บทที่ 4 ตอนที่ 4 ถูกปาก
“ อาเฉิน ลูกรักเหนื่อยไหมลูก?” พิมพาเอ่ยด้วยความดีใจพร้อมกับสวมกอดลูกชายด้วยความคิดถึง
“ ผมก็คิดถึงแม่เหมือนกันครับ” ชายหนุ่มกอดตอบผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ดูเย็นชาทว่าความจริงเขาดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอมารดา เพียงแค่เขาแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองไม่เก่งก็เท่านั้นเอง
“ ดูแม่มีน้ำมีนวลขึ้นนะครับ ช่วงนี้คงทานอาหารอร่อยสินะ” เฉินกล่าวพร้อมกับกวาดมองใบหน้าและร่างกายของพิมพาที่ดูอวบอิ่มขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว เขาดีใจที่เห็นแม่ของตัวเองทานอาหารได้เยอะขึ้นแต่ก็ไม่มีการแสดงอารมณ์ทางใบหน้าใด ๆ
“ อ้อ ใช่แล้วอาเฉินลูก ช่วงนี้แม่น่ะมีความสุขกับการกินมากเลยรู้ไหมลูก” หล่อนตอบกลับลูกชายพร้อมกับโอบเอวของเขาเดินเข้าไปข้างในอย่างอารมณ์ดี
“ ก็ดีแล้วครับ” มุมปากเขายกขึ้นทีหนึ่งเมื่อได้ยินแม่พูดแบบนั้น ตัวเขาอาศัยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เป็นหลักจะกลับมาหามารดาที่ไทยเดือนละครั้ง ทุกครั้งที่กลับเขาก็เป็นกังวลแต่เรื่องของแม่ว่าท่านจะอยู่ได้ไหม จะปลอดภัยไหม ในหัวของเขาคิดแต่เรื่องแม่ก็เท่านั้นเพราะในชีวิตนี้เขารักแค่แม่คนเดียว
“ แล้วก็แม่มีข่าวดีจะบอกอาเฉินด้วยนะ”
“ ข่าวดี?”
“ ใช่ พอดีว่าแม่รับคนทำอาหารมาใหม่น่ะ บอกเลยว่าฝีมือสุดยอดมากลูกชอบแน่นอน ทั้งทำอาหารเก่ง สวย เรียบร้อยด้วยนะ” พิมพาเอ่ยชมยี่หวาต่อหน้าลูกชายไม่หยุด หล่อนเชื่อว่าเขาต้องชอบรสชาติอาหารที่ยี่หวาทำให้อย่างแน่นอน
“ ครับ” เขาตอบรับเพียงสั้น ๆ แล้วลากเก้าอี้ให้แม่นั่งตรงกลางห้องโถงใหญ่
“ ขอบใจจ้ะ แม่ว่าลูกต้องชอบอย่างแน่นอน” พิมพายังคงพูดให้ลูกชายฟังไม่หยุด หล่อนรู้ดีว่าเขาชอบทานอาหารไทยและรสชาติเหมือนตัวเองเป๊ะ หล่อนอยากให้เขาลองชิมอาหารของยี่หวาจนใจจะขาดอยู่แล้ว
“ ครับ” ชายหนุ่มรู้ข่าวที่แม่จ้างคนครัวมาใหม่ตั้งแต่วันแรกแล้วเพราะเขามีคนของตัวเองที่คอยรายงานข่าวสารของแม่ตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นคนพิมพาจะทำอะไรเขารู้มันทั้งหมด ที่ต้องให้ลูกน้องคอยรายทุกสถานะการณ์แบบนี้เป็นเพราะเป็นห่วงแม่ทั้งนั้น
“ สาจ้ะ เอามาเสิร์ฟได้เลยจ้ะ” หล่อนบอกให้สายกอาหารจากในครัวมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
“ ค่ะ คุณผู้หญิง” ป้าสาพยักหน้าตอบรับเจ้านายตัวเอง จากนั้นไม่นานสาวใช้ก็พากันมาเสิร์ฟเมนูอาหารที่ยี่หวาเป็นคนทำให้ทั้งหมดจนเต็มโต๊ะ
“ หน้าตาก็ดูเหมือนอาหารไทยทั่วไป” เขาเอ่ยและมองไปที่อาหารไทยบนโต๊ะด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เพราะเมนูตรงหน้าก็มีหน้าตาและกลิ่นเหมือนกับเชฟชื่อดังที่แม่จ้างมาให้ทำเหมือนทุกครั้ง
“ เดี๋ยวอาเฉินคอยดูรสชาติเลยว่าไม่ธรรมดา หื้ม ยิ่งแกงกะทิของหนูยี่หวานี่อร่อยมากเลยกินกี่ครั้งก็ไม่มีทางเบื่อ ให้กินทุกวันก็ยังได้อาเฉินลองชิมดูสิลูก” แกงกะทิเป็นเมนูที่หล่อนชอบที่สุด อยากให้ลูกชายลองชิมเป็นเมนูแรก
“ ครับ” เขาตักแกงกะทิมาชิมด้วยท่าทางที่สุภาพเรียบร้อย อยากจะรู้นักว่าคนครัวคนใหม่จะเก่งสักแค่ไหนกันเชียวถึงขั้นต้องเอ่ยปากชมไม่หยุดเช่นนี้ทั้งน้ำหนักตัวของแม่ก็เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก
“ เป็นไงบ้างอาเฉิน เงียบไปเลยไม่อร่อยเหรอลูก?” เมื่อเห็นว่าลูกชายชะงักไปสักพักก็ถึงกับทักด้วยความกังวลเล็กน้อยเพราะว่าจะไม่ถูกปากลูกชายเหมือนทุกครั้งอีก
“ อะ...อร่อยครับ” คำถามของแม่ทำเอาเขาหลุดออกจากภวังค์เพราะอาหารพวกนี้ ไม่คิดเลยว่าสิ่งตรงหน้าจะทำให้เขาหลุดปากพูดออกมาว่าอร่อยแบบนี้ การพูดคำว่าอร่อยออกมาจากปากของเขานั้นถือเป็นเรื่องที่ยากเพราะเขาเป็นคนที่เลือกกินและเชื่อว่าไม่มีใครสามารถทำอาหารให้ทานแล้วเขาพูดว่ามันอร่อยได้ ขนาดแม่ที่เคยทำให้ทานเฉินยังไม่เคยพูดว่าอร่อยสักครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าคนครัวคนใหม่ของแม่จะทำอร่อยขนาดนี้
“ ว้าว ตายแล้วอาเฉินพูดว่าอร่อยด้วย แม่ดีใจที่เห็นลูกทานได้อย่างอร่อยนะ น้ำตาจะไหลแล้วเนี่ย ทานเข้าไปเยอะ ๆ นะลูก” แม้จะเลี้ยงดูลูกชายแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่หล่อนก็รู้ว่าเขานั้นเป็นคนประเภทที่ทานอะไรยากมาก หล่อนจึงดีใจมากที่ลูกชายพูดคำว่าอาหารอร่อยครั้งแรกในชีวิต
“ ครับ” จากนั้นเขาเริ่มตักกินเมนูอื่นดูบ้างก็พบว่าอร่อยทุกเมนูเลย เฉินเข้าใจแล้วว่าทำไมน้ำหนักตัวของคนเป็นแม่ถึงเพิ่มขึ้นเพราะเขาเองยังตักกินเรื่อย ๆ ราวกับคนหิวโรยที่ไม่เคยกินอาหารอร่อยมาก่อนในชีวิตนี้
1 ชั่วโมงต่อมา
“ ป้าสาคะ หนูล้างพวกหม้ออะไรเสร็จแล้วนะคะ มีอะไรให้ช่วยอีกไหมคะ?” หน้าที่ของเธอคือมีแค่ทำอาหารเท่านั้น เธอเกร็งใจเลยขอทำเพิ่มโดยการขอล้างเครื่องไม้เครื่องมือหลังจากที่ทำเสร็จให้คุ้มกับค่าแรงที่พิมพาจ้างมา ซึ่งเธอก็มองว่าหน้าที่ของตัวเองยังน้อยไปสำหรับเงินเดือน ยี่หวาจึงมักจะของานจากป้าสาเพิ่มเช่นการไปเปลี่ยนดอกไม้ต่าง ๆ ตามแจกันหรือห้องพระของพิมพาบ้าง
“ ไม่มีอะไรทำแล้วจ้ะ อ้อ ป้าเกือบลืมไปน่ะว่าคุณเฉินอยากพบหนู” หากไม่ถูกยี่หวาทักถามป้าสาคงลืมไปแล้วว่าเฉินนั้นขอพบเธอหลังทานอาหารเสร็จ
“ เอ๊ะ คุณเฉินอยากพบหนูอย่างนั้นเหรอคะ?” เธอถามด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยเพราะกลัวว่าถูกเขาติเตียนเรื่องอาหารเพราะก่อนหน้าที่เขาจะกลับมาก็พอจะรู้จากป้าสามาว่าชายหนุ่มเป็นคนที่เลือกกินอาหารอยู่พอสมควรจึงกลัวว่าอาหารของเธอจะไม่ถูกปากเขาเข้า
“ ใช่แล้วจ้ะ เดี๋ยเดินไปที่ห้องทำงานของคุณเฉินได้เลยนะ หนูยี่หวาจำได้ใช่ไหมลูก?”
“ จำได้ค่ะ คือว่าเรียกหนูไปนี่เป็นเรื่องที่ดีใช่ไหมคะป้าสา?”
“ อย่ากังวลไปเลยหนูยี่หวา ป้าว่าเป็นเรื่องดีนะ คุณเฉินน่าจะมีเรื่องคุยกับหนู” ป้าสาส่งยิ้มให้ยี่หวาสบายใจเพราะหล่อนดูออกว่าต้องเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอนเนื่องจากอาหารของยี่หวาดูจะ
ถูกปาก เขามากทีเดียวเชียว
