บทที่ 14 ตอนที่ 14 เขิน

ณ ห้องทำงาน

เวลา 18.30 น.

           “ คุณเฉินชอบทานพวกขนมไทยหรือขนมหวานอะไรพวกนี้ไหมคะ หากชอบถ้าคุณเฉินกลับมาไทยครั้งหน้ายี่หวาทำให้ทานค่ะ” วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่เขาอยู่ไทยแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปที่เซี่ยงไฮ้เหมือนดั่งเดิม เธอถามไปตรง ๆ ว่านอกจากอาหารแล้วยังมีอะไรที่เขาชอบทานอีกไหมจะได้ทำไว้ให้

           “ ถ้าเธอเป็นคนทำฉันกินมันได้หมด” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ขณะที่ตักทานอาหาร เขาจะขอให้เธออยู่เป็นเพื่อนขณะนั่งทานมื้อเย็นทุกครั้งและเธอก็ยอมนั่งข้างเขาตลอด เลยทำให้ชายหนุ่มได้มีเพื่อนนั่งกินข้าวและกินได้มากกว่าเดิม

           “ ดะ...ได้ค่ะ ถ้าคุณเฉินกลับมาครั้งหน้ายี่หวาจะทำให้ทานนะคะ” ถึงจะทำขนมไม่เป็นเลยสักอย่าง การที่เขาพูดถึงขนาดนี้เธอก็จะฝึกทำเพื่อเขาซะแล้ว

           “ เป็นอะไร ทำไมหน้าแดงอีกแล้วละ?” เมื่อเสียงของหญิงสาวผิดปกติไปจากเดิมเขาจึงหันมามองและพบหน้าของยี่หวาแดงอีกแล้ว ช่วงนี้เวลาที่อยู่ด้วยใบหน้าของเธอมักจะแดงขึ้นมาบ่อย ๆ เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร

           “ คะ...คงระ...” ยังไม่ทันจะอ้างว่าร้อนเหมือนกับทุกครั้งให้จบเฉินก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

           “ ฉันคิดว่าแอร์นี้มันเย็นมากนะคงไม่มีทางทำให้เธอร้อนจนหน้าแดงขึ้นมาได้หรอก จะบอกว่าป่วยไข้ก็ไม่น่าจะใช่เพราะเธอก็ดูปกติสบายดี นอกเสียจากว่าหน้าแดงเพราะ เขิน อย่างนั้นเหรอ?” เขาสันนิฐานและพูดออกมาตามตรง

           “ ชะ...ใช่ค่ะ ยี่หวาเขินคุณเฉิน” ในเมื่อไม่มีข้ออ้างอะไรอีกต่อไปแล้วก็ต้องยอมรับไปตรง ๆ

           “...” ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับมองคนข้าง ๆ อย่างไม่เชื่อกับหูตัวเอง ขณะนี้ใบหน้าของหญิงสาวแดงและลามไปถึงใบหูและลำคอแล้ว

           “ ถ้าอย่างนั้นยี่หวาขอตัวก่อนนะคะ!” เธอพูดด้วยท่าทีเลิกลักก่อนที่รีบลุกจากโซฟาราคาแพง วิ่งออกไปจากห้องทำงานของเขาทันทีโดยให้เฉินนั่งงงอยู่ในห้องทำงานคนเดียว พอรู้ว่ายี่หวาเขินตัวเองจนวิ่งหนีออกไปมุมปากเขาก็ขยับยิ้มขึ้นจากด้วยความรู้สึกดีใจ

1 วันต่อมา

           “ อ่าว อาเฉินยังไม่บินกลับเหรอลูก?” พิมพาที่กลับมาจากธุระข้างนอกเห็นลูกชายกำลังเดินลงจากบันไดก็ถามด้วยความสงสัยเมื่อยังเห็นเฉินยังไม่กลับเซี่ยงไฮ้ ปกติตอนบินกลับเขาจะไปในช่วงเช้าตลอด แต่นี่ก็เป็นเวลาบ่ายสองโมง ชายหนุ่มยังคงอยู่ที่นี่แถมยังแต่งตัวสบาย ๆ อีก

           “ ยังครับแม่ ผมรอยี่หวามาก่อนแล้วค่อยกลับน่ะ” เขาไม่ได้มีปัญหากับการกลับเซี่ยงไฮ้จะกลับกี่โมงก็ได้ขอแค่ได้เจอและบอกลาเธอก่อนกลับ

           “ จริงเหรอลูก นี่อาเฉินรอหนูยี่หวาจริง ๆ เหรอ ตายจริงไม่อยากจะเชื่อเลย อย่าบอกนะว่าลูกชอบหนูยี่หวาเข้าแล้ว ใช่ไหม ใช่ไหม คิก คิก” คนเป็นแม่ยิ้มใหญ่เมื่อได้ยินว่าลูกชายพูดว่ารอยี่หวา หล่อนมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขาต้องชอบเธอแน่ ๆ ถ้าไม่ชอบคงไม่รอเจอก่อนกลับหรอก ทั้งที่กลับก่อนโดยไม่ต้องรอก็ได้แท้ ๆ ขนาดบางครั้งที่ถึงเวลาต้องกลับและหล่อนติดธุระเขายังกลับไปโดยไม่รอเลย แต่ครั้งนี้กลับรอเจอยี่หวาก่อน

           “ ผมไม่รู้ครับว่าชอบเธอหรือเปล่า แต่ผมอยากเจอเธอ” เขาไม่เคยปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง รู้สึกแบบไหนก็พูดออกไปตามตรง แต่แค่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าการชอบใครสักคนมันเป็นยังไง จึงไม่สามารถตอบมารดาได้ว่าชอบยี่หวา

           “ แล้วรู้สึกยังไงบ้างเมื่อได้อยู่กับหนูยี่หวาละลูก?”

           “ รู้สึกหัวใจเต้นแรงและดีใจที่เธออยู่ใกล้เธอครับ” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ทว่าหัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของการชอบใครสักคน

           “ ใช่เลย ใช่เลยลูก อาเฉินชอบหนูยี่หวา เย้ ๆ สาได้ยินไหม อาเฉินชอบหนูยี่หวาล่ะ” พิมพาหันพูดกับป้าสาด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นดีใจ ในที่สุดลูกชายหล่อนก็มีความรู้สึกชอบใครสักเหมือนกับคนอื่นแล้ว เขาไม่ได้ตายด้านทางความรู้สึกอีกต่อไป

           “ สาได้ยินเต็มสองหูเลยค่ะคุณผู้หญิง เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลย” ทั้งพิมพาและป้าสาต่างพากันดีใจใหญ่

           “ นี่ผมชอบยี่หวาอย่างนั้นเหรอครับ?” เขาถามด้วยความงุนงงเพราะในชีวิตนี้ไม่เคยชอบใครมาก่อนจึงไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงและรู้สึกยังไง

           “ ใช่แล้ว ลูกชอบหนูยี่หวา ลูกต้องบอกหนูยี่หวานะลูกว่าชอบเธอ” พิมพาจับมือทั้งสองข้างของลุกชายขึ้นพยายามเชียร์ให้บอกชอบผู้หญิงคนแรกที่เขาชอบ

           “ ผมต้องบอกว่าชอบเธอเหรอครับ?” เขาถามด้วยความไม่เข้าใจ

           “ ใช่แล้ว ใช่แล้ว บอกแล้วคบกัน แต่งงานแม่จะได้อุ้มหลานสักที แม่รออุ้มหลานมานานกว่าสิบปีแล้วก็ไม่เห็นมีข่าวดีสักที” พิมพาคิดไปไกลถึงการได้อุ้มลูกของเฉินและยี่หวาไปไกลแล้ว

           “...”

ด้านยี่หวา

           วันนี้เธอไม่มีสมาธิในการเรียนทั้งวันเพราะเอาแต่นึกถึงเฉินบวกกับวันนี้เขาต้องกลับเซี่ยงไฮ้อีก ในใจอยากจะเจอก่อนที่เขาจะกลับ แต่ก็คงจะไม่ทันแล้วเขาคงไม่มารอเพียงเพื่อเจอตนก่อนกลับหรอก ยี่หวารู้สึกเศร้าที่ไม่ได้บอกลา หากรู้อย่างนี้จะบอกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ดันรีบออกมาจากห้องทำงานของเขาเสียก่อนเพราะความเขินอาย

           แม้จะรู้และคิดแบบนั้นแต่เธอก็ยังมีหวังว่าจะเจอเขา หลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็รีบนั่งรถมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์อย่างไวโดยไม่รอให้คนขับรถของพิมพามารับเธอ โดยแอบหวังลึก ๆ ว่าจะได้เจอเขา หากเขายังไม่กลับเธอจะขอช่องทางติดต่อกับเฉินอย่างแน่นอน

           “ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” พอรถจอดลงตรงหน้าคฤหาสน์ยี่หวาก็รีบจ่ายเงินแล้วรีบลงจากรถกึ่งวิ่งกึ่งเดินเพื่อหวังจะได้เจอเฉิน ทว่าทันทีที่มาถึงหน้าคฤหาสน์ก็เห็นชายหนุ่มกำลังยืนรอเธออยู่แล้ว ยี่หวาที่เห็นก็ยิ้มใหญ่ เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

           “ว้าย!” ในขณะที่เธอจะไปถึงตัวเขาอยู่แล้วด้วยความเร่งรีบก็ดันสะดุดเข้ากับขาตัวเองเข้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป