บทที่ 6 ตอนที่ 6 ประทับใจ

“ ครับ ผมกำลังมองเธออยู่” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้อารมณ์แต่อย่างใด ทว่าปากกลับพูดตามตรงไม่โกหกผู้เป็นแม่

           “ จริงเหรอลูก อาเฉินรู้สึกอย่างไรกับหนูยี่หวาเหรอ?” พิมพาถามลูกชายด้วยความตื่นเต้นเป็นที่สุด หล่อนไม่เห็นเขากำลังสนใจผู้อื่นมานานมากแล้ว

           “ จริงครับ รู้สึกอย่างไรอย่างนั้นเหรอครับ ผมเองไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” เขาไม่สามารถตอบได้ว่ารู้สึกยังไงในตอนนี้เพราะเฉินเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน

           “ อ้อ ไม่เป็นไรลูกรัก แม่เข้าใจเดี๋ยวลูกก็เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเอง” หล่อนส่งยิ้มให้ลูกชายก่อนที่เอื้อมมือขึ้นลูบใบหน้าอันไร้อารมณ์ของเฉินอย่างอ่อนโยน หากตอนนี้เขาตอบไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงก็ไม่เป็นไรเลย ตัวหล่อนเข้าใจเขาดีเป็นที่สุด

           “ ครับ” เขาตอบรับเพียงสั้น ๆ ทว่ากลับโน้มใบหน้าเข้าหาฝ่ามือของผู้เป็นแม่แล้วหลับตาลงเพื่อซึมซับความอบอุ่นนี้

           “ ลูกช่วยใจดีกับหนูยี่หวาหน่อยนะ” หล่อนเอ่ยกับลูกชายพลางลูบใบหน้าของเขาไปด้วย

           “ ทำไมเหรอครับ?” ชายหันมามองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมตนต้องใจดีกับผู้หญิงคนนั้นด้วย คนที่เขาจะดีด้วยก็มีเพียงแค่แม่คนเดียวเท่านั้น

           “ ก็หนูยี่หวาน่ะน่าสงสารจะตายไป เธอเสียพ่อแม่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ตอนนี้ก็ทำงานเพื่อหาเลี้ยงและส่งตัวเองเรียน เธอไม่มีใครอยู่ตามลำพังไม่มีใครคอยช่วยเหลือ โลกนี้ช่างโหดร้ายกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กับเธอนัก แม่เลยอยากให้ลูกใจดีกับหน่อยน่ะ ไม่ต้องถึงขั้นทำดีกับเธอก็ได้ แค่ไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจก็พอแล้วลูกรัก” พิมพาพูดกับลูกชายอย่างใจเย็นเนื่องจากเมื่อวาน เขาเรียกให้ยี่หวาไปพบที่ห้องทำงาน หล่อนไม่รู้ว่าลูกชายพูดอะไรกับเธอเพราะไม่ได้ซักถามทั้งสอง แต่หล่อนสังเกตได้ว่าหลังจากที่ยี่หวาออกมาจากห้องทำงานของเฉินเธอก็มีหน้าที่อึดอัดไม่ยิ้มเหมือนกับปกติ พิมพาคิดว่าเขาต้องทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจแน่ จึงได้ขอให้ลูกชายอย่าทำให้หญิงสาวรู้สึกอึกอัดลำบากใจเลย ลำพังเรื่องที่ยี่หวาประสบพบเจอก็สร้างแผลในใจให้มากพออยู่แล้ว หล่อนอยากให้ทุก ๆ คนใจดีกับเธอ

           “ ผมเข้าใจแล้วครับแม่” ถึงแม้พิมพาจะไม่พูดมาตรง ๆ เขาก็พอจะรู้ว่าแม่ต้องการจะสื่ออะไร เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจ เขาแค่อยากให้เธอทำงานที่นี่ไปนาน ๆ ก็เท่านั้น

           “ ถ้าเข้าใจก็ดีแล้วละลูก”

6 วันต่อมา

ณ มหาลัย

           ในขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าจู่ ๆ โทรศัพท์ของเธอสั่นจากการโทรเข้ามาจากพิมพา ยี่หวารีบรับสายในทันทีเพราะกลัวว่าหล่อนจะมีเรื่องด่วนอะไร

           “ สวัสดีค่ะคุณพิมพา มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอรีบรับสายหล่อนในทันทีพร้อมกับถามอย่างสุภาพ

           “ เอ่อ...คือว่าหนูยี่หวาฉันรบกวนหนูหน่อยได้ไหมจ้ะ?” เสียงปลายสายมีความกังวลเล็กน้อย

           “ อะไรเหรอคะ?”

           “ คือว่าวันนี้ฉันอยากให้หนูทำเมนูแกงรัญจวน หมูโสร่งกับเอ่อบัวลอยไข่หวานให้หน่อยได้ไหมจ้ะ พอดีอาเฉินจะเดินทางกลับเซี่ยงไฮ้พรุ่งนี้แล้วฉันอยากให้ลูกชายได้กินของที่ชอบน่ะ ได้ไหมจ้ะ?” พิมพาถามอย่างเกร็งใจเพราะปกติไม่เคยสั่งให้เธอทำเมนูใดเป็นพิเศษเลย

           “ ได้สิคะ แค่นี้เองหนูกำลังเลิกเรียนพอดีเลยเดี๋ยวจะเข้าไปเลยนะคะ คือว่าคุณพิมพาไม่ต้องเกร็งใจหนูก็ได้ อยากทานอะไรก็ใช้ให้หนูทำได้เลยค่ะ” เธอพูดไปตามตรง เป็นทางเธอมากกว่าที่ต้องเกร็งใจเนื่องจากเงินที่จ้างมันดูมากไปด้วยซ้ำ อยากกินเมนูอะไรขอแค่บอกมาเธอพร้อมทำให้ทุกเมนู

           “ ขอบใจนะจ้ะหนูยี่หวา คือว่าฉันต้องขอโทษหนูด้วยนะ”

           “ ขอโทษหนูเรื่องอะไรเหรอคะ?” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ ว่าพิมพาขอโทษตนเรื่องอะไร หล่อนไม่เคยทำผิดต่อเธอเลยแถมยังดีกับเธอมาก ๆ ด้วย

           “ เรื่องอาเฉินน่ะ ฉันรู้ว่าอาเฉินทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจ จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น เขาก็แค่สื่อสารไม่เป็นก็เท่านั้นเอง ฉันไม่รู้ว่าอาเฉินเรียกหนูไปคุยอะไรในห้องทำงานในวันนั้น แต่ฉันก็รู้ว่าหนูไม่สบายใจ ฉันต้องขอโทษแทนลูกชายฉันด้วยนะจ้ะ” หล่อนไม่อยากให้หญิงสาวรู้สึกไม่ดีกับลูกชายตัวเองเพราะหล่อนรู้ว่าเฉินเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น

           “ อ้อ...เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ คุณพิมพาไม่จำเป็นต้องขอโทษหนูก็ได้ คุณเฉินไม่ได้พูดอะไรกับหนูไม่ดีเลยค่ะ หนูไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจเลยนะคะ หนูโอเคมาก ๆ ค่ะ” เธอรีบอธิบาย ยอมรับเลยว่าหลังจากที่ออกจากห้องทำงานของเฉินวันนั้นตนรู้สึกอึดอัดใจจริง ๆ แต่พอวันต่อมาตัวเฉินเองก็พยายามจะเว้นระยะห่างจากเธออาจจะเพราะว่าเพื่อความสบายใจของเธอก็เป็นได้ หากเขาทำแบบนั้นเพื่อเธอจริง ๆ เธอคงจะรู้สึกผิดที่เผลอรู้สึกไม่ดีกับเขาทั้งที่เขาก็แบบนั้นอยู่แล้ว

           “ ขอบใจมากเลยนะจ้ะที่เข้าใจอาเฉินน่ะ” พอได้ยินยี่หวาพูดหล่อนก็โล่งใจ

เวลา 19.00 น.

           วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่อยู่เมืองไทย พรุ่งนี้ชายหนุ่มต้องเดินทางกลับที่เซี่ยงไฮ้แล้ว ถึงจะเป็นหนึ่งวันสุดท้ายเขาก็ยังคงทำงานอย่างหนักจนลืมเวลาไปทานข้าวเย็นกับมารดาเสียสนิท

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

           “ ดิฉันขออนุญาตเข้าไปนะคะคุณเฉิน” ป้าสาขออนุญาตเขาจากทางด้านนอก

           “ เข้ามาได้ครับป้าสา” เขาตอบรับในขณะที่มือยังจับปากกาเซ็นเอกสารอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะวางมันลงเลย

           “ คุณผู้หญิงเห็นว่าคุณเฉินไม่ได้ลงมาทานมื้อเย็นเลยสั่งให้ดิฉันนำเอามาให้ที่ห้องทำงานน่ะค่ะ” ป้าสาแกลากรถเข็นอาหารเข้ามาในห้องทำงานของเฉิน

           “ ทำงานจนลืมเวลาไปเลย ขอบคุณป้าสามากครับ เดี๋ยวผมทานเอง” ชายหนุ่มก้มลองมองนาฬิกาบ่งบอกว่าเลยเวลาอาหารที่ต้องไปทานกับแม่แล้ว เขาไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณป้าสาที่เอาอาหารมาให้

           “ ทานให้อร่อยนะคะคุณเฉิน หนูยี่หวาตั้งใจทำมาให้คุณเฉินโดยเฉพาะเลย” ป้าสาบอกกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินออกไป

           “...” ชายหนุ่มมองอาหารที่ยี่หวาเป็นคนทำให้ ตักกินแล้วยกยิ้มขึ้นด้วยรสชาติอาหารที่เขารู้สึก ประทับใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป