บทที่ 9 ไม่อยากรบกวน

บทที่ 9 ไม่อยากรบกวน

“หึๆ”

เขาหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทัน และยังคงคลอเคลียกับแก้มนุ่มที่เบี่ยงหนีตลอดเวลา จนพลาดไปถึงซอกคอหอมกรุ่น เขาก็ขบเม้มและซุกไซร้อย่างหลงใหล

“ปล่อยนุชนะคะ เดี๋ยวตกรถเที่ยวสุดท้าย”

หญิงสาวเอ่ยขอร้อง ส่วนร่างกายนั้นเริ่มอ่อนปวกเปียก ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนเท่านี้ มันทำให้เธอทั้งอยากรู้อยากลอง แต่มันต้องไม่ใช่ตอนนี้ เขาจะมารวบรัดเธอก่อนเวลาไม่ได้

“เดี๋ยวผมไปส่ง หรือคืนนี้คุณจะนอนนี่เลยก็ได้นะ”

เชิญคุณเอ่ยบอกกับซอกคอขาวผ่องของหญิงสาว ก่อนจะกอดรัดตัวเธอเข้ามาชิดตัวเขาแนบแน่น

“ไม่ค่ะ นุชอยากกลับบ้าน”

หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่น ยิ่งเธอสัมผัสได้ถึงท่อนลำแข็งๆ ที่ดันหน้าท้องของเธออยู่ ก็ทำให้รู้สึกกลัว ขอกลับบ้านก่อนจะดีและปลอดภัยกว่า

“ขอจูบหวานๆ อีกรอบก่อน”

ชายหนุ่มเอ่ยขอ พลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ มองคนไม่ประสาเรื่องอย่างว่าที่อ้าปากค้างอย่างพอใจ เดี๋ยวเขาจะเป็นคนสอนเธอเอง เรื่องแบบนี้เขาชอบอยู่แล้ว

“…”

หญิงสาวรีบส่ายศีรษะปฏิเสธ

“กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ อยากกลับบ้านไม่ใช่เหรอ”

แล้วการให้ความร่วมมือมันต้องทำอย่างไรล่ะ ก็เธอไม่รู้นี่ จูบเธอก็จูบไม่เป็น ให้กอดเขาเหมือนที่เขากอดเธอน่ะเหรอ มันจะง่ายขนาดนั้นเลย แต่เอาเถอะเพื่อให้เธอได้กลับบ้านไปอย่างปลอดภัย เธอจะทำตามความต้องการของเขาก็แล้วกัน

สริลนุชค่อยๆ เลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นไปกอดคอเขาไว้เหมือนในละครตอนที่พระเอกนางเอกเขาจูบกัน แล้วเงยหน้ารอ สายตาของเธอคอยมองริมฝีปากหนาหยักของเขาอย่างรอคอย เธอให้ความร่วมมือแล้วนะ แล้วเขาล่ะ

เชิญคุณมองการกระทำของหญิงสาวอย่างพอใจ พูดง่ายๆ แบบนี้สิดี มีความพยศนิดๆ หน่อยๆ เขาโคตรชอบ!

แต่แค่เพียงริมฝีปากได้แตะกันเท่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขัดจังหวะจนชะงักไปกันทั้งคู่แล้วเมื่อรู้ตัวว่าเสียงนั้นเป็นของเขาเอง ชายหนุ่มก็รีบผละตัวออกห่างจากหญิงสาว แล้วหยิบมือถือที่เขาวางไว้บนโต๊ะทานอาหารขึ้นมากดรับ เมื่อเห็นว่าเป็นสายจากโรงพยาบาล

สริลนุชแอบปลีกตัวด้วยการย่องออกจากห้องครัวตอนที่เชิญคุณรับโทรศัพท์ ถ้ารีบออกไปตอนนี้เธอยังมีความหวังว่าจะทันรถโดยสารเที่ยวสุดท้าย แต่ยังออกไปไม่ทันพ้นประตูห้องครัวดีแขนของเธอก็โดนเชิญคุณจับไว้ได้อย่างรวดเร็ว

“อุ้ย”

เธอยังได้ยินเขาคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยซ้ำ มือไวจริง!

“ก็บอกแล้วไงว่าผมจะไปส่ง ดื้อจริง”

เชิญคุณวางสายเสร็จก็หันมาดุหญิงสาว ดูเธอไม่สลดเลยด้วยซ้ำ

“ไม่อยากรบกวนคุณหมอนี่คะ”

ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาอยากทำอะไรก็จะทำ จึงกึ่งลากกึ่งจูงหญิงสาวไปขึ้นรถยุโรปหรูที่จอดอยู่ด้านหลังคลินิก โดยไม่ลืมล็อกประตูด้านหลัง เพราะเขาเองก็จะกลับไปนอนที่บ้านเช่นกัน

“บอกทางด้วยนะ”

เขาเอ่ยสั่งเมื่อเข้ามาอยู่ในรถกันสองคนเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งขับรถออกไปตามทาง

“ไปทางตลาด แล้วขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำค่ะ”

สริลนุชต้องจำใจบอกทางให้เขารู้ ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะพาเธอไปที่อื่นก็เป็นได้ ไว้ใจไม่ค่อยได้เลยเดี๋ยวนี้ โชคดีหน่อยที่เขายังคงขับไปตามทางที่เธอบอก

เมื่อรถจอดลงหน้าบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้นริมถนนที่ประตูบ้านปิดไปเรียบร้อยแล้วนั้น หญิงสาวก็ยกมือไหว้ขอบคุณที่เขาขับรถมาส่งอย่างปลอดภัย

“ขอบคุณค่ะ”

“อืม”

เชิญคุณมองตามหลังหญิงสาวที่ลงจากรถไปอย่างเสียดาย ไม่น่ามีสายโทรศัพท์เข้าเลย ไม่เช่นนั้นเขาคงได้เชยชมหญิงสาวให้หายอยากอีกนิดหน่อย เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะขับรถออกจากหน้าบ้านของหญิงสาว เมื่อเห็นเธอเข้าบ้านไปและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องกลับบ้านไปนอนคนเดียวอย่างเงียบเหงาเหมือนเดิม หรือเขาจะเลื่อนวันผ่าตัดให้เร็วขึ้นดี!

วันถัดมา สริลนุชตื่นแต่เช้าเพื่อช่วยมารดาเตรียมอาหารขายตามปกติเหมือนทุกวัน เริ่มตั้งแต่ไปช่วยกันจ่ายตลาด แล้วกลับมาช่วยกันปรุงอาหารหลากหลายเมนูเตรียมขายในช่วงกลางวันโดยตั้งแต่เก้าโมงเช้าเป็นต้นไปก็มีลูกค้ามานั่งทานอาหารที่ร้านกันแล้ว 

ร้านข้าวแกงชวนชม ถือว่าเป็นร้านที่ขายดีในย่านนี้ แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาทำให้คนไม่ค่อยซื้ออาหารนอกบ้านกันมากนัก ทำให้ร้านข้าวแกงพอมีรายได้เลี้ยงตัวเองไปในแต่ละเดือนเท่านั้น กำไรที่พอเหลือเก็บก็ต้องเอาไปใช้หนี้เงินกู้ ทำให้ครอบครัวของเธอต้องกระเบียดกระเสียร ใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่อความอยู่รอด

“ทำตรงนี้เสร็จแล้วหนูขึ้นไปพักเถอะลูก เดี๋ยวต้องไปทำงานอีก”

ชวนชมเอ่ยบอกกับลูกสาวคนเดียวของนาง พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ลูกนิสัยดี กตัญญูรู้คุณอีกทั้งยังไม่เคยทำให้นางต้องกลัดกลุ้มใจแม้เพียงสักนิด

“นุชไม่เหนื่อยเลยจ้ะแม่ ไม่ต้องพักหรอก งานที่คลินิกก็ไม่ได้หนักอะไร อยู่ช่วยแม่ดีกว่าจ้ะ แม่จะได้ไม่เหนื่อยไงจ๊ะ”

สริลนุชเอ่ยบอกยิ้มๆ อย่างมีความสุข การได้ช่วยเหลือมารดามันเป็นความสุขของเธอ ยิ่งเห็นมารดายิ้มได้ เธอยิ่งมีความสุขและยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อความสุขสบายของผู้เป็นมารดาและยาย

ชวนชมยิ้มรับคำลูกสาวโดยไม่ได้เอ่ยอะไรอีก แล้วเร่งทำอาหารต่อเพื่อที่จะได้ทันขายให้ลูกค้าตอนกลางวัน

ระหว่างที่เธอกำลังแต่งตัวและแต่งหน้าเพื่อออกไปซื้อของเข้าครัวที่คลินิกก่อนเวลาทำงานประมาณสองชั่วโมงอยู่นั้น สริลนุชก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดัง จึงรีบหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นสายจากเชิญคุณจึงรีบกดรับ

“สวัสดีค่ะ”

“จะไปซื้อของตอนบ่ายนี้ใช่ไหม”

เชิญคุณเอ่ยถามมาตามสายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม

“ใช่ค่ะ”

ก็เธอบอกเขาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่ ทำไมต้องโทรมาถามอีก เธอคิดอย่างขัดใจ เขาจำไม่ได้หรือไงกัน

“ผมว่างพอดี เดี๋ยวไปด้วย”

“เอ่อ…”

เธอกำลังจะเอ่ยปฏิเสธไม่ให้เขาไปด้วย เธอไปคนเดียวได้ แต่ก็พูดไม่ทันเมื่อเขาบอกมาตามสายเสียก่อน

“เจอกันที่ห้างเลยนะ”

แล้วเขาก็วางสายไปเลย

โธ่…นึกว่าจะมารับ

สริลนุชเลยต้องรีบเร่งแต่งตัวแล้วรีบออกจากบ้านทันที ไม่อยากให้เขาต้องรอนาน เดี๋ยวจะอารมณ์เสีย แล้วมาทำโทษด้วยการจูบเธออีก

เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้า หญิงสาวก็รีบมองหาเชิญคุณ ไม่รู้ว่าเธอมาถึงก่อนหรือหลังเขากันแน่แต่ขอให้เธอมาถึงก่อนเขาทีเถอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป