บทที่ 8 ตอนที่ 8 ถูกกดดัน

“ ป้า มาทำอะไรที่นี่?” พอเห็นหน้าป้าความทรงจำเมื่อสามปีก็ผุดขึ้นมา ถึงความใจร้ายของหล่อนที่ทำกับเธอไว้ ยี่หวาจึงถามออกไปด้วยความไม่พอใจทันที

           “ เอ่อ ยี่หวาได้ยินว่าหนูซื้อคอนโดเหรอลูก ป้าว่าก็สวยดีนะ” หล่อนพูดพร้อมกับมองไปรอบตรงหน้าทางขึ้นลิฟท์

           “ ป้ารู้ได้ยังไงว่าหนูซื้อคอนโด?” เธอขมวดคิ้วถาม สามปีมานี้เธอไม่ได้ติดต่อกับป้าหรือกับใครเลยแล้วป้ารู้ได้ยังไงว่าตนซื้อคอนโด

           “ เห็นมานพบอกป้าน่ะลูก” หล่อนยิ้มพร้อมกับเดินเข้ามาหายี่หวา แต่เธอก็ถอยห่างออกจากป้าทันที มานพที่ป้าพูดถึงก็คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแกเอง

           “ พี่มานพเหรอ เหอะ” หญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เธอจำได้ว่าเมื่อสามปีที่แล้วเธอทั้งขอความช่วยเหลือทั้งจากป้าและมานพลูกชายของหล่อน ทว่าพวกเขากลับไม่สนใจใยดีเธอเลยสักคนเดียว พวกเขายังใช้เงินจากพ่อแม่ของเธออย่างสุขสบายปล่อยให้ยี่หวาต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจกับสิ่งที่พวกเขาทำกับเธอ

           “ ใช่ เอ่อ...ยี่หวาป้าขอเงินหนูสักสองสามพันได้ไหมช่วงนี้ป้าไม่มีเงินใช้เลยลูก” หล่อนขอเงินอย่างหน้าด้าน ๆ จากยี่หวา

           “ เดี๋ยวนะคะจะมาขอเงินจากหนูเพื่ออะไรเหรอป้า เงินที่ป้าหลอกให้หนูเซ็นมันหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ ถ้าหมดก็ไปหางานทำสิหรือไม่ก็ไปขอเงินจากลูกชายป้าโน้นค่ะ” เธอกัดฟันพูดด้วยความโมโห อย่างที่คาดเดาจริง ๆ ด้วยว่าเงินที่ป้าได้จากการเสียชีวิตของพ่อแม่เธอหล่อนใช้มันหมดเรียบร้อยแล้ว หากเงินไม่หมดก็คงไม่มาขอเงินตนถึงที่นี่หรอก

           “ คือว่า...ป้าเอาไปใช้จ่ายหนี้หมดแล้วน่ะ ตอนนี้ป้าไม่มีหนี้แล้วนะต้องขอบคุณพ่อแม่ของหนูจริง ๆ” หล่อนพูดอย่างหน้าไม่อาย ทำราวกับว่าเจ้าของเงินเต็มใจยกเงินทั้งหมดให้หล่อนใช้

           “ ใช่ค่ะ ป้าควรจะขอบคุณและสำนึกบุญคุณพ่อแม่หนูให้เยอะ ๆ นะ จากคนจน ๆ ไม่มีแม้แต่บ้านอาศัยอยู่กลับรวยในช่วงค่ำคืน มีบ้าน มีรถ มีเงินใช้อย่างฟุ่มเฟือยตลอดสามปีเต็ม ปล่อยให้ลูกสาวคนตายอย่างหนูต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากคนเดียวไม่แม้แต่จะช่วยเหลือหนูสักบาทเดียว หนูจำได้ขึ้นใจเลยค่ะป้า” เธอพูดด้วยความโกรธเป็นที่สุด ในวันที่ต้องเดินออกมาจากบ้านของตัวเองโดยไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาทยี่หวาจำความรู้สึกนั้นไม่เคยลืม

           “ ตะ...แต่ตอนนี้หนูก็มีเงินซื้อคอนโดแล้วนี่ยี่หวา เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะนะลูก ให้อภัยป้าเถอะป้าน่ะแก่แล้ว” หล่อนยังคงตอบกลับหลานสาวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกในความผิดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

           “ หนูไม่ใช่พระสงค์องค์เจ้าที่จะให้อภัยแก่คนที่เคยกระทำสิ่งที่เลวร้ายกับหนูหรอกนะคะป้า จำไว้นะคะว่าหนูไม่มีวันอภัยให้ป้า มาทางไหนเชิญกลับไปทางนั้นได้เลยค่ะ ถ้ายังไม่ไปหนูจะเรียก รปภ ให้มาลากตัวป้าออกจากคอนโดหนูเดี๋ยวนี้เลย” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง แน่นอนว่าเธอพูดจริงทำจริง เธอไม่ใช่คนดีถึงขั้นจะอภัยให้แก่คนที่เคยทำเรื่องกับเธอแบบนี้ ใครจะมองว่าตนใจจืดใจดำยังไงก็ช่าง เพราะสำหรับยี่หวาตอนนี้ไม่เหลือใครแล้วมีแค่ตัวเอง ดังนั้นเธอจะไม่สนใจผู้อื่นอีกนอกจากตัวเอง

1 สัปดาห์ต่อมา

           แม้จะถูกยี่หวาไล่ตะเพิดเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ป้าก็เธอยังคงไม่ลดละความพยายาม หล่อนหน้าด้านหน้าทนมาหาหญิงสาวทุกวันแม้จะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดเชิญออกทุกวันหล่อนก็ยังมาขอเงินยี่หวาทุกวัน

           “ เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจที่ต้องเห็นหน้าหล่อนทุกวัน เธอบอกกับตัวเองว่าจะไม่ให้เงินหล่อนแม้แต่บาทเดียว จะเมินเฉยและไม่ช่วยเหลือหล่อนเหมือนกับวันนั้น

2 สัปดาห์ต่อมา

           “ ยี่หวาป้าขอเงินหน่อยนะลูก ป้าไม่มีเงินซื้อแม้แต่ข้าวกินแล้ว ป้าหิวเหลือเกิน” หล่อนลูบท้องตัวเองเบา ๆ แกล้งทำตัวน่าสงสารเพื่อให้หลานเห็นใจและให้เงิน

           “ ลุงรปภคะ เอาผู้หญิงคนนี้ออกไปทีค่ะ” ทว่ากลับผิดคาด ยี่หวาไม่ได้รู้สึกสงสารเลยสักนิด เธอรู้สึกสมเพชด้วยซ้ำกับการแสร้งทำตัวเป็นคนน่าสงสารของมนุษย์ป้าคนนี้

           “ ยี่หวา ยี่หวา สงสารป้าเถอะนะ” หญิงสาวได้แต่มองลุงรปภที่ลากตัวป้าของเธอออกไปจากคอนโดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย หิวอย่างนั้นเหรอถ้าหิวนักทำไมไม่ไปขอข้าวคนอื่นกินละ วันที่ตนเดินออกมาจากบ้านเธอหิวจนไส้แทบขาด ยี่หวาต้องเดินหาร้านอาหารเพื่อทำงานแลกข้าวกิน โชคดีที่ได้เจอร้านเจ๊ปูก่อน เจ๊ปูแกให้ทั้งงานและข้าวให้เธอกินประทังความหิว ไม่พอยังให้เงินที่ทำงานเสร็จเป็นรายวันอีก หากไม่มีเจ๊ปูช่วยในวันนั้นเธอไม่รู้ว่าชีวิตจะไปยังไงต่อไป

3 สัปดาห์ต่อมา

           ยี่หวาถูก กดดัน อย่างหนักไม่ว่าจะเป็นทั้งจากป้าที่มาขอเงินทุกวันไหนจะจากมานพลูกของหล่อนที่ขยันส่งข้อความและโทรหามาหลายสาย แม้จะถูกบล็อกไปแต่เขาก็ยังพยายามเอาเบอร์ใหม่เพื่อโทรหาแทบจะทุกวัน จนหลัง ๆ ยี่หวาเริ่มเกิดความเครียดสะสมจนพิมพาและป้าสังเกตได้จึงเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความหวังดีว่าเกิดอะไรขึ้น

           เธอรับรู้ถึงความเป็นห่วงที่ทั้งสองมีต่อเธอเลยตอบไปว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรเพราะไม่อยากให้พิมพากับป้าสาต้องมากังวลใจ เนื่องจากมันเป็นเรื่องของเธอล้วน ๆ เรื่องของเธอยังไงเธอก็ต้องจัดการมันเอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

           “ ขออนุญาตเข้าไปนะคะคุณเฉิน” เธอเคาะหน้าประตูทำงานของเฉิน เดือนนี้เหมือนชายหนุ่มจะกลับมาที่ไทยถึงสองอาทิตย์ด้วยเรื่องเปิดตัวบริษัทที่ไทยบวกกับอยากกินอาหารที่ยี่หวาเป็นคนทำให้ด้วย หลังจากที่กลับไปถึงเซี่ยงไฮ้เฉินก็เอาแต่คิดถึงฝีมือของเธอตลอด ถึงขั้นจ้างเชฟทำอาหารมาทำให้เขากิน ไม่ว่าจะจ้างมาสักกี่คนรสชาติกลับไม่เหมือนเลยสักคนเดียว ชายหนุ่มจึงหาเรื่องตั้งบริษัทตัวเองขึ้นที่ไทยเพื่อที่จะอยู่เมืองไทยให้นานขึ้น

           “ยะ...” ในขณะที่กำลังเอ่ยชื่อของหญิงสาวที่เข็นรถอาหารเข้ามาเขากลับต้องเปลี่ยนใจไม่เรียกชื่อของเธอเนื่องจาก...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป