เขาหน่อย ก่อนจะเอ่ยบอกกับคนไข้ผู้ชายสูงอายุให้นั่งลงเตรียมตรวจได้เลย
