บทที่ 1 ตอนที่ 1 สู้สุดใจ
ณ คอนโด
ยี่หวาหญิงสาววัย 21 ปี กำลังนั่งทำรายรับรายจ่ายอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอจัดการรายจ่ายที่ต้องจ่ายของเดือนถัดไปอย่างตั้งใจ เธอจัดแจงทุกอย่างให้เป็นระบบระเบียบในชีวิตของตัวเองจึงไม่มีปัญหาใด ๆ ในการใช้ชีวิต ณ ช่วงเวลานี้
“ หื้ม มีเงินเหลือตั้ง 5 พันบาทเลยแฮะ งั้นเอาเก็บไว้ก็แล้วกัน” พอคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ พบว่ายังคงเหลือ ยี่หวาจึงเก็บไว้เป็นเงินออม
ชีวิตของหญิงสาวกว่าจะปรับตัวให้อยู่ด้วยตัวเองตามลำพังได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เมื่อสามปีที่แล้วได้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตของยี่หวาขึ้น
พ่อแม่ที่เป็นดั่งทุกสิ่งทุกอย่างได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตทั้งคู่ นับตั้งแต่นั้นมาชีวิตเธอก็พลิกผันมาหน้ามือเป็นหลังมือทันที
จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบายต้องมาลำบากลำบนออกมาดำรงชีวิตเองสู่โลกภายนอกในวัยเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น
ช่วงเวลานั้นเธอไม่มีที่พึ่งเลยสักคน บ้านที่เคยอยู่กับพ่อแม่ด้วยความอบอุ่น เงินประกันที่ได้จากการเสียชีวิตกลับถูกป้าหลอกให้เซ็นต์จนทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของป้า หล่อนไม่ให้เธอสักบาทเดียวทั้งที่มันเป็นของของเธอ ทั้งยังไล่เธอออกมาจากบ้านอย่างไม่ใยดี
ยี่หวาผู้น่าสงสารเลยต้องออกมาจากบ้านของตัวเองด้วยความจำใจ การอยู่ข้างนอกด้วยตัวคนเดียวเธอต้อง สู้สุดใจ
ยี่หวางัดความสามารถของตัวเองออกมาใช้ไม่ว่าจะเป็นรับแปลภาษาจีน ภาษาอังกฤษหรือแม้กระทั่งเป็นคนในครัวในร้านอาหารไทยเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ความชอบและความสามารถของหญิงสาวช่วยชีวิตเธอได้
เงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงสามารถส่งเธอเรียนและสามารถซื้อคอนโดมาห้องหนึ่งด้วยชื่อของตัวเอง หญิงสาวภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างมากที่ทำอะไรด้วยตัวเองและไม่ท้อแท้ไปกลางทาง
“ อะ ไปถึงเวลาทำงานแล้วไปก่อนดีกว่า” ยี่หวาจัดการเก็บสมุดบันทึกรายรับรายจ่ายจากนั้นก็ไปเตรียมตัวออกไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารไทย
ณ ร้านอาหารไทย
“ พี่ปลา เจ๊ปู สวัสดีค่ะ” พอมาถึงหญิงสาวก็รีบยกมือไหว้ทั้งสองทันที เจ๊ปูเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยที่ใจดีกับเธอมาก ๆ รับตัวเธอทำงานแทบจะทันทีแม้ว่ายี่หวาไม่เคยมีประสบการณ์การในงานทำงานมาก่อน ส่วนพี่ปลาแกก็คือเชฟที่ช่วยสอนงานให้เธอทุกอย่างไม่เคยดุด่าในตอนที่เธอทำงานพลาด พูดจาไพเราะใจเย็นแม้จะทำงานในครัวร้อนตลอด
เธอทำงานที่ร้านอาหารไทยเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตั้งใจจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเรียนจบเพราะเจ้าของร้านและเพื่อนรวมงานต่างก็ใจดีกับเธอทุกคน
“ อ่าว มาแล้วเหรอยี่หวา กินข้าวมาหรือยังเอ่ย?” เจ๊ปูถามด้วยความเป็นห่วง
“ หนูกินมาเรียบร้อยแล้วค่ะเจ๊ปู” เธอส่งรอยยิ้มอันสดใสให้เจ๊ปูก่อนที่จะลูบท้องตัวเองเบา ๆ เพราะกินเคบับเนื้อไก่มาก่อนแล้ว
“ อ่าวเหรอ นึกว่ายังไม่กินถ้ายังไม่กินวันนี้เจ๊ทำต้มจืดลูกรอกอยากให้ยี่หวามาลองชิมให้เจ๊สักหน่อย”
“ เอ๊ะ วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะเจ๊ปู ทำไมถึงทำต้มจืดลูกกรอกกัน?” เธอถามด้วยสงสัยเพราะเมนูนี้มีวิธีการทำหลานขั้นตอน
“ อ้อ ลืมบอกยี่หวาไปเลยว่าวันนี้มีลูกค้าคนพิเศษเหมาร้านพวกเราน่ะ” พี่ปลาเอ่ยในขณะที่กำลังเตรียมวัตถุดิบของเมนูอื่น ๆ
“เอ๊ะ ลูกค้าคนพิเศษอย่างนั้นเหรอพี่ปลา?” หญิงสาวเอียงคอถามเพราะตั้งแต่มาทำงานมาก็สามปีแล้วยังไม่เคยเห็นลูกค้าคนไหนที่อยากเหมาร้านแล้วถูกเจ๊ปูอนุญาตเลยสักคน เจ้าของร้านอย่างเจ๊ปูแกอยากให้ลูกค้าได้ทานอาหารทุกคนจึงไม่มีการให้เหมาร้าน แต่แปลกที่ครั้งนี้เจ๊ปูให้เหมาร้าน นั่นแสดงว่าลูกค้าท่านนั้นต้องมีความสำคัญมากแน่
“ ก็พี่กุ้งแกไหว้วานมาน่ะ อยากให้คุณหญิงพิมพาซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญได้ทานอาหารแบบส่วนตัว” เจ๊ปูเอ่ย พี่กุ้งคือพี่สาวคนโตของเจ๊ปูและพี่ปลาที่ทั้งสองเคารพเชื่อฟังเป็นอย่างมาก
“ อ้อ อย่างนี้นี่เองเข้าใจแล้วค่ะงั้นหนูขอไปทำส่วนของหนูก่อนนะคะ” พอรู้ว่าพี่กุ้งขอมาเธอก็ไม่แปลกใจเพราะพี่แกคือเป็นคนออกเงินสร้างร้านอาหารไทยให้เจ๊ปูทั้งหมด
1 ชั่วโมงต่อมา
รถคันหรูสีดำจำนวนสองคันได้มาจอดที่หน้าอาหารพร้อมกับบอดี้การ์ดประมาณ 6-8 คนกำลังอารักขาหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่เดินลงมาจากรถด้วยท่าทางที่สง่างาม
แม้หล่อนจะมีอายุแล้วแต่ก็มีเค้าโครงของความสวย หล่อนดูมีสง่าราศี ผู้ดีมีฐานะ หญิงสาวมองหล่อนด้วยความชื่นชม เธอกำลังคิดในใจว่าตอนสาว ๆ หล่อนต้องสวยมากแน่
“ คุณพิมพาสวัสดีค่ะ ร้านอาหารของเรายินดีค้อนรับนะคะ เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ” เจ๊ปูกล่าวทักทายคนตรงหน้าอย่างสุภาพพร้อมกับเชิญพิมพาเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ ขอบคุณค่ะ รบกวนด้วยนะคะคุณปู” พิมพาตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนไหนเป็นผู้ดีมีมารยาท ยี่หวายิ่งชื่นชมในตัวพิมพาเข้าไปใหญ่ เธอยิ้มต้อนรับหล่อนด้วยความดีใจส่วนหล่อนที่เห็นยี่หวาก็หยุดมองสักพักก่อนที่จะเข้าไปในร้านตรงที่เจ๊ปูได้จัดเตรียมไว้ให้
2 ชั่วโมงต่อมา
“ อร่อยมากเลยค่ะคุณปู ไว้จะมาทานอีกนะคะ” หล่อนใช้เวลาทานอาหารในร้านถึงสองชั่วโมง เมนูที่ยกมาเสิร์ฟล้วนหมดจานโดยเฉพาะพวกแกงกะทิที่ยี่หวาเป็นคนทำ
“ ยินดีมาก ๆ เลยค่ะคุณพิมพาไว้มีโอกาสหน้ามาทานที่ร้านเราอีกนะคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ” เจ๊ปูเอ่ยก่อนที่จะเดินไปส่งพิมพาขึ้นรถคันหรู
“ คุณพิมพานี่เธอเป็นใจดีจังเลยนะคะพี่ปลา แกเอ่ยชมแกงกะทิของหนูไม่หยุดเลยพี่ปลา” ยี่หวาพูดอย่างอารมณ์ดีปกติก็มีลูกค้ามาชื่นชมการทำอาหารเป็นประจำอยู่แล้วแต่กับพิมพาที่พูดชมแกงกะทิของตัวเอง ยี่หวากลับดีใจอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับคำชมของแม่ที่ล่วงลับที่เอ่ยชมทุกครั้งที่ทำกะทิให้ท่านทาน
“ พี่ว่าไม่ชอบก็แปลกแล้วแหละ ขนาดพี่เป็นเชฟชิมแล้วรู้สึกว่าอร่อยมาก ๆ เลย” พี่พูดพร้อมกับลูบศีรษะของเธอด้วยความเอ็นดู
“ จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะพี่ปลา” เธอยิ้มใหญ่
“ เลิกงานแล้วกลับห้องไปพักผ่อนได้แล้วเด็กดี เอานี่ไปเอากินที่ห้องด้วย” เจ๊ปูยื่นอาหารให้ยี่หวา เกือบจะทุกวันที่หล่อนห่อกับข้าวให้ยี่หวาโดยหวังให้เธอได้ทานของอร่อยและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น
“ ขอบคุณนะคะเจ๊ปู หนูกลับก่อนค่ะ สวัสดีค่ะเจ๊ปู สวัสดีค่ะพี่ปลา” เธอหยิบถุงอาหารจากเจ๊ปูจากนั้นก็ยกมือไหว้แล้วเดินทางกลับห้องในทันที เจ๊ปูกับพี่ปลาที่เห็นก็ยิ้มที่เห็นเด็กสาวคนนี้สดใสร่าเริงขึ้น
1 สัปดาห์ต่อมา
ยี่หวามาทำงานที่ร้านอาหารไทยเป็นปกติเหมือนทุกวัน ทว่าวันนี้กลับดูแปลกไปเมื่อเจ๊ปูกับพี่ปลามีสีหน้าที่เป็นกังวลเล็กน้อยราวกับมีเรื่องให้ต้องคิดหนัก
“ ยี่หวามีคนอยากมาคุยด้วยน่ะ” พี่ปลาเอ่ย
“ เอ๊ะ ใครเหรอคะ?”
“ ตามพี่มานี่สิ” จากนั้นพี่ปลาก็พาไปที่ห้องพิเศษของทางร้านและก็ได้เจอกับ...
